Money Matter
สรุปครบ! ประกัน PA คืออะไร? ใครบ้างที่ควรทำประกันอุบัติเหตุ
- 04 มิ.ย. 69
- 7

เมื่อเป็นแบบนี้การมีประกันอุบัติเหตุจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ เพราะเปรียบเสมือนเบาะรองรับความเสี่ยงทางการเงิน ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายก้อนโตที่อาจเกิดขึ้นกะทันหัน ทำให้สามารถเข้ารับการรักษาได้ทัน โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเก็บสะสม
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) คืออะไร?
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล หรือประกัน PA (Personal Accident Insurance) คือ ประกันที่ช่วยให้ความคุ้มครองความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น การบาดเจ็บ สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ โดยบริษัทประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไข ช่วยให้ผู้เอาประกันเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นแบบกะทันหัน
นอกจากนี้ ประกัน PA ยังช่วยสร้างความมั่นคง ทั้งในรูปแบบค่าชดเชยรายได้ระหว่างพักรักษา และเงินดูแลครอบครัวในกรณีร้ายแรง เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงในแต่ละวัน
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ต่างจากประกันสุขภาพอย่างไร?
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) เหมาะกับใครบ้าง?
1. ผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว หรือมีผู้พึ่งพิงทางรายได้
ผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว หรือมีผู้พึ่งพิงทางรายได้ หากเกิดอุบัติเหตุจนบาดเจ็บหนักหรือทุพพลภาพ ย่อมส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของสมาชิกในบ้าน ซึ่งการมีประกัน PA จะช่วยเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงนี้ โดยมีเงินชดเชยรายได้หรือเงินก้อนเพื่อดูแลครอบครัวต่อไป
2. ผู้ที่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
กลุ่มอาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ทำงานกับเครื่องจักรกล การก่อสร้าง ผู้ที่ต้องขับขี่รถเป็นประจำ พนักงานโรงงาน ล้วนเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุสูง การทำประกัน PA จึงเป็นอีกตัวช่วยที่ช่วยเสริมความคุ้มครองด้านค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกินกว่าสวัสดิการที่มีอยู่ และไม่กระทบกับเงินเก็บสำหรับเป้าหมายสำคัญในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ประกัน PA แต่ละแผนจะมีการพิจารณาประเภทอาชีพตามระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน โดยบางอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น เบี้ยประกันสูงขึ้น ความคุ้มครองบางส่วนที่แตกต่างจากอาชีพทั่วไป หรือบริษัทอาจไม่รับประกันในบางกลุ่มอาชีพ ดังนั้น ก่อนสมัครประกันควรตรวจสอบรายละเอียดเงื่อนไข ความคุ้มครอง และกลุ่มอาชีพที่รับประกันกับบริษัทโดยตรง
3. ผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเล่นกีฬาเป็นประจำ
สำหรับใครที่มีไลฟ์สไตล์ที่ชอบทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ ปั่นจักรยาน วิ่งมาราธอน หรือเล่นกีฬาที่มีการปะทะ ย่อมมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บทางร่างกาย ประกัน PA คือประกันที่ตอบโจทย์ในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุเหล่านี้ ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น ก็สามารถรับมือได้แบบไร้กังวล
4. ผู้ที่เดินทางเป็นประจำ
ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถสาธารณะ หรือขับรถยนต์ส่วนตัวเป็นประจำทุกวัน ความเสี่ยงบนท้องถนนคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ประกันอุบัติเหตุจะให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน ช่วยให้เข้าถึงโรงพยาบาลเอกชนใกล้เคียงได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดบนท้องถนน
5. ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติมนอกเหนือจากประกันสุขภาพ
หลายคนมีประกันสุขภาพอยู่แล้ว แต่วงเงินค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) อาจมีจำกัด การซื้อประกัน PA เพิ่มเติมในราคาเบี้ยที่เข้าถึงง่าย จะช่วยอุดช่องโหว่ค่ารักษาจากอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น หกล้ม มีดบาด โดยไม่ต้องดึงวงเงินประกันสุขภาพมาใช้
6. ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองในราคาประหยัด (อาจจะไม่มีประกันสุขภาพหรือประกันสังคม)
สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่ยังไม่มีสวัสดิการใด ๆ รองรับ การทำประกัน PA ไว้ถือเป็นตัวเลือกในการวางแผนค่าใช้จ่ายที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองในราคาประหยัด เพราะค่าเบี้ยประกันรายปีอยู่ในระดับที่จับต้องได้ แต่ให้วงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ถือเป็นหนึ่งในการวางแผนค่าใช้จ่าย ที่ช่วยป้องกันเงินเก็บสูญหายจากค่ารักษาพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
7. ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุมีสภาพร่างกายที่เปราะบาง กระดูกพรุน และเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มได้ง่ายแม้อยู่ในบ้าน การมีประกัน PA สำหรับผู้สูงวัยจะช่วยรองรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นบ่อยครั้ง รวมถึงครอบคลุมกรณีที่ต้องใช้เครื่องมือแพทย์พิเศษในการฟื้นฟูร่างกาย
อย่างไรก็ตาม ประกัน PA แต่ละแผนจะมีเงื่อนไขด้านอายุผู้เอาประกันและเงื่อนไขการต่ออายุกรมธรรม์ที่แตกต่างกัน โดยบางแผนอาจคุ้มครองได้ถึงอายุ 60 ปี และสามารถต่ออายุความคุ้มครองได้สูงสุดถึง 65 ปีเท่านั้น ดังนั้นก่อนตัดสินใจสมัคร ควรศึกษาช่วงอายุที่รับประกัน เงื่อนไขการต่ออายุ และรายละเอียดความคุ้มครองของแต่ละแผนกับทางบริษัทโดยตรง

ประเภทของประกันอุบัติเหตุ (PA) มีอะไรบ้าง?
สงสัยกันใช่หรือไม่ว่าประกันอุบัติเหตุมีอะไรบ้าง โดยหลัก ๆ แล้วประกัน PA สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้
1. ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Individual PA)
เป็นประกันที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองผู้เอาประกันรายบุคคล โดยสามารถเลือกความคุ้มครองและทุนประกันได้ตามความต้องการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแผนประกันยืดหยุ่นและตอบโจทย์เฉพาะตนเอง
ความคุ้มครองครอบคลุมอุบัติเหตุจากการทำงาน การเดินทาง และชีวิตประจำวัน พร้อมช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาล ชดเชยรายได้ระหว่างหยุดงาน รวมถึงคุ้มครองกรณีทุพพลภาพถาวรหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
2. ประกันอุบัติเหตุสำหรับการเดินทาง (Travel PA)
ประกันที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะในช่วงเวลาที่เดินทาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวหรือเดินทางเพื่อทำงานเป็นครั้งคราว
นอกจากคุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางแล้ว ยังครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน ความล่าช้าหรือการยกเลิกเที่ยวบิน รวมถึงความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน เพื่อเพิ่มความอุ่นใจตลอดทริป
3. ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม (Group PA)
ประกันที่องค์กรหรือนายจ้างจัดทำให้พนักงานหรือกลุ่มบุคคล ภายใต้กรมธรรม์หลักฉบับเดียว ทำให้บริหารจัดการได้สะดวกและมีเบี้ยประกันคุ้มค่ากว่าแบบรายบุคคล
แผนประกันลักษณะนี้ช่วยคุ้มครองอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน พร้อมเสริมสวัสดิการ สร้างความมั่นใจ และเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรในองค์กร
ประกันอุบัติเหตุคุ้มครองอะไรบ้าง?
หลายคนอาจยังมีคำถามว่าในกรมธรรม์หนึ่งฉบับ ประกันอุบัติเหตุคุ้มครองอะไรบ้าง? ซึ่งโดยทั่วไปแล้วความคุ้มครองจะครอบคลุมความสูญเสียที่เกิดจากปัจจัยภายนอกอย่างฉับพลัน โดยแบ่งออกเป็น 7 หมวดหมู่หลักดังนี้
1. กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
หากผู้เอาประกันเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรจากอุบัติเหตุ บริษัทจะจ่ายเงินทุนประกันให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ตามที่ระบุในกรมธรรม์ ซึ่งเงินก้อนนี้ช่วยรองรับภาระค่าใช้จ่ายและดูแลความมั่นคงทางการเงินของครอบครัวในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
2. ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ (OPD และ IPD)
ประกัน PA ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ครอบคลุมค่ายา ค่าห้อง ค่าผ่าตัด และค่าบริการทางการแพทย์ รวมถึงการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและการฟื้นฟูสมรรถภาพ ภายใต้วงเงินที่กำหนดในกรมธรรม์
3. ค่าใช้จ่ายกรณีผ่าตัดจากอุบัติเหตุ
ในกรณีที่อุบัติเหตุมีความรุนแรงจนต้องเข้ารับการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเล็กหรือผ่าตัดใหญ่ กรมธรรม์จะคุ้มครองค่าใช้จ่ายในห้องผ่าตัด ค่าแพทย์ศัลยกรรม และค่าวิสัญญีแพทย์ ช่วยลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ได้อย่างมาก
4. ค่าชดเชยรายได้ระหว่างพักฟื้น
หากไม่สามารถทำงานได้จากการบาดเจ็บ ประกันอุบัติเหตุจะมีค่าชดเชยรายได้ตามระยะเวลาที่พักรักษาตัว ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และลดผลกระทบทางการเงินระหว่างการฟื้นตัว
5. ค่าปลงศพ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดการงานศพ
นอกเหนือจากเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต ประกันอุบัติเหตุบางแผนยังมอบความคุ้มครองเพิ่มเติมในส่วนของค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายในการจัดการงานศพ ช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินของครอบครัวในการจัดการพิธีการทางศาสนาได้อย่างลุล่วง
6. กรณีทุพพลภาพถาวรและการสูญเสียอวัยวะ
หากเกิดการสูญเสียอวัยวะหรือความสามารถสำคัญ เช่น การมองเห็นหรือการเคลื่อนไหว ประกันจะจ่ายเงินชดเชยตามสัดส่วนของทุนประกัน เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายและการใช้ชีวิตระยะยาว
7. กรณีทุพพลภาพชั่วคราวหรือบางส่วน
ประกัน PA ยังให้ความคุ้มครองในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถทำงานในหน้าที่ประจำได้ชั่วคราว หรือสูญเสียการใช้งานอวัยวะบางส่วน โดยจะมีการจ่ายเงินทดแทนรายสัปดาห์หรือเงินก้อนตามสัดส่วนความรุนแรง ช่วยให้มีเงินทุนหมุนเวียนในระหว่างที่รอการฟื้นฟูร่างกายมีประกันอุบัติเหตุดีอย่างไร ทำไมควรซื้อประกันอุบัติเหตุ?
การตัดสินใจซื้อประกันอุบัติเหตุถือเป็นการลงทุนเพื่อการบริหารจัดการความเสี่ยงที่คุ้มค่า หากพิจารณาถึงข้อดีและเหตุผลที่ควรมีประกันประเภทนี้ติดตัวไว้ จะพบว่ามีประโยชน์ทั้งในด้านสุขภาพ และในด้านการเงิน ดังนี้
1. ช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงิน
อุบัติเหตุมักมาพร้อมกับค่ารักษาพยาบาลที่ไม่ได้คาดคิด การมีประกัน PA จะช่วยรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้แทน ทำให้เงินออมที่วางแผนไว้ยังคงอยู่ครบตามเป้าหมาย
2. ลดหย่อนภาษีได้
เบี้ยประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลสามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในหมวดหมู่เบี้ยประกันสุขภาพ สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท (เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท) โดยมีหลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากรกำหนด
อย่างไรก็ตาม สิทธิในการนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีจะขึ้นอยู่กับประเภทและเงื่อนไขของแต่ละผลิตภัณฑ์ บางผลิตภัณฑ์อาจไม่สามารถนำเบี้ยประกันทั้งหมดไปใช้ลดหย่อนได้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจทำประกันควรตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีกับบริษัท
ที่มา: หมวดค่าลดหย่อนประกันชีวิต/ประกันชีวิตแบบบำนาญ/ประกันสุขภาพ | กรมสรรพากร
3. เพิ่มความอุ่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน
เมื่อรู้ว่ามีความคุ้มครองรองรับอยู่ด้านหลัง ย่อมสร้างความรู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจ ทำให้สามารถทุ่มเทให้กับการทำงาน การเดินทาง หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังกับค่าใช้จ่ายมหาศาลที่อาจเกิดขึ้นจากการเกิดอุบัติเหตุ
4. เคลมง่าย เงื่อนไขไม่ซับซ้อน และคุ้มครองทันที
กรมธรรม์อุบัติเหตุส่วนใหญ่มักมาพร้อมกับบัตรแคร์การ์ด (Care Card) ที่สามารถยื่นเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเครือข่ายได้ทันทีโดยไม่ต้องสำรองจ่าย อีกทั้งยังไม่มีระยะเวลารอคอย (Waiting Period) ความคุ้มครองเริ่มต้นทันทีที่กรมธรรม์ได้รับการอนุมัติ
5. เบี้ยไม่แพง คุ้มค่ากับความคุ้มครอง
เมื่อเทียบอัตราส่วนระหว่างค่าเบี้ยประกันที่จ่ายหลักพันบาทต่อปี กับวงเงินความคุ้มครองหลักแสนหรือหลักล้านบาท ถือว่าเป็นการโอนความเสี่ยงที่ใช้ต้นทุนต่ำมาก ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองนี้ได้โดยไม่เป็นภาระรายจ่ายมากเกินไป

เลือกประกันอุบัติเหตุอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง?
การเลือกซื้อประกันอุบัติเหตุให้ได้ประโยชน์สูงสุด ต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายด้านประกอบกัน เพื่อให้ได้กรมธรรม์ที่ตอบโจทย์และไม่เกิดปัญหาเมื่อต้องเคลมจริง สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1 — ประเมินความเสี่ยงและไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
เริ่มต้นจากการสำรวจการใช้ชีวิตประจำวัน อาชีพที่ทำมีความเสี่ยงระดับไหน ต้องเดินทางบ่อยหรือไม่ หรือชอบเล่นกีฬาผาดโผนหรือเปล่า เพื่อเป็นการประเมินเบื้องต้นว่าควรเลือกซื้อแผนประกันอุบัติเหตุที่มีวงเงินคุ้มครองสูงระดับใดจึงจะครอบคลุมความเสี่ยงทั้งหมด
ขั้นตอนที่ 2 — เช็กความคุ้มครองที่มีอยู
ตรวจสอบสวัสดิการที่มีอยู่เดิม เช่น ประกันสังคม ประกันกลุ่มของบริษัท หรือประกันสุขภาพส่วนบุคคล ว่ามีวงเงินค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุอยู่แล้วเท่าไหร่ เพื่อที่จะได้ซื้อประกัน PA เพิ่มเติมเฉพาะในส่วนที่ยังขาดหายไป ป้องกันการจ่ายเบี้ยประกันซ้ำซ้อน
ขั้นตอนที่ 3 — เปรียบเทียบทุนประกัน เบี้ย และเงื่อนไข
นำแผนประกันจากหลาย ๆ แห่งมาเปรียบเทียบกัน โดยดูค่าเบี้ยประกันและวงเงินคุ้มครองที่ผู้ซื้อประกันจะได้รับ พร้อมทั้งอ่านข้อยกเว้นในกรมธรรม์อย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจเงื่อนไขอื่น ๆ ของแผนประกันอุบัติเหตุ เช่น การไม่คุ้มครองอุบัติเหตุขณะเมาสุรา หรือการขับขี่รถจักรยานยนต์
ขั้นตอนที่ 4 — ศึกษาขั้นตอนการเคลมว่าสะดวกแค่ไหน
ตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลคู่สัญญาว่ามีครอบคลุมในพื้นที่ที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงานหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่ามีระบบแคร์การ์ด (Care Card) ที่สามารถยื่นบัตรเพื่อรักษาได้ทันทีโดยไม่ต้องสำรองจ่ายเงินสดออกไปก่อนหรือไม่
ขั้นตอนที่ 5 — ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันและรีวิวจากผู้ใช้จริง
เลือกบริษัทประกันที่มีฐานะทางการเงินมั่นคง มีประวัติการจ่ายสินไหมทดแทนที่รวดเร็วและเป็นธรรม โดยอาจค้นหาข้อมูลหรืออ่านรีวิวจากผู้เอาประกันรายอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนตกลงทำสัญญา
รับมือทุกความเสี่ยง ด้วยการวางแผนที่ใช่ กับประกันอุบัติเหตุ KKPGEN PA SAFE PLUS
ไม่มีใครรู้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่สิ่งที่คุณเลือกได้คือการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่มันจะมาถึง ถ้าคุณกำลังมองหาประกัน PA ขอแนะนำ KKPGEN PA SAFE PLUS ประกันอุบัติเหตุที่จ่ายเบี้ยเพียงวันละ 7 บาท ก็ได้รับความคุ้มครองอุบัติเหตุทุกรูปแบบ ทั้งระหว่างเดินทางและในชีวิตประจำวัน พร้อมค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 20,000 บาทต่อครั้ง โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ที่โรงพยาบาลในเครือข่ายกว่า 700 แห่งทั่วประเทศ สมัครง่ายผ่านแอป KKP Better
และหากเกิดเหตุไม่คาดคิด ยังมีความคุ้มครองชีวิตสูงสุดถึง 1,200,000 บาท พร้อมเงินชดเชยให้ครอบครัวต่อเนื่อง 12 เดือน เพราะความอุ่นใจที่แท้จริง คือการรู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คนที่คุณรักยังได้รับการดูแลเสมอ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ. เจนเนอราลี่ ประกันภัย (ไทยแลนด์) กำหนด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ทำประกันอุบัติเหตุ (PA) เคลมได้เลยไหม? มีระยะเวลารอคอยไหม?
A: ประกันอุบัติเหตุ (PA) ไม่มีระยะเวลารอคอย (Waiting Period) หากกรมธรรม์ได้รับการอนุมัติและมีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อเกิดอุบัติเหตุสามารถแจ้งเคลมและเข้ารับความคุ้มครองได้ทันทีตามเงื่อนไขที่กำหนด
Q: ถ้ามีประกันสังคมอยู่แล้ว ยังต้องทำประกันอุบัติเหตุ (PA) เพิ่มไหม?
A: สามารถทำประกันอุบัติเหตุ (PA) เพิ่มได้ แม้ประกันสังคมจะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล แต่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิเท่านั้น การทำประกัน PA เพิ่มเติมจะช่วยให้สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนใกล้เคียงได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มความสะดวก
Q: ประกันอุบัติเหตุ (PA) ไม่คุ้มครองกรณีใดบ้าง?
A: โดยทั่วไปจะไม่คุ้มครองอุบัติเหตุ หรือไม่คุ้มครองในกรณีดังต่อไปนี้
- การเสียชีวิตจากการทำร้ายตนเอง
- โรคประจำตัวหรือความผิดปกติที่เป็นมาแต่กำเนิด
- การรักษาทางทันตกรรมหรือศัลยกรรมที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ
- อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นขณะเมาสุรา หรืออยู่ภายใต้สารเสพติด
- อุบัติเหตุจากกีฬาผาดโผนหรือการแข่งรถ ยกเว้นบางกรณีตามเงื่อนไขกรมธรรม์
- การบาดเจ็บจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย
- การขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ ซึ่งบางแผนอาจไม่ให้ความคุ้มครอง
- อุบัติเหตุขณะโดยสารอากาศยานที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้อง
- เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสงคราม การจลาจล หรือความไม่สงบ
- การบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง
Q: ประกันอุบัติเหตุ (PA) ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาก่อนหรือไม่?
A: ไม่จำเป็นต้องสำรองจ่ายค่ารักษาก่อน หากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่เป็นคู่สัญญาหรือเครือข่ายของบริษัทประกัน และใช้วงเงินไม่เกินที่ระบุในกรมธรรม์ สามารถแสดงบัตรประกันอุบัติเหตุ (PA) หรือบัตรประชาชนเพื่อใช้สิทธิได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย
อย่างไรก็ตาม หากเป็นโรงพยาบาลนอกเครือข่ายอาจจะต้องสำรองจ่ายค่ารักษาเองก่อน แล้วค่อยนำใบเสร็จมาเบิกในภายหลัง