Money Matter
ใช้บัตรเครดิตอย่างไรไม่ให้เสี่ยงก่อหนี้
- 07 ก.ย. 66
- 7,451

บัตรเครดิตนับเป็นตัวช่วยที่ให้ทั้งความสะดวกและความยืดหยุ่นในการใช้จ่ายเงิน แต่หากไม่รู้จักควบคุมการใช้บัตรให้ดีอาจนำไปสู่การก่อหนี้ก้อนโตได้ การเรียนรู้วิธีการใช้บัตรเครดิตให้เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพทางการเงินที่ดี บทความนี้เรารวบรวมคำแนะนำเพื่อช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการก่อหนี้บัตรเครดิต โดยที่ยังได้ประโยชน์จากการใช้บัตรอย่างเต็มที่
1. ประเมินพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวคุณเอง
การทำความเข้าใจพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเองด้วยการประเมินค่าใช้จ่ายรายเดือนและตั้งงบประมาณไว้ จะช่วยให้คุณเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าคุณสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรได้มากน้อยแค่ไหน โดยที่ยังมีเงินพอจ่ายคืนเมื่อถึงเวลาเรียกเก็บเงิน
2. เลือกบัตรเครดิตให้เหมาะกับความต้องการ
ปัจจุบันมีบัตรเครดิตหลากหลายประเภท ซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ที่ต่างกันออกไป เช่น
- บัตรเครดิตที่ให้เงินคืนเข้าบัตรเป็นเปอร์เซ็นต์ตามยอดการใช้จ่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการได้ส่วนลดจากการใช้บัตร
- บัตรเครดิตที่ให้คะแนนสะสมจากการใช้จ่ายผ่านบัตร เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบนำคะแนนในบัตรไปแลกสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่นแลกของรางวัล หรือส่วนลดในห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าต่างๆ ที่ร่วมรายการ เป็นต้น
- บัตรเครดิตที่เน้นสะสมไมล์กับสายการบิน เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเดินทาง เป็นต้น
โดยบัตรเครดิตแต่ละแบบมีการให้คะแนนและการใช้คะแนนที่ไม่เท่ากัน บัตรที่ให้สิทธิประโยชน์มากกว่ามักมีค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า รวมทั้งหากต้องการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี ก็มีเงื่อนไขที่ต้องมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเป็นจำนวนที่สูงกว่าด้วย จึงไม่แนะนำให้มีบัตรเครดิตหลายใบ เพราะหากยอดการใช้จ่ายไม่ถึงเกณฑ์คุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระทางการเงินโดยไม่จำเป็น หรือความพยายามทำยอดการใช้จ่ายให้ครบตามเงื่อนไข อาจนำไปสู่การใช้บัตรเครดิตเกินกว่าความสามารถในการจ่ายชำระและทำให้กลายเป็นหนี้บัตรเครดิตได้ ดังนั้นการเลือกใช้บัตรให้เหมาะกับรูปแบบสิทธิประโยชน์ที่ต้องการจึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ
3. เก็บเงินสำรองฉุกเฉิน
การมีบัตรเครดิตอยู่ในมืออาจทำให้เราเลือกหยิบใช้ในยามจำเป็นได้ง่ายและเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดหนี้ตามมา หากมีเงินสำรองฉุกเฉินเก็บไว้จะช่วยให้คุณผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ โดยเมื่อเกิดความจำเป็นต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วนคุณสามารถจ่ายชำระด้วยบัตรเครดิตได้เพื่อความสะดวก และเมื่อถึงกำหนดเวลาชำระเงินจึงนำเงินสำรองฉุกเฉินออกมาจ่ายชำระคืนบัตรเครดิตอีกทีนั่นเอง
4. หลีกเลี่ยงการกดเงินสดจากบัตรเครดิต
การกดใช้เงินสดจากบัตรเครดิตมีค่าธรรมเนียมและอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก ดังนั้นหากจำเป็นต้องใช้เงินสดอย่างเร่งด่วนควรเลือกใช้เงินเก็บสำรองฉุกเฉินมากกว่าการกดเงินสดจากบัตรเครดิต หรือหากจำเป็นจริงๆ ในกรณีที่มีเงินสำรองฉุกเฉินไม่พอ การใช้บัตรกดเงินสดก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าการกดเงินสดจากบัตรเครดิต เพราะไม่มีค่าธรรมเนียมการกดเงิน ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี จึงสามารถสมัครเผื่อไว้ใช้ในยามจำเป็นได้
5. จ่ายชำระตรงเวลา
การจ่ายตรงเวลาและเต็มจำนวนมีประโยชน์สำคัญ 3 เรื่องคือไม่โดนค่าปรับล่าช้า ไม่เสียประวัติเครดิต และไม่ถูกคิดดอกเบี้ย โดยการคิดดอกเบี้ยของบัตรเครดิตนั้นจะคิดตั้งแต่วันแรกที่มีการใช้บัตรไปจนถึงวันที่จ่ายชำระ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตนั้นถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่นๆ และคุณสามารถหลีกเลี่ยงดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นได้ด้วยการจ่ายชำระตามเวลาที่กำหนดและชำระแบบเต็มจำนวน
6. จ่ายชำระเต็มจำนวนเท่านั้น
ควรตั้งเป้าหมายว่าจะจ่ายชำระคืนแบบเต็มจำนวนเท่านั้น เพราะนอกจากจะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแล้ว ยังเป็นการการันตีว่าคุณจะไม่ก่อหนี้เพิ่มขึ้นจากการใช้บัตรเครดิตอีกด้วย แนะนำว่าให้ใช้บัตรเครดิตเสมือนบัตรเดบิต คือใช้บัตรเมื่อมีเงินพร้อมจ่ายเท่านั้น
ทางที่ดีควรแยกบัญชีสำหรับเก็บเงินเพื่อจ่ายบัตรเครดิตออกมาต่างหาก และทุกครั้งที่มีการใช้บัตรเครดิต ให้โอนเงินเข้าบัญชีนี้ไว้ ทำแบบนี้รับรองว่าคุณจะมีเงินจ่ายเมื่อถึงเวลาเรียกเก็บอย่างแน่นอน และยังได้ดอกเบี้ยในระหว่างที่เงินอยู่ในบัญชีอีกด้วย และเพื่อให้ใช้ประโยชน์จากเงินส่วนนี้ได้เต็มที่ยิ่งขึ้น คุณสามารถเก็บเงินไว้ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง อย่าง KKP SAVVY บัญชีเงินฝากออนไลน์ที่ให้ดอกเบี้ยสูงสุดถึง 1.6% ต่อปี* ไม่มีขั้นต่ำในการเปิดบัญชี ไม่ต้องเดินทางไปสาขาก็สามารถเปิดบัญชีได้สะดวกผ่านแอปพลิเคชัน KKP MOBILE
*อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด