Money

ขับรถขึ้นเขาอย่างไร ให้ปลอดภัยไร้กังวล

Post by | Admin

ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยวคงหนีไม่พ้นยอดเขาสูง และดอยต่างๆ ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกฉียงเหนือ เพื่อสัมผัสกับสายหมอกขาวๆ ลมเย็นๆ และอากาศอันบริสุทธิ์ ซึ่งในการเดินทางก็ต้องใช้เส้นทางที่มีความคดเคี้ยวและลาดชัน ทำให้ผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากในการเดินทาง เราจึงมีวิธีการดีๆ สำหรับการขับรถอย่างปลอดภัยเมื่อไปท่องเที่ยวตามดอยต่างๆ มาฝาก ดังนี้

1. ลดความเร็ว เพื่อความปลอดภัยผู้ขับขี่ควรใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพท้องถนน ซึ่งจะทำให้ควบคุมรถได้ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเบรค การหักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางไปตามสภาพถนน และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าเผื่อมีเหตุฉุกเฉินจะได้หลบอย่างทันท่วงที

2. ใช้เกียร์ต่ำ เกียร์ต่ำจะช่วยให้มีกำลังในการไต่เขา และช่วยหน่วงความเร็วของรถไม่ให้พุ่งลงจากเขาเร็วเกินไป ไม่ทำให้รถเสียการควบคุม

3. ห้ามแซงทางโค้ง ในช่วงทางโค้งทัศนวิสัยในการมองเห็นจะค่อนข้างต่ำ อาจจะมองไม่เห็นรถที่ขับสวนทางมาซึ่งจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย และควรหมั่นสังเกตป้ายกำกับตามเส้นทางขึ้นลงเขา จุดอันตราย ความเร็วที่กำหนด ขับตามที่ป้ายบอก แม้จะช้าไปบ้าง แต่ก็แลกกับความปลอดภัยของตัวคุณเองและครอบครัว

การขับรถขึ้น-ลงเขา ผู้ขับขี่ต้องมีสติในการขับรถเป็นอย่างมาก เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่ไม่คุ้นชิน และไม่ได้ใช้งานเป็นประจำ จึงอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายและหากใครอยากได้รับความอุ่นใจเพิ่มขึ้นเรามีตัวช่วยในการตัดสินใจเพิ่มความคุ้มครองในการทำประกัน การเลือกแผนประกันภัยรถยนต์ด้วย KKP Easy Box – Motor ที่รับประกันภัยโดยเอเซียประกันภัย มาพร้อมแผนความคุ้มครองรถยนต์ ถึง 3 แผนให้เลือกตามความต้องการ ทั้งคุ้มครองร่างกาย ความเสียหายต่อรถยนต์ และภัยธรรมชาติ (ตามทุนประกันภัยที่ระบุ) สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 021655555

 

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

Suggested
15 Dec 2020
เทคนิคดูแลรถให้พร้อมใช้ในช่วงหน้าฝน
Lifestyle
15 Dec 2020
ขับขี่รถอย่างไร ให้ปลอดภัยในหน้าฝน
Lifestyle
15 Dec 2020
ขับรถขึ้นเขาอย่างไร ให้ปลอดภัยไร้กังวล
Lifestyle
15 Dec 2020
เคล็บลับง่ายๆ ในการดูแลยางรถยนต์
Lifestyle
16 Oct 2020
6 Checklists ที่ต้องทำ ก่อนขับรถเที่ยว
Lifestyle