Money Matter
LTV คืออะไร? แนะนำมาตรการ LTV และวิธีการคำนวณเบื้องต้น
- 18 May 26
- 417

ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อจำนวนเงินดาวน์ที่ต้องเตรียม ดังนั้นหากไม่ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการ LTV ให้ดีก่อนยื่นกู้ ก็ทำให้อาจประสบปัญหาเงินเก็บไม่พอ จนเสียโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านตามที่ตั้งใจไว้ได้เช่นกัน
LTV คืออะไร? (Loan to Value)
LTV (Loan to Value) คือ อัตราส่วนการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยต่อมูลค่าหลักประกัน หรือเรียกง่าย ๆ คือ "เพดานเงินกู้สูงสุด" ที่ธนาคารสามารถปล่อยกู้ให้เราได้ ซึ่ง LTV จะถูกกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อป้องกันการก่อหนี้เกินตัวของประชาชน ลดปัญหาการซื้อบ้านเพื่อเก็งกำไร และยกระดับมาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อของธนาคารต่าง ๆ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ทำไม ธปท. ต้องออกมาตรการ LTV?
- ป้องกันการเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์ : การกำหนด LTV คือ วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดฟองสบู่ ในภาคอสังหาริมทรัพย์จากการที่นักลงทุนกู้เงินมาซื้อบ้านหลายหลังโดยไม่มีเงินดาวน์ เนื่องจากจำเป็นจะต้องมีความพร้อมด้านการเงินระดับหนึ่ง ก่อนที่จะสามารถเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้
- ลดภาระหนี้ครัวเรือน : ช่วยให้ผู้กู้มีวินัยทางการเงินมากขึ้น และไม่ก่อหนี้เกินความสามารถในการชำระ เนื่องจากจำเป็นต้องเตรียมเงินออมสำหรับใช้เป็นเงินดาวน์บางส่วน
- สร้างเสถียรภาพให้ระบบสถาบันการเงิน : ช่วยลดความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อที่ผ่อนปรนเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดหนี้เสีย (NPL) ในวงกว้าง โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว
LTV กับเงินดาวน์ สัมพันธ์กันอย่างไร
- LTV สูง → เงินดาวน์ต่ำ
หากธนาคารประกาศว่าให้ค่า LTV สูง เช่น 90% หรือ 100% หมายความว่าธนาคารยินดีที่จะแบกรับความเสี่ยงเกือบทั้งหมดของมูลค่าบ้านไว้เอง ซึ่งในฐานะผู้ซื้อจะมีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนต่างที่เหลือน้อยมากหรืออาจไม่ต้องจ่ายเลย- ข้อดี : ช่วยให้คนที่มีกระแสเงินสดจำกัดสามารถเก็บเงินไว้เป็นเงินสำรองเผื่อใช้ในยามฉุกเฉินและยังสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น
- ข้อเสีย : เมื่อกู้ได้มากยอดหนี้จะสูงขึ้นตาม ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายและค่างวดต่อเดือนสูงขึ้นตามไปด้วยในเวลาเดียวกัน
- LTV ต่ำ → เงินดาวน์สูง
ในทางกลับกันหากธนาคารปรับลดเพดาน LTV ลงมาเหลือ 70% หรือ 80% ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับการซื้อบ้านหลังที่สอง หรือในช่วงที่ภาครัฐใช้มาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมการเก็งกำไร ส่วนต่างของราคาที่ธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อ ผู้ซื้อจำเป็นต้องชำระเพิ่มเองในรูปแบบเงินดาวน์ เพื่อให้ครบตามมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์- ข้อดี : การวางเงินดาวน์ก้อนใหญ่ช่วยลดความเสี่ยงในการถูกยึดทรัพย์และลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาวได้อย่างมหาศาล เพราะยอดเงินต้นที่กู้มานั้นน้อยลง
- ข้อเสีย : ผู้ซื้อจำเป็นต้องมีวินัยในการออมเงินในระดับสูง เนื่องจากต้องเตรียมเงินสด ก้อนใหญ่ไว้ล่วงหน้า เพื่อให้พร้อมก่อนการยื่นขอสินเชื่อ
สัดส่วนเงินดาวน์ที่เหมาะสมควรอยู่ที่อย่างน้อย 10–20% เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว และช่วยให้มีโอกาสผ่านการอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
วิธีคำนวณ LTV พร้อมตัวอย่าง
สูตรที่ใช้ในการคำนวณ LTV คือ การคำนวณโดยใช้จำนวนเงินกู้และมูลค่าหลักประกัน เพื่อหาอัตราที่เหมาะสมในการปล่อยกู้สินเชื่อบ้าน ซึ่งจะสามารถคิดได้ด้วยวิธีการต่อไปนี้

สูตรคำนวณ LTV
ตัวอย่างการคำนวณ LTV แบบเข้าใจง่าย
หากต้องการซื้อบ้านราคา 3,000,000 บาท แต่ธนาคารประเมินมูลค่าหลักประกันได้ที่ 2,800,000 บาท และมีเกณฑ์ LTV กำหนดไว้ที่ 90%- วงเงินกู้สูงสุด : 2,800,000 x 90% = 2,520,000 บาท
- เงินที่ต้องเตรียมเพิ่ม : 3,000,000 - 2,520,000 = 480,000 บาท
อัปเดตมาตรการ LTV ล่าสุด (2568-2569)
ปัจจุบันในปี 2569 มาตรการ LTV ได้กลับมาใช้เกณฑ์ปกติเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
วันที่ประกาศนโยบายล่าสุด 20 มีนาคม 2568
ที่่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย
สาระสำคัญของการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ชั่วคราว
ก่อนหน้านี้ ภาครัฐได้มีการผ่อนคลายมาตรการ LTV เป็นการชั่วคราว โดยอนุญาตให้สามารถกู้ได้สูงสุดถึง 100% ในทุกกรณี เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์
อย่างไรก็ตามปัจจุบันมาตรการ LTV ดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้วในปัจจุบัน ส่งผลให้การขอสินเชื่อ โดยเฉพาะการกู้สัญญาที่ 2 หรือการซื้อที่อยู่อาศัยราคาสูง จำเป็นต้องวางเงินดาวน์ตามสัดส่วนที่กำหนด
การกลับมาใช้เกณฑ์ LTV ตามปกตินี้ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับระบบการเงินในระยะยาว
เหตุผลที่ ธปท. ผ่อนคลายมาตรการ LTV ในครั้งนี้
แม้ในบางช่วงจะมีการผ่อนคลายมาตรการ LTV เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจของผู้ซื้อบ้าน และช่วยระบายสต็อกของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นการเน้นการควบคุมการเก็งกำไรเพื่อให้คนอยากมีบ้านจริง ๆ เข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ในราคาที่เหมาะสมที่สุดเป็นหลัก
มาตรการ LTV กระทบต่อการกู้บ้านอย่างไร?
-
ส่งผลต่อวงเงินกู้สูงสุด
LTV คือตัวกำหนดเพดานวงเงินกู้ที่ธนาคารสามารถอนุมัติได้ ทำให้ผู้กู้ไม่สามารถขอสินเชื่อเกินสัดส่วนที่ธปท. กำหนดไว้ -
ส่งผลต่อจำนวนเงินดาวน์ที่ต้องเตรียม
LTV เป็นตัวกำหนดสัดส่วนเงินดาวน์ขั้นต่ำที่ผู้กู้ต้องมี หากเตรียมเงินดาวน์ไม่เพียงพอตามเกณฑ์ ก็อาจทำให้ไม่สามารถยื่นขอสินเชื่อผ่านได้ -
ส่งผลต่อการกู้บ้านหลังที่ 2–3
ยิ่งมีการกู้หลายสัญญา หรือซื้อที่อยู่อาศัยมากกว่าหนึ่งหลัง เกณฑ์ LTV จะยิ่งเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ต้องวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงขึ้น เพื่อจำกัดการซื้อเพื่อเก็งกำไร -
ส่งผลต่อการกู้บ้านราคาแพง (มากกว่า 10 ล้านบาท)
สำหรับที่อยู่อาศัยที่มีราคาสูง จะถูกกำหนดเกณฑ์ LTV ที่เข้มงวดกว่า เพื่อคัดกรองผู้กู้ที่มีศักยภาพทางการเงินจริง และลดความเสี่ยงในการเกิดหนี้เสียในอนาคต -
ส่งผลต่อโอกาสอนุมัติสินเชื่อ
ธนาคารจะพิจารณาค่า LTV ร่วมกับภาระหนี้อื่น ๆ เช่น สินเชื่อผ่อนสินค้า หนี้บัตรเครดิต ค่างวดผ่อนรถยนต์ และรายได้ของผู้กู้ แม้ LTV จะไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการตัดสินใจ แต่หากไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ก็อาจส่งผลให้การอนุมัติสินเชื่อเป็นไปได้ยากขึ้น
มาตรการ LTV ส่งผลกระทบกับใครบ้าง?
-
ผู้ซื้อบ้าน-คอนโดเพื่ออยู่อาศัย
จำเป็นต้องวางแผนการเงินและเตรียมเงินออมให้สอดคล้องกับสัญญากู้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่สอง ซึ่งมักต้องใช้เงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงขึ้น -
ธนาคารและสถาบันการเงิน
ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ พร้อมทั้งเข้มงวดในกระบวนการพิจารณาและประเมินมูลค่าหลักประกันมากยิ่งขึ้น -
เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์
ต้องปรับกลยุทธ์ด้านการขายและการตลาด เช่น การขยายระยะเวลาผ่อนดาวน์ เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเตรียมเงินดาวน์ได้เพียงพอตามเกณฑ์ LTV -
นักลงทุน
ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนส่วนตัวมากขึ้นในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้ผลตอบแทนเมื่อเทียบกับเงินลงทุน (ROI) อาจเปลี่ยนแปลงไป
เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับมาตรการ LTV มีอะไรบ้าง?
-
คิดว่า LTV ใช้ “ราคาซื้อขาย” เป็นฐานคำนวณ
โดยปกติธนาคารส่วนใหญ่จะใช้ "ราคาประเมิน" หรือ "ราคาซื้อขายจริง" มาเป็นฐานในการคำนวณ แต่จะยึดเอา "ราคาที่ต่ำกว่า" มาใช้เป็นหลักในการคำนวณ LTV -
คิดว่า LTV 100% ไม่จำเป็นต้องมีเงินดาวน์
แม้เกณฑ์ LTV จะอนุญาตให้กู้ได้ 100% แต่ในกรณีที่ราคาประเมินต่ำกว่าราคาซื้อขาย ผู้กู้ยังคงต้องชำระส่วนต่างดังกล่าวด้วยเงินของตนเอง -
คิดว่ารีไฟแนนซ์ต้องใช้เกณฑ์ LTV เหมือนซื้อบ้านใหม่
การรีไฟแนนซ์บ้านหลังแรกเพื่ออยู่อาศัยมักจะได้รับการยกเว้นเกณฑ์ LTV บางส่วนเพื่อช่วยเหลือผู้กู้ แต่หากเป็นการรีไฟแนนซ์บ้านหลังที่ 2-3 จะยังคงต้องพิจารณาตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด -
เข้าใจผิดว่า LTV มีผลกับการอนุมัติสินเชื่อ
LTV เป็นเพียงเกณฑ์วงเงินสูงสุดเท่านั้น ส่วนธนาคารจะอนุมัติหรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการชำระหนี้ และประวัติบูโรของผู้ขอสินเชื่อเป็นหลัก -
เข้าใจผิดว่า LTV เหมือนกันทุกโครงการ หรือ ทุกประเภทที่อยู่อาศัย
ในความเป็นจริง เกณฑ์ LTV อาจแตกต่างกันตามประเภทของที่อยู่อาศัย เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียม รวมถึงเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงินที่อาจกำหนดรายละเอียดแตกต่างกันไปในบางกรณี
เคล็ดลับเตรียมตัวก่อนกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ได้วงเงินตามที่ต้องการ?
-
เช็กเครดิตและประวัติทางการเงินให้พร้อม
ควรรักษาประวัติการชำระหนี้ให้สม่ำเสมอและตรงเวลา หลีกเลี่ยงการค้างชำระ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มความมั่นใจให้ธนาคารในการพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระ -
เตรียมเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นอกเหนือค่าบ้าน
นอกจากเงินดาวน์แล้วควรมีเงินสำรองประมาณ 3-5% ของราคาบ้าน สำหรับค่าโอน ค่าจดจำนอง และค่าตกแต่ง -
คำนวณภาระผ่อนต่อเดือนให้สอดคล้องกับรายได้
ภาระหนี้ทั้งหมดรวมค่าผ่อนบ้านใหม่ไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน เพื่อความมั่นคงทางการเงิน -
ตรวจสอบเกณฑ์ LTV–DTI ของแต่ละธนาคารก่อนยื่นกู้
แต่ละธนาคารอาจมีเกณฑ์การประเมินราคาหลักประกันและนโยบายภายในที่ต่างกัน ซึ่งการปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อนยื่นกู้จริง จะช่วยลดความผิดพลาดได้มากขึ้น
มาตรการ LTV เป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ที่ต้องการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยควรนำมาวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ โดยการเตรียมเงินดาวน์ให้พร้อมตามเกณฑ์ล่าสุด จะช่วยลดข้อจำกัดในการยื่นขอสินเชื่อ และเพิ่มโอกาสในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น
หากคุณกำลังมองหาสินเชื่อบ้านที่ตอบโจทย์ ทั้งในด้านวงเงินที่เหมาะสมกับรายได้และเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น KKP HOME LOAN ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจด้วยสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำที่มีให้เลือกทั้งแบบลอยตัวและคงที่ ให้วงเงินสูงสุดถึง 50 ล้านบาท และด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อช่วยให้การมีบ้านของคุณเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น หรือดูรายละเอียดสินเชื่อบ้านอื่น ๆ เพิ่มเติม
คำเตือน: กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
หมายเหตุ : อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) ของวงเงิน KKP HOME FLEXI อยู่ระหว่าง 5.925% - 15% ต่อปี • เงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย วงเงินอนุมัติ และระยะเวลาผ่อนชำระ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ