Investment KnowlEDGE

ความน่าสนใจของ RMF ที่หลายคนอาจลืมไป

  • 19 ต.ค. 66
  • 9,567

RMF หรือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund) เป็นกองทุนรวมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการออมเงินไว้ใช้ในวัยเกษียณ โดยผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อเป็นการจูงใจให้เก็บออมเงินในระยะยาว

การลงทุนใน RMF เพื่อลดหย่อนภาษีผู้ลงทุนสามารถลงทุนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมินทั้งปี แต่ไม่เกิน 500,000 บาทเมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่นๆ และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ไม่มีขั้นต่ำในการซื้อ โดยต้องลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปีติดต่อกัน หรือ เว้นได้ไม่เกิน 1 ปี (สามารถซื้อปีเว้นปีได้) และสามารถขายคืนได้เมื่อมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และถือครองไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันที่ซื้อกองทุน RMF ครั้งแรก กรณีที่ผู้ลงทุนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้างต้น หรือขายหน่วยลงทุนก่อนอายุ 55 ปีบริบูรณ์ อาจจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามที่กรมสรรพากรกำหนด

ข้อปฏิบัติสำหรับการขายคืนหน่วยลงทุนที่ผิดเงื่อนไข

สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี ดังนี้

กรณีที่ 1 - ลงทุนไม่ถึง 5 ปี : ผู้ลงทุนจะต้องคืนภาษีทั้งหมดที่ได้รับการยกเว้น และกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ด้วย

กรณีที่ 2 - ลงทุนครบ 5 ปี และขายก่อนอายุครบ 55 ปี : ผู้ลงทุนจะต้องคืนภาษีที่ได้รับยกเว้น 5 ปีย้อนหลัง โดยกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน ไม่ต้องนำไปคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้
นอกจากนี้ หากผู้ลงทุนที่ทำผิดเงื่อนไขจ่ายคืนภาษีล่าช้า จะต้องจ่ายคืนเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน โดยคิดตั้งแต่เดือนเมษายนของปีถัดจากปีที่ขายผิดเงื่อนไขการลงทุนนั้นด้วย

ในการลดหย่อนภาษี RMF มักเป็นตัวเลือกท้ายๆ หากเปรียบเทียบกับการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีประเภทอื่นๆ แต่ถ้าคุณมีเป้าหมายที่ต้องการเก็บเงินเพื่อการเกษียณแล้ว RMF อาจมีข้อดีที่ตอบโจทย์มากกว่าที่คิด บทความนี้ได้รวบรวมข้อดีของ RMF ที่คุณอาจลืมไปแล้วมาให้อ่านกัน

ข้อดีของ RMF

สร้างวินัยการเก็บเงินสำหรับเกษียณ
เหตุผลหลักที่คนอายุยังไม่ถึง 45 มักเลือกลงทุนใน SSF ก่อน RMF ก็คือ SSF สามารถขายคืนได้ก่อน ทำให้สามารถนำเงินออกมาใช้จ่าย หรือ ลงทุนต่อได้ตามที่ต้องการ ต่างจาก RMF ที่จะขายคืนได้เร็วสุดก็ต้องอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ซึ่งนานกว่า SSF แน่นอน แต่หากมองในแง่วินัยการเงินแล้ว RMF ถือเป็นตัวช่วยชั้นดีที่ทำให้เราสามารถเก็บเงินเพื่อการเกษียณที่ดีกว่า

ตัวเลือกการลดหย่อนที่เหมาะกับคนอายุ 45 ปีขึ้นไป
สำหรับผู้ที่อายุ 45 ปีขึ้นไป การลงทุนใน RMF มีข้อดีคือสามารถขายคืนได้เร็วกว่า SSF ซึ่งตอนที่ขายคืน RMF นั้นจะเป็นช่วงเวลาที่คุณใกล้จะเกษียณหรือเกษียณแล้ว RMF จึงเป็นทางเลือกการลงทุนที่เหมาะสมเนื่องจากมีความยืดหยุ่นมากกว่า

กำไรจากการลงทุนไม่ต้องเสียภาษี
การลงทุนใน RMF ยังมีข้อดีเหมือนกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษีอื่นๆ นั่นคือกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนโดยไม่ผิดเงื่อนไขจะได้รับการยกเว้นภาษี

ได้ประโยชน์จากการลงทุนแบบทบต้น 
RMF เป็นกองทุนที่ไม่มีการจ่ายปันผล ทำให้ดอกผลที่เกิดจากการลงทุนถูกนำไปสะสมรวมกับเงินต้นเพื่อลงทุนต่อ (Reinvest) ซึ่งช่วยให้เงินลงทุนเติบโตได้เร็วขึ้น และยังช่วยเพิ่มความมั่นคงให้เราในยามเกษียณ เนื่องจากไม่สามารถเอากำไรหรือปันผลไปใช้ก่อนได้

ประหยัดภาษีเนื่องจากไม่มีเงินปันผล
การไม่จ่ายปันผล ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านภาษีอีกด้วย เนื่องจากการจ่ายปันผลของกองทุนรวมโดยปกตินั้น ผู้ลงทุนจะต้องเสียภาษี โดยสามารถเลือกให้หัก ณ ที่จ่าย 10% หรือนำไปรวมกับเงินได้ และเสียภาษีตามฐานภาษีของตนเองก็ได้

ข้อมูลผลการดำเนินงานที่ยาวกว่า
ทั้งกองทุนรวม RMF และ  SSF เป็นกองทุนรวมที่เปิดให้เลือกลงทุนได้ทุกประเภทสินทรัพย์ ทั้งตราสารหนี้ ตราสารทุน สินทรัพย์ทางเลือก และยังลงทุนได้ทั้งสินทรัพย์ในและต่างประเทศ แต่ RMF เปิดขายมานานกว่า ทำให้กองทุน RMF ส่วนใหญ่มีผลการดำเนินงานให้เห็นยาวกว่า จึงเป็นเรื่องดีที่สามารถดูผลงานย้อนหลังเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ และตัดสินใจลงทุนได้ดีขึ้น

RMF เป็นตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีเงินได้ ในขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์สำหรับการลงทุนระยะยาวเพื่อใช้หลังเกษียณ โดยบลจ. เกียรตินาคินภัทร มีกองทุนรวม RMF ให้เลือกหลากหลายครบทุกนโยบายการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนตราสารหนี้ เช่น KKP INRMF ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ไทยระดับ Investment Grade ทั้งตราสารหนี้ภาครัฐ ตราสารหนี้ภาคเอกชน รวมทั้งเงินฝาก กองทุนหุ้นไทย เช่น KKP EQ-RMF ลงทุนในหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีแนวโน้มการเติบโตสูง และกองทุนหุ้นต่างประเทศ เช่น KKP GNP RMF-UH ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่มีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงด้านการค้าและเศรษฐกิจของโลกอนาคต  โดยผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนในกองทุน RMF ให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ สนใจข้อมูลเพิ่มเติม คลิก!


สนใจลงทุนโปรดติดต่อ ธนาคารเกียรตินาคินภัทรทุกสาขา โทร 02 165 5555 บล.เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร 02 305 9559 หรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่ได้รับการแต่งตั้ง


คำเตือน: 
• สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นไปตามที่กรมสรรพากรกำหนด ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน
• การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน

เนื้อหาแนะนำ
10 ต.ค. 2566
เลือกบัญชีเงินฝากให้ดี ก็เพิ่มผลตอบแทนให้พอร์ตการลงทุนได้
Money Matter
15 มิ.ย. 2566
ถึงเป้าหมายในชีวิตได้ด้วยการลงทุนระยะยาว
Investment KnowlEDGE
04 ต.ค. 2566
นโยบายเศรษฐกิจได้(ไม่)คุ้มเสีย ?
KKP Research
27 ก.ย. 2566
เริ่มต้นสร้างความมั่งคั่งกับประกันสะสมทรัพย์
Money Matter
18 เม.ย. 2566
ขายกองทุน เมื่อไหร่ดี?
Investment KnowlEDGE