Money Matter
เงินบำนาญประกันสังคมคืออะไร? เช็กสิทธิ์หลังเกษียณว่าได้เงินเท่าไหร่?
- 11 May 26
- 588

โดยเราจะมาดูว่าการมีประกันสังคมจนถึงเกษียณอายุ 55 ปีจะได้รับเงินหรือสิทธิประโยชน์หลังเกษียณเท่าไหร่ และมีอะไรที่คุณต้องรู้บ้าง หากต้องการวางแผนการเงินหลังเกษียณให้ดีที่สุดไปพร้อมกัน
เงินเกษียณอายุประกันสังคมคืออะไร?
เงินเกษียณอายุประกันสังคม คือ เงินหรือสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพที่ผู้ประกันตนจะได้รับจากกองทุนประกันสังคมเมื่อถึงวัยเกษียณ เพื่อใช้เป็นทุนในการดำรงชีพ โดยผู้ประกันตนจะเริ่มได้รับเงินคืนเมื่อมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ซึ่งรูปแบบการรับเงินเกษียณอายุประกันสังคมแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ บำนาญชราภาพ (บำนาญประกันสังคม) ที่เป็นการจ่ายรายเดือนตลอดชีวิต และบำเหน็จชราภาพ ที่จะเป็นการจ่ายเงินก้อนครั้งเดียว ส่วนการรับจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการส่งเงินสมทบของแต่ละบุคคลเป็นหลัก
บำเหน็จชราภาพ vs บำนาญชราภาพ ต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างหลักของการรับเงินเกษียณอายุประกันสังคมในรูปแบบบำเหน็จชราภาพและบำนาญชราภาพ จะเป็นเรื่องของระยะเวลาการส่งเงินสมทบและรูปแบบการรับเงิน ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างหลัก ๆ ได้ ดังนี้
ที่มา: Policy Watch, iTax
ใครมีสิทธิได้รับเงินเกษียณอายุประกันสังคมบ้าง?
ผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินเกษียณอายุประกันสังคม จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดไว้ เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อสมาชิกในกองทุนทุกคน ซึ่งโดยพื้นฐานจะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้
1. เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือมาตรา 39
สิทธิเงินเกษียณอายุประกันสังคมครอบคลุมทั้งพนักงานเอกชนทั่วไป (ม.33) และผู้ที่ลาออกจากงานแล้วแต่ยังส่งเงินสมทบเองต่อเนื่อง (ม.39) โดยจะนำระยะเวลาการส่งเงินของทั้งสองมาตรารวมกันเพื่อคำนวณสิทธิ2. มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
การนับอายุอ้างอิงจากวัน เดือน ปีเกิดที่ปรากฏในบัตรประชาชน โดยต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีเต็มในวันที่ยื่นคำขอรับสิทธิประโยชน์ ทั้งนี้ สิทธิยังครอบคลุมถึงกรณีผู้ประกันตนที่เป็นผู้ทุพพลภาพ หรือถึงแก่ความตายก่อนอายุครบ 55 ปีด้วย3. ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงแล้ว
ผู้มีสิทธิจะต้องลาออกจากงาน หรือหยุดส่งเงินสมทบในกรณี ม.39 แล้วเท่านั้น หากยังทำงานและส่งเงินสมทบอยู่ แม้อายุครบ 55 ปีก็ยังไม่สามารถขอรับเงินส่วนนี้ได้4. มีระยะเวลาส่งเงินสมทบกรณีชราภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด
- กรณีจ่ายเงินสมทบมากกว่า 180 เดือน การนับ 180 เดือน ไม่จำเป็นต้องส่งติดต่อกัน 15 ปีเต็ม โดยสามารถส่งเว้นช่วงได้ แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องมียอดเดือนที่จ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือนขึ้นไปจึงจะได้รับเงินบำนาญชราภาพแบบรายเดือนตลอดชีวิต
- กรณีจ่ายเงินสมทบน้อยกว่า 180 เดือน จะได้รับเป็นเงินบำเหน็จชราภาพที่เป็นเงินก้อนแทน
กรณีได้รับบำนาญชราภาพคำนวณอย่างไร?
กรณีที่ 1 – จ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน (15 ปีพอดี)
สูตรคำนวณ : ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย x 20%ตัวอย่าง : หากมีฐานเงินเดือนเฉลี่ย 15,000 บาท จะได้รับบำนาญเดือนละ 15,000 x 20% = 3,000 บาท
กรณีที่ 2 – จ่ายเงินสมทบมากกว่า 180 เดือน
สูตรคำนวณ : [20% + (1.5% x จำนวนปีที่เกินจาก 15 ปี)] x ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายตัวอย่าง : ส่งประกันสังคมมา 20 ปี (เกินมา 5 ปี) ฐานเงินเดือน 15,000 บาท อัตราที่ได้ คือ [20% + (1.5% x 5)] = 27.5% ดังนั้น จะได้รับเดือนละ 15,000 x 27.5% = 4,125 บาท
ตารางสรุปเงินบำนาญชราภาพตามระยะเวลาการส่ง
*หมายเหตุ: ตารางนี้คำนวณจากฐานค่าจ้างเฉลี่ย 15,000 บาท และใช้สูตรคำนวณบำนาญชราภาพแบบเดิม โดยการนับระยะเวลาส่งเงินสมทบจะนับเป็นปีเต็ม ทั้งนี้ ผู้ที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 15 ปี (180 เดือน) จะไม่ได้รับบำนาญชราภาพ แต่จะได้รับเป็นเงินบำเหน็จชราภาพแทน
ที่มา: สำนักงานประกันสังคม, iTax
กรณีได้รับบำเหน็จชราภาพ (เงินก้อน) คำนวณอย่างไร?
สำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับเป็นเงินก้อนเพียงครั้งเดียว โดยต้องสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนแล้วจึงจะสามารถยื่นขอรับสิทธิได้ ซึ่งการคำนวณจะมีความแตกต่างตามระยะเวลาที่ส่ง ดังนี้
กรณีที่ 1 - จ่ายเงินสมทบน้อยกว่า 12 เดือน
จะได้คืนเฉพาะส่วนที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเองเท่านั้น โดยไม่มีเงินสมทบจากนายจ้างและไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนสูตรคำนวณ : เงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายต่อเดือน × จำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบ
ตัวอย่าง : หากคุณส่งเดือนละ 450 บาท (ฐานเงินเดือน 15,000 บาท × 3%) เป็นระยะเวลา 10 เดือน คุณจะได้รับเงินก้อนประมาณ 4,500 บาท
กรณีที่ 2 - จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 180 เดือน
จะได้รับเงิน 3 ส่วนรวมกัน คือ เงินสมทบของผู้ประกันตน เงินสมทบของนายจ้าง และผลประโยชน์ตอบแทน (ตามที่สำนักงานประกันสังคมประกาศ)สูตรคำนวณ : [(เงินสมทบผู้ประกันตนต่อเดือน + เงินสมทบนายจ้างต่อเดือน) × จำนวนเดือน] + ผลประโยชน์ตอบแทน
ตัวอย่าง : หากคุณส่งเดือนละ 450 บาท นายจ้างสมทบอีก 450 บาทต่อเดือน รวม 900 บาทต่อเดือน ส่งมา 10 ปี (120 เดือน ซึ่งยังไม่ครบ 180 เดือน) คุณจะได้รับเป็นเงินก้อนประมาณ 108,000 บาท บวกผลประโยชน์ตอบแทนเพิ่มเติม
หมายเหตุ: กรณีผู้ประกันตน ม.39 แม้จะส่งเงินสมทบด้วยตนเอง แต่สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจะคำนวณจากฐานรายได้ที่กำหนดจึงได้รับเงินบำเหน็จน้อยกว่าผู้ประกันตน ม.33 ในระยะเวลาที่เท่ากัน
เกษียณก่อน 55 ควรส่ง ม.39 ต่อหรือหยุดส่ง แบบไหนคุ้มกว่ากัน?
หากมีปัญหาสุขภาพหรือต้องการความคุ้มครองต่อเนื่อง การส่ง ม.39 ต่ออาจคุ้มค่ากว่าการซื้อประกันสุขภาพเอกชนทดแทน แต่หากมีสุขภาพดีและมีแผนรับมือค่ารักษาพยาบาลระหว่างรอ การหยุดส่งเพื่อรักษาฐานค่าจ้างตาม ม.33 ไว้ที่ 15,000 บาท ซึ่งเป็นฐานที่ใช้คำนวณเงินบํานาญประกันสังคมจะทำให้ยอดเงินบำนาญประกันสังคมรายเดือนสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ควรประเมินสุขภาพและต้นทุนประกันทดแทนประกอบการตัดสินใจ
สูตร CARE คืออะไร? สูตรคำนวณเงินบำนาญประกันสังคมแบบใหม่ที่ต้องรู้

อัปเดต 2569 เพดานเงินสมทบปรับขึ้น ส่งผลต่อเงินบำนาญประกันสังคมอย่างไร?
- ระยะที่ 1 (ปี 2569-2571) : ปรับเพดานเป็น 17,500 บาท
- ระยะที่ 2 (ปี 2572-2574) : ปรับเพดานเป็น 20,000 บาท
- ระยะที่ 3 (ปี 2575 เป็นต้นไป) : ปรับเพดานเป็น 23,000 บาท
ยิ่งเพดานสูงขึ้น ฐานเงินเดือนเฉลี่ยที่ใช้คำนวณเงินบํานาญประกันสังคมก็สูงขึ้น ส่งผลให้เงินบำนาญประกันสังคมรายเดือนที่จะได้รับหลังเกษียณสูงขึ้นตามไปด้วย
วิธีเช็กสิทธิบํานาญประกันสังคม ทำอย่างไร?
การเช็กสิทธิ์เงินบำนาญประกันสังคมในปัจจุบัน สามารถทำได้หลายช่องทาง ดังนี้
1. ผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม
เข้าไปที่ www.sso.go.th ลงชื่อเข้าสู่ระบบผู้ประกันตน เลือกเมนู "ตรวจสอบสิทธิชราภาพ" เพื่อดูยอดเงินสมทบสะสมทั้งหมด ประวัติการส่ง และคำนวณสิทธิชราภาพ2. ผ่านแอปพลิเคชัน SSO Plus
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SSO Plus ทั้งระบบ iOS และ Android เพื่อเช็กยอดเงินสมทบรายเดือน ยอดเงินสะสมชราภาพ และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา3. ช่องทางอื่น
LINE Official: @ssothai หรือสายด่วน 1506 สำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามเจ้าหน้าที่โดยตรงขั้นตอนการยื่นขอรับเงินบำนาญประกันสังคม ต้องทำอย่างไร?
เมื่อคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนในการรับเงินบำนาญประกันสังคม สามารถดำเนินการยื่นขอรับเงินได้ภายใน 2 ปีนับตั้งแต่วันที่เกิดสิทธิตามขั้นตอนดังนี้
1. คุณสมบัติผู้มีสิทธิ
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าลาออกจากงานแล้วและอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ซึ่งหากมีหนี้ค้างส่งเงินสมทบควรเคลียร์ให้เรียบร้อยก่อน2. เอกสารที่ต้องเตรียม
- แบบคำขอรับประโยชน์แทนกรณีชราภาพ (สปส. 2-01)
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่จะให้โอนเงินเข้า
3. ยื่นที่ไหน
ยื่นขอรับเงินเกษียณอายุประกันสังคมได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์ (e-Self Service) ในเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม4. ได้เงินเมื่อไร
โดยปกติจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีครั้งแรกภายใน 1-2 เดือนหลังจากได้รับอนุมัติ และจะได้รับต่อเนื่องทุกเดือนสำหรับกรณีบำนาญการทำความเข้าใจว่าหลังจากส่งประกันสังคมจนถึงเกษียณอายุช่วง 55 ปีแล้ว จะได้รับเงินบํานาญประกันสังคมได้เท่าไหร่คือจุดเริ่มต้นของการวางแผนเกษียณที่มีประสิทธิภาพ แม้เงินบํานาญประกันสังคมจะเป็นรายได้ที่ช่วยพยุงค่าใช้จ่ายได้ในระดับหนึ่ง แต่ด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้น การมีแหล่งรายได้สำรองจากกองทุนรวมหรือการลงทุนเพิ่มเติม ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ไม่น้อย
หากคุณต้องการสร้างความมั่นคงที่มากกว่าเงินบำนาญประกันสังคม เราขอแนะนำให้เลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมจากธนาคารเกียรตินาคินภัทร เพื่อโอกาสในการเติบโตของเงินออม และสร้างผลตอบแทนที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตอย่างดีที่สุดในวัยเกษียณอายุแบบไร้กังวล
คำเตือน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน