Money Matter

ทำไมผ่อนบ้านช่วงแรก เงินต้นแทบไม่ลด

  • 04 Jun 24
  • 12,396

หลายคนสงสัยว่าทำไมเวลาผ่อนบ้านช่วงแรกๆ นั้น เงินต้นแทบไม่ลดเลย รู้สึกเหมือนค่างวดทั้งหมดที่จ่ายไปหักได้แค่ดอกเบี้ย สาเหตุหลักๆ มาจากวิธีการคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านแบบ "ลดต้นลดดอก" นั่นเอง

สินเชื่อบ้านแบบลดต้นลดดอก หมายความว่า เงินแต่ละงวดที่เราจ่ายนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน 
1. ชำระดอกเบี้ย คำนวณจากยอดเงินต้นคงเหลือ ณ ต้นงวด 
2. ชำระเงินต้น โดยเมื่อหักชำระดอกเบี้ยไปแล้ว เงินที่เหลือจึงจะถูกนำไปหักเงินต้นนั่นเอง
ดังนั้น ในช่วงแรกของการผ่อนบ้าน ยอดเงินต้นยังคงสูงอยู่ ส่งผลให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายมีจำนวนมาก เงินต้นจึงลดลงน้อย 

ลองนึกภาพง่ายๆ ว่า ถ้าเรามีหนี้ 100 บาท 
งวดที่ 1: ดอกเบี้ย = 100 บาท x อัตราดอกเบี้ย (ต่อปี) / 12 
งวดที่ 2: ดอกเบี้ย = (100 บาท - เงินต้นที่ชำระจากงวด 1) x อัตราดอกเบี้ย (ต่อปี) / 12
จะเห็นได้ว่า ยิ่งเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็จะลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้เงินต้นที่ชำระจากแต่ละงวดมีจำนวนมากขึ้น เงินต้นจึงลดลงเร็วขึ้นในช่วงท้ายๆ ของการผ่อน

ตัวอย่าง
สมมติว่าเราผ่อนบ้านราคา 10 ล้านบาท ระยะเวลา 30 ปี อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี ผ่อนงวดละ 40,000 บาท
งวดที่ 1: เงินต้นคงเหลือ = 10,000,000 บาท
o ดอกเบี้ย = 10,000,000 x 3% / 12 = 25,000 บาท
o เงินต้นที่ชำระ = 15,000 บาท (เงินงวด - ดอกเบี้ย)
เมื่อผ่อนชำระผ่านมา 15 ปี: เงินต้นคงเหลือ = 6,500,000 บาท
o ดอกเบี้ย = 6,500,000 x 3% / 12 = 16,500 บาท
o เงินต้นที่ชำระ = 23,500 บาท (เงินงวด - ดอกเบี้ย)

จะเห็นได้ว่าในงวดแรก เงินต้นที่ชำระมีเพียง 15,000 บาท แต่เมื่อผ่อนชำระผ่านไป 15 ปี เงินต้นที่ชำระมากขึ้นเป็น 23,500 บาท 


เพื่อความเข้าใจมากขึ้น ลองมาดูกราฟแสดงการแบ่งค่างวดในแต่ละงวดออกเป็นดอกเบี้ยและเงินต้นที่ชำระในแต่ละงวด

จะเห็นได้ว่า ยิ่งผ่อนชำระไปเรื่อยๆ สัดส่วนของค่างวดที่เป็นดอกเบี้ยยิ่งลดลง และลดลงเร็วขึ้นในช่วงท้าย

การผ่อนบ้านช่วงปีแรกๆ จึงจ่ายดอกเบี้ยมากกว่าช่วงปีท้ายๆ โดยเงินต้นที่ถูกหักชำระในแต่ละงวดจะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติตามหลักการคำนวณดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก 

อย่างไรก็ตามเราสามารถโปะบ้าน ซึ่งก็คือการจ่ายค่างวดเกินกว่าที่ธนาคารเรียกเก็บ ซึ่งช่วยลดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายโดยรวมและทำให้ผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้น โดยการจ่ายโปะนั้นไม่จำเป็นต้องรอรวบรวมเงินเป็นก้อนใหญ่แล้วค่อยโปะ เนื่องจากธนาคารคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือในแต่ละวัน ดังนั้นยิ่งโปะจ่ายเพิ่มเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งได้ประโยชน์จากเงินต้นที่ลดลงเร็วขึ้นเท่านั้น

จากกราฟแสดงให้เห็นว่า หากเราเพิ่มการผ่อนชำระจากเดือนละ 40,000 บาท เป็น 45,000 บาท จะทำให้ระยะเวลาการผ่อนชำระสั้นลงถึง 68 งวด และลดดอกเบี้ยรวมได้มากกว่า 1 ล้านบาทเลยทีเดียว

ก่อนตัดสินใจผ่อนบ้านควรศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบข้อเสนอจากธนาคารต่างๆ และเลือกสินเชื่อบ้านที่เหมาะกับความต้องการของเรา ลองพิจารณาสินเชื่อบ้านจากธนาคารเกียรตินาคินภัทร สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ เลือกได้ทั้งแบบดอกเบี้ยคงที่หรือลอยตัว ให้วงเงินสูงสุดถึง 110% ของราคาบ้าน* รู้ผลอนุมัติไว และสามารถขอวงเงินอเนกประสงค์เพิ่มได้ สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก


คำเตือน กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) อยู่ระหว่าง 5.414%-5.469% ต่อปี คำนวณจากวงเงินกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย วงเงินกู้ 3 ล้านบาท อายุสัญญา 30 ปี โดยอัตราดอกเบี้ย MLR = 8.175% ต่อปี อ้างอิงประกาศธนาคาร ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2566 ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคาร

*หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

Suggested Content
17 May 2024
ถ้าไม่อยากพลาด ก่อนลงทุนอสังหาริมทรัพย์ต้องดู 4 เรื่องนี้
Money Matter
14 May 2024
ชาวคอนโดเช็กให้ชัวร์ว่าอยู่ทีมซื้อหรือทีมเช่า
Money Matter
07 May 2024
ลงทุนบ้าน คอนโดฯ ฉบับมนุษย์เงินเดือน
Money Matter
05 Jan 2024
ซื้อบ้านแบบปังๆ ต้องเช็กทั้งการเงินและหลักฮวงจุ้ย
Investment KnowlEDGE
23 Aug 2023
รู้ ครบ จบ! วางแผนเรื่องเงินให้พร้อม ก่อน-หลังซื้อบ้าน
Money Matter