Lifestyle

เมื่อมีปัญหากับคนในทีม แก้ไขอย่างไรดี?

  • 14 Aug 23
  • 7,445

ในความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ความขัดแย้งหรือการคิดเห็นต่างกันนั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะระหว่างเพื่อนร่วมงาน ที่มักมาจากต่างวัย ต่างสังคม มีประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกัน และหลายคนก็เพิ่งรู้จักกัน อย่างไรก็ตาม วิธีการรับมือกับความขัดแย้งในทีมที่ทำงานด้วยกันนั้นอาจส่งผลต่อหน้าที่การงานในระยะยาวได้ จึงเป็นเรื่องควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ

เมื่อเรามีปัญหากับคนสนิท เราอาจสามารถพูดความรู้สึกตรงๆ ได้ แต่กับเพื่อนร่วมงานที่เรายังจะต้องทำงานด้วยกันทุกวัน (และมีความเห็นที่ขัดแย้งกัน) ไปอีกนานนั้น อาจต้องใช้วิธีปรับความเข้าใจอย่างระมัดระวังมากขึ้น และความขัดแย้งนั้นไม่จำเป็นต้องจบด้วยการแตกหักผิดใจกันเสมอไปถ้าเรารู้วิธีการสื่อสารกันอย่างถูกวิธี และนำความแตกต่างนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ จนทำให้ทีมเรากลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งแซงทุกโค้งไปเลยก็ได้!
สำหรับใครที่ยังคิดไม่ออกว่าควรรับมือกับความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมทีมอย่างไรดี ลองนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ให้ทีมทำงานร่วมกันได้อย่างแฮปปี้ไปอีกนานได้เลย

ระบุ ‘ปัญหา’ แทนมองหาคนผิด
เมื่อเกิดความผิดพลาดหรือมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน แทนที่จะมุ่งหาว่าใครเป็นคนผิดและพูดจาให้เจ็บช้ำน้ำใจ ลองปรับโฟกัสจากตัวบุคคลว่าปัญหานี้เกิดจาก ‘ใคร’ มาสนใจตัวปัญหาให้มากขึ้นว่าเกิดขึ้นเพราะ ‘อะไร’ และตอนนี้แก้ไขได้อย่างไรบ้าง นอกจากนี้ เราไม่ควรยึดติดว่าความคิดของตัวเองถูกต้องที่สุด ลองพิจารณาดูว่าความคิดของอีกฝ่ายจริงๆ แล้วก็ดูสมเหตุสมผลไหม จะได้แก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และเดินหน้าต่อได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาถกเถียงกันยืดยาว

พูดถึงความรู้สึกตัวเอง แทนกล่าวโทษใคร
ในยามที่อารมณ์คุกรุ่น เราไม่ควรวู่วามกล่าวโทษฝ่ายตรงข้ามด้วยการเน้นว่า ‘คุณผิด’ โดยเฉพาะในลักษณะเหมารวม เช่น คุณไม่เคยทำเรื่องนี้ถูกต้องเลย, คุณไม่ตั้งใจทำงานเลย, หรืออื่นๆ ที่จะทำให้ผู้ฟังรู้สึกแย่กับตัวเอง ลองปรับภาษามาเป็นการพูดถึงความรู้สึกของตัวเองในแบบที่ถนอมน้ำใจ อย่างเช่น ฉันรู้สึกว่าคุณสามารถทำได้ดีกว่านี้ เพราะฉันเชื่อว่าคุณมีความสามารถ, ฉันกังวลว่าช่วงนี้คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ประสิทธิภาพช่วงนี้จึงดูไม่ดีเท่าที่เคย ฯลฯ จะช่วยให้เราสื่อสารความรู้สึกเราได้โดยไม่สร้างความขัดแย้งในระยะยาว นอกจากนี้ หากเราแสดงความเชื่อมั่นในอีกฝ่ายแทนกล่าวโทษ อาจทำให้เพื่อนร่วมทีมอยากปรับปรุงจุดที่ผิดพลาดไปและพัฒนาตนเอง จนกลายเป็นทีมที่เก่งกว่าที่เคยได้อีกด้วย

เปิดโอกาสให้ ‘ทุกคน’ ได้พูด
แม้ว่าภูมิหลังที่ต่างกันนั้นอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุความขัดแย้ง แต่ความต่างนั้นก็สามารถเป็นจุดแข็งได้ หากเราเปิดใจรับฟังกันและกัน เพราะทีมที่มีประสบการณ์ที่ต่างกันมาก่อนจะช่วยให้เห็นสิ่งต่างๆ อย่างรอบด้านได้มากขึ้น ดังนั้น เมื่อเกิดความขัดแย้ง การเปิดโอกาสให้ทุกคนได้อธิบายมุมมองของตัวเอง และตั้งใจฟังโดยไม่รีบร้อนโต้เถียงนั้น ย่อมช่วยให้ความขัดแย้งบรรเทาลง เข้าใจกันมากขึ้น ทั้งยังอาจได้ไอเดียใหม่ๆ ในแบบที่ไม่คาดคิดมาก่อนด้วย

หาจุดร่วมกันให้เจอ
ทุกคนล้วนมีเหตุผลของตัวเองในการทำสิ่งต่างๆ ที่เราอาจจะไม่เข้าใจเขาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และเราก็มีเหตุผลของเราเองเช่นกัน ซึ่งการแก้ปัญหาความขัดแย้งนั้นไม่จำเป็นต้องมีคนใดคนหนึ่งที่เป็นผู้ชนะเสมอไป แต่ควรให้ทุกฝ่ายหาจุดร่วมกันให้เจอเพื่อเดินต่อไปด้วยความสบายใจ ในส่วนของการหาจุดร่วมกันนั้น อาจขอให้คนนอกปัญหามาช่วยฟังและชี้ให้เห็นจุดร่วมกันที่เป็นไปได้ โดยไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากจนเกินไป

แม้ว่าทุกคนในทีมจะเก่งแค่ไหน แต่หากก้าวข้ามความขัดแย้งไปไม่ได้แล้ว ปัญหานั้นอาจฉุดให้ทุกคนทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพและเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้น การเรียนรู้วิธีรับมือกับความขัดแย้งและการมีสติก่อนวู่วามใช้อารมณ์นั้นจึงเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากทีมทำงานร่วมกันได้อย่างลื่นไหล เวลาโอกาสดีๆ มาถึงเมื่อไหร่ ก็จะไม่หลุดมือไปแน่นอน!
Suggested Content
14 Aug 2023
5 วิธีลดโซเดียมในทุกวัน แต่ยังอร่อยได้ทุกมื้อ
Good Vibes
14 Aug 2023
3 อาหารมงคลประจำตรุษจีน เริ่มปีให้ปังด้วยของอร่อยความหมายดี
Good Vibes
14 Aug 2023
4 ข้อดีของการเป็น ‘Highly Sensitive Person’ เมื่อความอ่อนไหวนั้นมีดีกว่าที่คิด
Good Vibes
14 Aug 2023
5 เป้าหมายปีใหม่ ที่จะพาให้ชีวิตดีขึ้น!
Good Vibes
14 Aug 2023
3 ที่เที่ยวธรรมชาติในไทย ที่สวยพีคสุดในช่วงนี้!
Good Vibes