Money

เทคนิคดูแลรถให้พร้อมใช้ในช่วงหน้าฝน

Post by | Admin

ฝนตกเกือบทุกวันเลยนะช่วงนี้ สำหรับคนรักรถคงเบื่อน่าดูที่ต้องคอยทำความสะอาดรถอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงต้องคอยดูแลรถให้ปลอดภัย พร้อมลุยกับสายฝนที่เทลงมา วันนี้ KKP เลยจะมาแนะนำวิธี ดูแลรถง่ายๆ ในช่วงเข้าสู่หน้าฝนกันครับ ว่าจะต้องทำอย่างไรกันบ้าง…

ที่ปัดน้ำฝนและน้ำยาฉีดกระจก จำเป็นมากในหน้าฝนแบบนี้ ต้องปัดแล้วไม่เกิดคราบน้ำฝนและไม่มีรอยบนกระจก การดูแลรักษายางปัดน้ำฝนก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้ผ้านุ่มชุบน้ำบิดให้หมาดแล้วเช็ดบริเวณใบปัดน้ำฝน และอย่าลืมตรวจเช็คและเติมน้ำยาฉีดกระจก เพื่อให้สามารถทำความสะอาดฝุ่นหรือคราบน้ำที่ติดกระจกหน้ารถได้

เช็กระบบเบรกให้มั่นใจในทุกการขับขี่ ฝนตกถนนลื่นแต่ไม่ต้องตกใจ ในการเบรกแต่ละครั้ง หากรถไถลไปข้างหน้าหรือสะบัดซ้ายขวา ควรรีบทำการเปลี่ยนโดยเข้าศูนย์ หรือเลือกช่างที่ไว้ใจ อย่าลืมว่าหัวใจสำคัญในการขับรถคือการหยุดรถอย่างมีประสิทธิภาพ

ยางรถยนต์ต้องไม่เสื่อมสภาพ หากยางรถยนต์มีอายุการใช้งานมากกว่า 3 ปี ควรตรวจสอบว่ายางมีความยืดหยุ่นดีหรือไม่ หากยืดหยุ่นน้อย จะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการเกาะถนนของรถลดลงและอาจเกิดการลื่นไถลได้ง่าย ดอกยางที่ดีต้องมีความสูงไม่ต่ำกว่า 2.5 มม. หากต่ำกว่านี้จะส่งผลต่อการรีดน้ำออกจากตัวยาง อาจทำให้รถเสียการทรงตัว รวมถึงควรตรวจเช็คลมยางอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาประสิทธิภาพในการขับรถ หากยางเสื่อมสภาพแล้ว ก็ควรเลือกเปลี่ยนยางให้เหมาะกับรถของคุณ

ระบบไฟส่องสว่างก็สำคัญ ไฟหน้ารถ นอกจากทำหน้าที่ส่องสว่างยามกลางคืนแล้ว เราก็สามารถเปิดเมื่อมีฝนตกหนักได้ด้วย แม้ว่าจะเป็นตอนกลางวันก็ตาม หากฝนตกถึงขั้นทัศวิสัยย่ำแย่กว่าเดิม ก็ให้เปิดไฟหรี่ ไฟต่ำ ไล่จนไปถึงไฟตัดหมอก ตามปริมาณฝนที่ตกลงมา ทั้งนี้การเปิดไฟ ไม่ใช่เพื่อส่องทางให้มองเห็นเท่านั้น แต่เพื่อสว่างเป็นที่สังเกตได้ง่ายจากรถคันอื่น จะได้เห็นว่ามีรถอยู่ตำแหน่งนี้ ส่วนการดูแลระบบไฟส่องสว่างก็ไม่ได้ยากอะไร เพียงแค่ตอนจอดรถอยู่ ลองเปิดใช้งาน แล้วเดินออกมาดูรอบคันว่าติดครบทุกดวงหรือไม่ บางคันมีไฟตัดหมอกท้ายข้างเดียวก็ไม่ต้องตกใจ มันเป็นปกติในบางรุ่น หากหลอดไฟดับไป ก็แค่ถอดเปลี่ยน

เทคนิคง่ายๆ ในการขับขี่อย่างปลอดภัยในช่วงหน้าฝน ที่ KKP ห่วงใยทุกคน

 

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

Suggested
16 Oct 2020
6 Checklists ที่ต้องทำ ก่อนขับรถเที่ยว
Lifestyle
04 Aug 2020
จับชีพจรตลาดรถไทยหลังโควิด-19: ตลาดรถมือสองคึกคักสวนทางรถใหม่ ท่ามกลางความท้าทาย
Economic
16 Apr 2020
ซื้อรถอย่างไรไม่ลำบากในแต่ละเดือน
Money