Money Matter
รู้ไว้ใช่ว่า.. เช็กเครดิตบูโรของตัวเองไว้ ไม่เสียเปล่า
- 01 พ.ย. 66
- 10,178

คนส่วนมากได้รู้จักกับเครดิตบูโรเมื่อต้องการขอสินเชื่อ โดยธนาคารจะขอความยินยอมจากผู้ขอสินเชื่อซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลเพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลเครดิตเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ
หลายคนอาจไม่รู้ว่าเราสามารถเช็กข้อมูลเครดิตของตนเองจากเครดิตบูโรได้ ที่สำคัญ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ยื่นขอสินเชื่อ แต่ก็ควรหมั่นเช็กข้อมูลเครดิตของตนเองอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในรายงานข้อมูลเครดิตจะมีข้อมูลอะไรอยู่บ้าง และทำไมเราถึงควรเช็กข้อมูลเครดิตของตัวเอง มาติดตามได้จากบทความนี้เลย
“เครดิตบูโร” คืออะไร
เครดิตบูโร (Credit Bureau) หรือบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau : NCB) เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บข้อมูลบัญชีสินเชื่อและประวัติการชำระสินเชื่อทุกประเภทของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่ส่งมาจากสถาบันการเงินและนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อที่เป็นสมาชิก เครดิตบูโร ซึ่งข้อมูลนี้เรียกว่า “ข้อมูลเครดิต”
เนื่องจากข้อมูลเครดิตแสดงถึงประวัติการชำระหนี้ จึงเป็นข้อมูลที่สะท้อนพฤติกรรมและวินัยทางการเงินของเจ้าของข้อมูล แสดงถึงความตั้งใจในการชำระหนี้และความน่าเชื่อถือหรือ “เครดิต” ธนาคารจึงใช้ประโยชน์จากรายงานข้อมูลเครดิตเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อร่วมกับปัจจัยอื่นๆ เช่น รายได้ หลักประกัน ความเป็นไปได้หรือความมั่นคงของธุรกิจ เป็นต้น
ประโยชน์ของการตรวจเครดิตบูโรด้วยตัวเอง
เตรียมความพร้อมก่อนขอสินเชื่อ
ในการขอสินเชื่อ ธนาคารจะต้องตรวจสอบข้อมูลเครดิตของผู้ขอสินเชื่อทุกครั้ง เพื่อตรวจสอบภาระหนี้สินและดูประวัติการจ่ายชำระ หากดูแล้วมีสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้มากเกินกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารตั้งไว้ หรือมีประวัติการจ่ายชำระล่าช้า หรือผิดนัดชำระหนี้ ธนาคารอาจไม่ปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ขอสินเชื่อ ดังนั้นหากใครจะขอสินเชื่อควรเตรียมตัวเช็กข้อมูลเครดิตของตัวเองไว้ก่อนแต่เนิ่นๆ เพื่อให้เราสามารถปรับแก้พฤติกรรมทางการเงินที่จะส่งผลต่อข้อมูลเครดิตได้ทันท่วงที
นอกจากนี้การเช็กข้อมูลเครดิตของตนเองผ่านช่องทางต่างๆ ที่เครดิตบูโรให้บริการยังสามารถทำได้หลายครั้งโดยไม่กระทบกับการขอสินเชื่อ ซึ่งต่างจากการเรียกดูข้อมูลของธนาคารเมื่อเรามีการขอสินเชื่อ กรณีนี้จะมีการเก็บประวัติไว้ว่ามีการเรียกดูข้อมูลกี่ครั้ง ซึ่งจำนวนครั้งที่มากสะท้อนถึงการยื่นขอสินเชื่อหลายครั้งจึงไม่เป็นผลดีต่อการพิจารณาสินเชื่อ
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
เนื่องจากสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อที่เป็นสมาชิกของเครดิตบูโร มีหน้าที่นำส่งข้อมูลเครดิตลูกค้าของตนให้กับเครดิตบูโร ดังนั้นรายงานข้อมูลเครดิตที่ได้รับจะมีข้อมูลสินเชื่อทั้งหมด จึงสามารถใช้ตรวจสอบได้ว่าข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในรายงานถูกต้องหรือไม่
หากมีข้อมูลจากสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อใดที่ผิดปกติ เจ้าของข้อมูลมีสิทธิยื่นคำขอตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลเครดิตของตนได้ที่เครดิตบูโรและสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อที่เจ้าของข้อมูลเป็นลูกค้า หากสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อตรวจสอบหลักฐานและข้อเท็จจริงพบว่าข้อมูลเครดิตไม่ถูกต้อง สถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อจะต้องส่งข้อมูลที่ถูกต้องให้เครดิตบูโรแก้ไข และแจ้งผลการตรวจสอบให้ทราบภายใน 30 วัน
ป้องกันหรือรีบแก้ไขหากเกิดการทุจริต
นอกจากตรวจสอบความผิดปกติที่เกิดจากการบันทึกข้อมูลไม่ถูกต้องแล้ว การตรวจสอบรายงานข้อมูลเครดิต ยังทำให้เห็นความผิดปกติหากมีการทุจริตเกิดขึ้น เช่น กรณีที่มีการแอบอ้างชื่อและเอกสารไปใช้ในการขอสินเชื่อ หากตรวจสอบข้อมูลเครดิตแล้วพบว่ามีบัญชีสินเชื่อที่ตนเองไม่ได้ขอสินเชื่อ ก็อาจสงสัยได้ว่ามีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อของเรา ซึ่งหากตรวจสอบพบได้เร็วก็สามารถควบคุมความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งกับประวัติทางเครดิตและความเสียหายที่เป็นตัวเงิน
กระตุ้นให้รักษาเครดิตให้ดีอยู่เสมอ
การตรวจสอบข้อมูลเครดิตอย่างสม่ำเสมอและได้เห็นว่าที่ผ่านมาเรามีประวัติที่ดีจะเป็นแรงกระตุ้นให้เราพยายามรักษาเครดิตที่ดีเอาไว้ และทำให้การตัดสินใจทางการเงินเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบและมีวิจารณญาณ
ทำให้เข้าใจภาพรวมของเครดิตตัวเองดีขึ้น
รายงานข้อมูลเครดิตจะทำให้เราเห็นสถานะทางเครดิตของตัวเอง และเมื่อต้องการขอสินเชื่อจะได้เข้าใจว่าธนาคารมีมุมมองต่อสถานะทางการเงินของเราอย่างไร จากข้อมูลตรงนี้จะช่วยให้เราสามารถวางแผนจัดการทางการเงินให้ข้อมูลเครดิตดีขึ้นได้ เช่น การปรับพฤติกรรมการจ่ายชำระหนี้ให้ตรงเวลา หรือการปิดหนี้บางอย่างทำให้จำนวนภาระหนี้ลดน้อยลง เป็นต้น
การตรวจเครดิตบูโรด้วยตนเอง
ผู้ที่สนใจตรวจเครดิตบูโรสามารถยื่นคำขอตรวจได้ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น
- โมบาย แอปพลิเคชัน
- ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร
- ตู้ตรวจเครดิตบูโรด้วยตนเอง
- เคาน์เตอร์ธนาคาร
- ตู้เอทีเอ็ม
- ที่ทำการเคาน์เตอร์บริการไปรษณีย์ที่ให้บริการ