Money Matter

สรุปครบ! ประกัน PA คืออะไร? ใครบ้างที่ควรทำประกันอุบัติเหตุ

  • 04 Jun 26
  • 13
อุบัติเหตุเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งโดยไม่เลือกเวลาหรือสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน หรือการเดินทาง

เมื่อเป็นแบบนี้การมีประกันอุบัติเหตุจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ เพราะเปรียบเสมือนเบาะรองรับความเสี่ยงทางการเงิน ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายก้อนโตที่อาจเกิดขึ้นกะทันหัน ทำให้สามารถเข้ารับการรักษาได้ทัน โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเก็บสะสม

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) คืออะไร?

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล หรือประกัน PA (Personal Accident Insurance) คือ ประกันที่ช่วยให้ความคุ้มครองความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น การบาดเจ็บ สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ โดยบริษัทประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไข ช่วยให้ผู้เอาประกันเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นแบบกะทันหัน

นอกจากนี้ ประกัน PA ยังช่วยสร้างความมั่นคง ทั้งในรูปแบบค่าชดเชยรายได้ระหว่างพักรักษา และเงินดูแลครอบครัวในกรณีร้ายแรง เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงในแต่ละวัน

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ต่างจากประกันสุขภาพอย่างไร?

หลายคนคงสงสัยว่าระหว่างประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) กับประกันสุขภาพนั้นแตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้เห็นภาพชัดมากขึ้น ลองมาดูการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) และประกันสุขภาพได้ตามตารางสรุปด้านล่างนี้

  ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ประกันสุขภาพ
วัตถุประสงค์ คุ้มครองความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดจาก "อุบัติเหตุ" เท่านั้น คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่เกิดจาก "การเจ็บป่วย" และ "อุบัติเหตุ"
เงื่อนไขคุ้มครอง คุ้มครองทันทีเมื่อกรมธรรม์อนุมัติ
(ไม่มีระยะเวลารอคอย)
มีระยะเวลารอคอย (Waiting Period) 30-120 วัน ขึ้นอยู่กับโรค
เคลมในกรณีใดได้บ้าง หกล้ม รถชน มีดบาด สุนัขกัด อุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา ฯลฯ ไข้หวัด อาหารเป็นพิษ โรคร้ายแรง การผ่าตัดจากปัญหาสุขภาพ ฯลฯ
ค่าเบี้ยประกัน คงที่ ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ (แต่อิงตามขั้นอาชีพและความเสี่ยง) ปรับเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุ และประวัติสุขภาพของผู้เอาประกัน
เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองความเสี่ยงรายวัน เบี้ยประหยัด เข้าถึงง่าย ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบครอบคลุมทุกโรคภัย

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) เหมาะกับใครบ้าง?

การทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) เป็นการวางแผนบริหารความเสี่ยงขั้นพื้นฐานที่ตอบโจทย์คนหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น

1. ผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว หรือมีผู้พึ่งพิงทางรายได้

ผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว หรือมีผู้พึ่งพิงทางรายได้ หากเกิดอุบัติเหตุจนบาดเจ็บหนักหรือทุพพลภาพ ย่อมส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของสมาชิกในบ้าน ซึ่งการมีประกัน PA จะช่วยเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงนี้ โดยมีเงินชดเชยรายได้หรือเงินก้อนเพื่อดูแลครอบครัวต่อไป

2. ผู้ที่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

กลุ่มอาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ทำงานกับเครื่องจักรกล การก่อสร้าง ผู้ที่ต้องขับขี่รถเป็นประจำ พนักงานโรงงาน ล้วนเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุสูง การทำประกัน PA จึงเป็นอีกตัวช่วยที่ช่วยเสริมความคุ้มครองด้านค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกินกว่าสวัสดิการที่มีอยู่ และไม่กระทบกับเงินเก็บสำหรับเป้าหมายสำคัญในอนาคต 

อย่างไรก็ตาม ประกัน PA แต่ละแผนจะมีการพิจารณาประเภทอาชีพตามระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน โดยบางอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น เบี้ยประกันสูงขึ้น ความคุ้มครองบางส่วนที่แตกต่างจากอาชีพทั่วไป หรือบริษัทอาจไม่รับประกันในบางกลุ่มอาชีพ ดังนั้น ก่อนสมัครประกันควรตรวจสอบรายละเอียดเงื่อนไข ความคุ้มครอง และกลุ่มอาชีพที่รับประกันกับบริษัทโดยตรง

3. ผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเล่นกีฬาเป็นประจำ

สำหรับใครที่มีไลฟ์สไตล์ที่ชอบทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ ปั่นจักรยาน วิ่งมาราธอน หรือเล่นกีฬาที่มีการปะทะ ย่อมมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บทางร่างกาย ประกัน PA คือประกันที่ตอบโจทย์ในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุเหล่านี้ ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น ก็สามารถรับมือได้แบบไร้กังวล

4. ผู้ที่เดินทางเป็นประจำ

ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถสาธารณะ หรือขับรถยนต์ส่วนตัวเป็นประจำทุกวัน ความเสี่ยงบนท้องถนนคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ประกันอุบัติเหตุจะให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน ช่วยให้เข้าถึงโรงพยาบาลเอกชนใกล้เคียงได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดบนท้องถนน

5. ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติมนอกเหนือจากประกันสุขภาพ

หลายคนมีประกันสุขภาพอยู่แล้ว แต่วงเงินค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) อาจมีจำกัด การซื้อประกัน PA เพิ่มเติมในราคาเบี้ยที่เข้าถึงง่าย จะช่วยอุดช่องโหว่ค่ารักษาจากอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น หกล้ม มีดบาด โดยไม่ต้องดึงวงเงินประกันสุขภาพมาใช้

6. ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองในราคาประหยัด (อาจจะไม่มีประกันสุขภาพหรือประกันสังคม) 

สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่ยังไม่มีสวัสดิการใด ๆ รองรับ การทำประกัน PA ไว้ถือเป็นตัวเลือกในการวางแผนค่าใช้จ่ายที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองในราคาประหยัด เพราะค่าเบี้ยประกันรายปีอยู่ในระดับที่จับต้องได้ แต่ให้วงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ถือเป็นหนึ่งในการวางแผนค่าใช้จ่าย ที่ช่วยป้องกันเงินเก็บสูญหายจากค่ารักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7. ผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุมีสภาพร่างกายที่เปราะบาง กระดูกพรุน และเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มได้ง่ายแม้อยู่ในบ้าน การมีประกัน PA สำหรับผู้สูงวัยจะช่วยรองรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นบ่อยครั้ง รวมถึงครอบคลุมกรณีที่ต้องใช้เครื่องมือแพทย์พิเศษในการฟื้นฟูร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ประกัน PA แต่ละแผนจะมีเงื่อนไขด้านอายุผู้เอาประกันและเงื่อนไขการต่ออายุกรมธรรม์ที่แตกต่างกัน โดยบางแผนอาจคุ้มครองได้ถึงอายุ 60 ปี และสามารถต่ออายุความคุ้มครองได้สูงสุดถึง 65 ปีเท่านั้น ดังนั้นก่อนตัดสินใจสมัคร ควรศึกษาช่วงอายุที่รับประกัน เงื่อนไขการต่ออายุ และรายละเอียดความคุ้มครองของแต่ละแผนกับทางบริษัทโดยตรง

ประเภทของประกันอุบัติเหตุ (PA) มีอะไรบ้าง?

สงสัยกันใช่หรือไม่ว่าประกันอุบัติเหตุมีอะไรบ้าง โดยหลัก ๆ แล้วประกัน PA สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

1. ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Individual PA)

เป็นประกันที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองผู้เอาประกันรายบุคคล โดยสามารถเลือกความคุ้มครองและทุนประกันได้ตามความต้องการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแผนประกันยืดหยุ่นและตอบโจทย์เฉพาะตนเอง

ความคุ้มครองครอบคลุมอุบัติเหตุจากการทำงาน การเดินทาง และชีวิตประจำวัน พร้อมช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาล ชดเชยรายได้ระหว่างหยุดงาน รวมถึงคุ้มครองกรณีทุพพลภาพถาวรหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

2. ประกันอุบัติเหตุสำหรับการเดินทาง (Travel PA)

ประกันที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะในช่วงเวลาที่เดินทาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวหรือเดินทางเพื่อทำงานเป็นครั้งคราว

นอกจากคุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางแล้ว ยังครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน ความล่าช้าหรือการยกเลิกเที่ยวบิน รวมถึงความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน เพื่อเพิ่มความอุ่นใจตลอดทริป

3. ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม (Group PA)

ประกันที่องค์กรหรือนายจ้างจัดทำให้พนักงานหรือกลุ่มบุคคล ภายใต้กรมธรรม์หลักฉบับเดียว ทำให้บริหารจัดการได้สะดวกและมีเบี้ยประกันคุ้มค่ากว่าแบบรายบุคคล

แผนประกันลักษณะนี้ช่วยคุ้มครองอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน พร้อมเสริมสวัสดิการ สร้างความมั่นใจ และเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรในองค์กร

ประกันอุบัติเหตุคุ้มครองอะไรบ้าง?

หลายคนอาจยังมีคำถามว่าในกรมธรรม์หนึ่งฉบับ ประกันอุบัติเหตุคุ้มครองอะไรบ้าง? ซึ่งโดยทั่วไปแล้วความคุ้มครองจะครอบคลุมความสูญเสียที่เกิดจากปัจจัยภายนอกอย่างฉับพลัน โดยแบ่งออกเป็น 7 หมวดหมู่หลักดังนี้

1. กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

หากผู้เอาประกันเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรจากอุบัติเหตุ บริษัทจะจ่ายเงินทุนประกันให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ตามที่ระบุในกรมธรรม์ ซึ่งเงินก้อนนี้ช่วยรองรับภาระค่าใช้จ่ายและดูแลความมั่นคงทางการเงินของครอบครัวในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

2. ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ (OPD และ IPD)

ประกัน PA ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ครอบคลุมค่ายา ค่าห้อง ค่าผ่าตัด และค่าบริการทางการแพทย์ รวมถึงการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและการฟื้นฟูสมรรถภาพ ภายใต้วงเงินที่กำหนดในกรมธรรม์

3. ค่าใช้จ่ายกรณีผ่าตัดจากอุบัติเหตุ

ในกรณีที่อุบัติเหตุมีความรุนแรงจนต้องเข้ารับการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเล็กหรือผ่าตัดใหญ่ กรมธรรม์จะคุ้มครองค่าใช้จ่ายในห้องผ่าตัด ค่าแพทย์ศัลยกรรม และค่าวิสัญญีแพทย์ ช่วยลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ได้อย่างมาก

4. ค่าชดเชยรายได้ระหว่างพักฟื้น

หากไม่สามารถทำงานได้จากการบาดเจ็บ ประกันอุบัติเหตุจะมีค่าชดเชยรายได้ตามระยะเวลาที่พักรักษาตัว ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และลดผลกระทบทางการเงินระหว่างการฟื้นตัว

5. ค่าปลงศพ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดการงานศพ

นอกเหนือจากเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต ประกันอุบัติเหตุบางแผนยังมอบความคุ้มครองเพิ่มเติมในส่วนของค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายในการจัดการงานศพ ช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินของครอบครัวในการจัดการพิธีการทางศาสนาได้อย่างลุล่วง

6. กรณีทุพพลภาพถาวรและการสูญเสียอวัยวะ

หากเกิดการสูญเสียอวัยวะหรือความสามารถสำคัญ เช่น การมองเห็นหรือการเคลื่อนไหว ประกันจะจ่ายเงินชดเชยตามสัดส่วนของทุนประกัน เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายและการใช้ชีวิตระยะยาว

7. กรณีทุพพลภาพชั่วคราวหรือบางส่วน

ประกัน PA ยังให้ความคุ้มครองในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถทำงานในหน้าที่ประจำได้ชั่วคราว หรือสูญเสียการใช้งานอวัยวะบางส่วน โดยจะมีการจ่ายเงินทดแทนรายสัปดาห์หรือเงินก้อนตามสัดส่วนความรุนแรง ช่วยให้มีเงินทุนหมุนเวียนในระหว่างที่รอการฟื้นฟูร่างกาย

มีประกันอุบัติเหตุดีอย่างไร ทำไมควรซื้อประกันอุบัติเหตุ?

การตัดสินใจซื้อประกันอุบัติเหตุถือเป็นการลงทุนเพื่อการบริหารจัดการความเสี่ยงที่คุ้มค่า หากพิจารณาถึงข้อดีและเหตุผลที่ควรมีประกันประเภทนี้ติดตัวไว้ จะพบว่ามีประโยชน์ทั้งในด้านสุขภาพ และในด้านการเงิน ดังนี้

1. ช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงิน

อุบัติเหตุมักมาพร้อมกับค่ารักษาพยาบาลที่ไม่ได้คาดคิด การมีประกัน PA จะช่วยรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้แทน ทำให้เงินออมที่วางแผนไว้ยังคงอยู่ครบตามเป้าหมาย

2. ลดหย่อนภาษีได้

เบี้ยประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลสามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในหมวดหมู่เบี้ยประกันสุขภาพ สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท (เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท) โดยมีหลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากรกำหนด

อย่างไรก็ตาม สิทธิในการนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีจะขึ้นอยู่กับประเภทและเงื่อนไขของแต่ละผลิตภัณฑ์ บางผลิตภัณฑ์อาจไม่สามารถนำเบี้ยประกันทั้งหมดไปใช้ลดหย่อนได้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจทำประกันควรตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีกับบริษัท

ที่มา: หมวดค่าลดหย่อนประกันชีวิต/ประกันชีวิตแบบบำนาญ/ประกันสุขภาพ | กรมสรรพากร   

3. เพิ่มความอุ่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน

เมื่อรู้ว่ามีความคุ้มครองรองรับอยู่ด้านหลัง ย่อมสร้างความรู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจ ทำให้สามารถทุ่มเทให้กับการทำงาน การเดินทาง หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังกับค่าใช้จ่ายมหาศาลที่อาจเกิดขึ้นจากการเกิดอุบัติเหตุ

4. เคลมง่าย เงื่อนไขไม่ซับซ้อน และคุ้มครองทันที

กรมธรรม์อุบัติเหตุส่วนใหญ่มักมาพร้อมกับบัตรแคร์การ์ด (Care Card) ที่สามารถยื่นเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเครือข่ายได้ทันทีโดยไม่ต้องสำรองจ่าย อีกทั้งยังไม่มีระยะเวลารอคอย (Waiting Period) ความคุ้มครองเริ่มต้นทันทีที่กรมธรรม์ได้รับการอนุมัติ

5. เบี้ยไม่แพง คุ้มค่ากับความคุ้มครอง

เมื่อเทียบอัตราส่วนระหว่างค่าเบี้ยประกันที่จ่ายหลักพันบาทต่อปี กับวงเงินความคุ้มครองหลักแสนหรือหลักล้านบาท ถือว่าเป็นการโอนความเสี่ยงที่ใช้ต้นทุนต่ำมาก ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองนี้ได้โดยไม่เป็นภาระรายจ่ายมากเกินไป

เลือกประกันอุบัติเหตุอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง?

การเลือกซื้อประกันอุบัติเหตุให้ได้ประโยชน์สูงสุด ต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายด้านประกอบกัน เพื่อให้ได้กรมธรรม์ที่ตอบโจทย์และไม่เกิดปัญหาเมื่อต้องเคลมจริง สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1 — ประเมินความเสี่ยงและไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

เริ่มต้นจากการสำรวจการใช้ชีวิตประจำวัน อาชีพที่ทำมีความเสี่ยงระดับไหน ต้องเดินทางบ่อยหรือไม่ หรือชอบเล่นกีฬาผาดโผนหรือเปล่า เพื่อเป็นการประเมินเบื้องต้นว่าควรเลือกซื้อแผนประกันอุบัติเหตุที่มีวงเงินคุ้มครองสูงระดับใดจึงจะครอบคลุมความเสี่ยงทั้งหมด

ขั้นตอนที่ 2 — เช็กความคุ้มครองที่มีอยู

ตรวจสอบสวัสดิการที่มีอยู่เดิม เช่น ประกันสังคม ประกันกลุ่มของบริษัท หรือประกันสุขภาพส่วนบุคคล ว่ามีวงเงินค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุอยู่แล้วเท่าไหร่ เพื่อที่จะได้ซื้อประกัน PA เพิ่มเติมเฉพาะในส่วนที่ยังขาดหายไป ป้องกันการจ่ายเบี้ยประกันซ้ำซ้อน

ขั้นตอนที่ 3 — เปรียบเทียบทุนประกัน เบี้ย และเงื่อนไข

นำแผนประกันจากหลาย ๆ แห่งมาเปรียบเทียบกัน โดยดูค่าเบี้ยประกันและวงเงินคุ้มครองที่ผู้ซื้อประกันจะได้รับ พร้อมทั้งอ่านข้อยกเว้นในกรมธรรม์อย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจเงื่อนไขอื่น ๆ ของแผนประกันอุบัติเหตุ เช่น การไม่คุ้มครองอุบัติเหตุขณะเมาสุรา หรือการขับขี่รถจักรยานยนต์ 

ขั้นตอนที่ 4 — ศึกษาขั้นตอนการเคลมว่าสะดวกแค่ไหน

ตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลคู่สัญญาว่ามีครอบคลุมในพื้นที่ที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงานหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่ามีระบบแคร์การ์ด (Care Card) ที่สามารถยื่นบัตรเพื่อรักษาได้ทันทีโดยไม่ต้องสำรองจ่ายเงินสดออกไปก่อนหรือไม่

ขั้นตอนที่ 5 — ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันและรีวิวจากผู้ใช้จริง

เลือกบริษัทประกันที่มีฐานะทางการเงินมั่นคง มีประวัติการจ่ายสินไหมทดแทนที่รวดเร็วและเป็นธรรม โดยอาจค้นหาข้อมูลหรืออ่านรีวิวจากผู้เอาประกันรายอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนตกลงทำสัญญา

รับมือทุกความเสี่ยง ด้วยการวางแผนที่ใช่ กับประกันอุบัติเหตุ KKPGEN PA SAFE PLUS

ไม่มีใครรู้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่สิ่งที่คุณเลือกได้คือการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่มันจะมาถึง ถ้าคุณกำลังมองหาประกัน PA ขอแนะนำ KKPGEN PA SAFE PLUS ประกันอุบัติเหตุที่จ่ายเบี้ยเพียงวันละ 7 บาท ก็ได้รับความคุ้มครองอุบัติเหตุทุกรูปแบบ ทั้งระหว่างเดินทางและในชีวิตประจำวัน พร้อมค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 20,000 บาทต่อครั้ง โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ที่โรงพยาบาลในเครือข่ายกว่า 700 แห่งทั่วประเทศ สมัครง่ายผ่านแอป KKP Better

และหากเกิดเหตุไม่คาดคิด ยังมีความคุ้มครองชีวิตสูงสุดถึง 1,200,000 บาท พร้อมเงินชดเชยให้ครอบครัวต่อเนื่อง 12 เดือน เพราะความอุ่นใจที่แท้จริง คือการรู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คนที่คุณรักยังได้รับการดูแลเสมอ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ. เจนเนอราลี่ ประกันภัย (ไทยแลนด์) กำหนด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ทำประกันอุบัติเหตุ (PA) เคลมได้เลยไหม? มีระยะเวลารอคอยไหม?

A: ประกันอุบัติเหตุ (PA) ไม่มีระยะเวลารอคอย (Waiting Period) หากกรมธรรม์ได้รับการอนุมัติและมีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อเกิดอุบัติเหตุสามารถแจ้งเคลมและเข้ารับความคุ้มครองได้ทันทีตามเงื่อนไขที่กำหนด

Q: ถ้ามีประกันสังคมอยู่แล้ว ยังต้องทำประกันอุบัติเหตุ (PA) เพิ่มไหม?

A: สามารถทำประกันอุบัติเหตุ (PA) เพิ่มได้ แม้ประกันสังคมจะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล แต่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิเท่านั้น การทำประกัน PA เพิ่มเติมจะช่วยให้สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนใกล้เคียงได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มความสะดวก

Q: ประกันอุบัติเหตุ (PA) ไม่คุ้มครองกรณีใดบ้าง?

A: โดยทั่วไปจะไม่คุ้มครองอุบัติเหตุ หรือไม่คุ้มครองในกรณีดังต่อไปนี้

  • การเสียชีวิตจากการทำร้ายตนเอง
  • โรคประจำตัวหรือความผิดปกติที่เป็นมาแต่กำเนิด
  • การรักษาทางทันตกรรมหรือศัลยกรรมที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ
  • อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นขณะเมาสุรา หรืออยู่ภายใต้สารเสพติด
  • อุบัติเหตุจากกีฬาผาดโผนหรือการแข่งรถ ยกเว้นบางกรณีตามเงื่อนไขกรมธรรม์
  • การบาดเจ็บจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย
  • การขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ ซึ่งบางแผนอาจไม่ให้ความคุ้มครอง
  • อุบัติเหตุขณะโดยสารอากาศยานที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้อง
  • เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสงคราม การจลาจล หรือความไม่สงบ
  • การบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง

Q: ประกันอุบัติเหตุ (PA) ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาก่อนหรือไม่?

A: ไม่จำเป็นต้องสำรองจ่ายค่ารักษาก่อน หากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่เป็นคู่สัญญาหรือเครือข่ายของบริษัทประกัน และใช้วงเงินไม่เกินที่ระบุในกรมธรรม์ สามารถแสดงบัตรประกันอุบัติเหตุ (PA) หรือบัตรประชาชนเพื่อใช้สิทธิได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย 

อย่างไรก็ตาม หากเป็นโรงพยาบาลนอกเครือข่ายอาจจะต้องสำรองจ่ายค่ารักษาเองก่อน แล้วค่อยนำใบเสร็จมาเบิกในภายหลัง

Q: เบี้ยประกันอุบัติเหตุ (PA) คิดอย่างไร? อายุเยอะต้องจ่ายแพงขึ้นไหม?

เบี้ยประกัน PA ส่วนใหญ่คำนวณจาก "ขั้นอาชีพ" ตามระดับความเสี่ยงในการทำงานเป็นหลัก ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นตามอายุเหมือนประกันสุขภาพ ทำให้ค่าเบี้ยมีความคงที่ สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ง่ายกว่า