Money Matter

ลงทุนกับบ้านมือสอง

  • 11 Oct 23
  • 8,250

การมีบ้านสักหลังอาจเป็นความฝันของใครหลายคน แต่คุณทราบหรือไม่ว่า นอกจากบ้านจะเป็นที่อยู่อาศัย ยังเป็นสินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้คุณได้ไม่น้อยเลยทีเดียว รายละเอียดเป็นอย่างไรมาติดตามกับบทความนี้กันครับ

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สามารถแบ่งได้หลายประเภทไม่ว่าจะเป็นการลงทุนซื้อที่ดินเปล่า โรงแรม โรงงาน คลังสินค้า อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า บ้าน คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ และวันนี้หากคุณอยากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ KKP Advice Center มีข้อดี ข้อควรระวัง และหลักการประเมินราคาอสังหาริทรัพย์มาฝากดังนี้ครับ

ข้อดีของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ :

  • เป็นสินทรัพย์ที่มีจำกัด (พื้นที่ แหล่งที่ตั้ง) ทำให้ราคามีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะยาว
  • สามารถขอสินเชื่อได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนเองทั้งหมด
  • ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น นำดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดปีละ 100,000 บาท เป็นต้น
  • นิติบุคคลที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ สามารถนำค่าเสื่อมราคามาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจได้

ข้อควรระวังหากอยากลงทุนอสังหาริมทรัพย์ :

  • เป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายต่ำ การเปลี่ยนมืออาจต้องใช้เวลา
  • อาจมีภาระและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา หรือประสบปัญหาผู้ปล่อยเช่ามีมากเกินความต้องการ
  • อาจมีค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระเพิ่มเติม เช่น ค่าภาษีธุรกิจ ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ เป็นต้น

หลักการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ (ที่มา : หลักการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ หลักสูตรวางแผนการเงิน : ชุดวิชาที่ 2 การวางแผนการลงทุน CFP) แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่

1. ประเมินราคาด้วยการเปรียบเทียบกับราคาตลาด (Market Comparison) เป็นการเปรียบเทียบราคาซื้อขายจากอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ข้อดี คือ ได้ราคาที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง แต่ก็มีข้อเสียคือ อสังหาริมทรัพย์แต่ละแห่งอาจไม่ได้คล้ายคลึงกันจนเปรียบเทียบกันได้และอาจหาข้อมูลได้ยาก


2. ประเมินราคาด้วยวิธีคิดจากรายได้ (Income Capitalization) มีสูตรการคำนวณ คือ
  • ราคาประเมิน = รายได้สุทธิจากการดำเนินงาน / อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ

ตัวอย่าง : อาคารชุดแห่งหนึ่งมีจำนวน 20 ห้อง มีรายได้สุทธิจากการดำเนินงาน 1,200,000 บาท หากผู้ลงทุนต้องการผลตอบแทน 10% อาคารชุดแห่งนี้ควรมีมูลค่าเท่าไร?

คำนวณ : ราคาประเมิน = 1,200,000 / 0.10  ดังนั้น ราคาประเมินจะเท่ากับ 12,000,000 บาท


  • ตัวคูณค่าเช่า (GRM) = ราคาอสังหาริมทรัพย์ / ค่าเช่า  หรือ

                               ราคาอสังหาริมทรัพย์ = ตัวคูณค่าเช่า (GRM) x ค่าเช่า

ตัวอย่าง : บ้านเช่าหลังที่ 1 ให้เช่าเดือนละ 6,000 บาท และขายในราคา 1,000,000 บาท

            บ้านเช่าหลังที่ 2 ให้เช่าเดือนละ 8,000 บาท และขายในราคา 1,500,000 บาท

และบ้านเช่าอีกหลังในบริเวณใกล้เคียงให้เช่าเดือนละ 5,500 บาท หากสนใจเข้าซื้อควรมีราคาประเมินที่ประมาณเท่าไร

คำนวณ : บ้านเช่าหลังที่ 1 ตัวคูณค่าเช่า = 1,000,000 / 6,000  = 166.67

           บ้านเช่าหลังที่ 2 ตัวคูณค่าเช่า = 1,500,000 / 8,000  = 187.50

ดังนั้น บ้านเช่าหลังที่ต้องการเข้าซื้อควรมีช่วงราคาตั้งแต่  916,685 บาท (166.67 x 5,500) ถึง  1,031,250 บาท  (187.5 x 5,500) จึงเป็นราคาที่เหมาะสมในการเข้าซื้อ

 

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นอกจากจะพิจารณาราคาสินทรัพย์ที่เข้าซื้อแล้ว การเลือกซื้อจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือก็มีส่วนช่วยให้การลงทุนของคุณสำเร็จตามเป้าหมายได้เร็วยิ่งขึ้น เช่น การเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจากทรัพย์สินรอขายของธนาคาร เป็นต้น

ทรัพย์สินรอขายจากธนาคารเกียรตินาคินภัทร ทางเลือกการลงทุนที่ไม่เสี่ยง โปร่งใส มั่นใจได้ การันตีด้วยการตรวจสอบทรัพย์อย่างละเอียดก่อนประกาศขายพร้อมด้วย 5 เหตุผลสำคัญที่จะช่วยให้คุณมั่นใจมากยิ่งขึ้น

  • ธนาคารมีการตรวจเอกสารสิทธิก่อนประกาศขายทรัพย์
  • เจ้าหน้าที่ขายของธนาคารมีความเชี่ยวชาญและเชื่อถือได้
  • เอกสารทั้งหมดออกโดยธนาคาร
  • เซ็นสัญญาที่สาขาธนาคาร
  • มีเจ้าหน้าที่ดูแลทุกกระบวนการ

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

 

Suggested Content
27 Jul 2023
รีโนเวทบ้านขาย ทำยังไงให้ไม่ขาดทุน
Business Talk
25 Jul 2023
ทางแยกอสังหาฯ ไทย โตแค่เมืองใหญ่ เมืองรองเสี่ยงซบเซา
KKP Research
29 May 2023
เมื่อซื้อบ้าน ไม่ได้จบแค่ค่าบ้านอย่างเดียว
Money Matter
24 Apr 2023
6 ทางเลือกในการตามล่าหาบ้านในฝัน
Money Matter