Money

ไขความลับแผนการเงิน เพื่อส่งลูกเรียนต่อต่างประเทศ

Post by | Admin

ความต้องการของคนเป็นพ่อแม่ ย่อมอยากให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุดอย่างเช่นการศึกษา การวางแผนให้ลูกเรียนต่อต่างประเทศในสถาบันการศึกษาชั้นนำที่มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก ยิ่งเป็นโอกาสเปิดโลกกว้างทางการศึกษาให้กับลูกในการพบปะผู้คนหลากหลาย ช่วยสร้าง connection ใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการทำงาน และเป็นข้อได้เปรียบในการสมัครงาน

แต่การเรียนต่อต่างประเทศใช้เงินไม่น้อย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรวางแผนการเงินอย่างไรเพื่อสามารถส่งลูกไปเรียนต่อยังต่างประเทศได้บ้าง

1. การกำหนดเป้าหมาย 
สิ่งแรกเลยคือการกำหนดเป้าหมายว่าอยากให้ลูกได้เรียนต่างประเทศถึงระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท
 

2. ศึกษาค่าใช้จ่าย 
เมื่อมีเป้าหมายแล้วว่าอยากให้ลูกได้เรียนต่างประเทศแบบไหน ขั้นต่อมาจำเป็นต้องหาข้อมูลให้ครอบคลุมในทุกด้าน เพื่อใช้ประเมินค่าใช้จ่ายทั้งหมด เช่น ต้องการให้ลูกเรียนต่อมหาวิทยาลัยชื่อดังที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยปกติระดับปริญญาตรีจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 3,000,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เรียน และยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สำหรับปริญญาโทจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 4,000,000 บาทต่อปี 

3. วางแผนการเงิน
เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ก็จะใช้เป็นเป้าหมายและระยะเวลาในการลงทุน ที่สำคัญต้องคำนึงถึงเงินเฟ้อด้านการศึกษาด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากวันนี้มีลูกอายุ 10 ปี ต้องการวางแผนการศึกษาในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยบราวน์ ค่าใช้จ่ายเพื่อเรียนต่อ ณ วันนี้ อยู่ที่ประมาณ 3,000,000 บาท เมื่อเวลาผ่านไป 8 ปี สมมติค่าเฉลี่ยอัตราเงินเฟ้อ 3% ดังนั้นเมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายในการเรียนจะกลายเป็น 3,800,000 บาท เป็นต้น

ส่วนเงินลงทุนเริ่มต้นก็ขึ้นอยู่กับอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง และความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคนโดยกลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำคือ ASSET ALLOCATION เป็นอีกกลยุทธ์การลงทุนที่พยายามปรับสมดุลระหว่างความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนคาดหวังโดยการปรับสัดส่วนของสินทรัพย์แต่ละประเภทในพอร์ตการลงทุนตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เป้าหมาย และกรอบเวลาการลงทุน ของนักลงทุน


ตัวอย่าง
ปัจจุบันลูกอายุ 10 ปี ต้องการให้ศึกษาที่มหาวิทยาลัยชั้นนำที่ต่างประเทศในระดับปริญญาตรี จะต้องเตรียมเงินทั้งสิ้นประมาณ 15,568,000 บาท คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกวางแผนการลงทุนได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละครอบครัว 

1. ใช้เงินลงทุนก้อนเดียว เช่น จากค่าใช้จ่ายที่คุณพ่อ คุณแม่ต้องเตรียม 15,658,00 บาท ใช้ระยะเวลาลงทุน 8 ปี โดยมีอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง 6% ดังนั้นจะต้องใช้เงินเริ่มต้นประมาณ 9,824,495 บาท

2. ทยอยลงทุนบวกแผนจัดการความเสี่ยง เช่น จากค่าใช้จ่ายที่คุณพ่อ คุณแม่ต้องเตรียม 15,658,000 บาท ใช้ระยะเวลาลงทุน 8 ปี โดยมีอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง 6% ดังนั้นจะต้องใช้เงินลงทุนต่อปี 1,492,544 บาท  

สำหรับการทยอยลงทุนทางเลือกนี้ อาจจะมีเรื่องความเสี่ยงเพิ่มในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันหากว่าคุณพ่อคุณแม่จากไปก่อนที่ลูกจะจบการศึกษาดังนั้นการการวางแผนจัดการความเสี่ยงด้วยการทำประกันชีวิตเพื่อให้มั่นใจว่าแผนการศึกษาบุตรจะถึงเป้าหมายแน่นอน ด้วยความคุ้มครองชีวิตที่มีทุนประกันเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาลูกทั้งหมด ซึ่งรูปแบบประกันที่แนะนำ ได้แก่ 

ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ข้อดีคือรับผลประโยชน์คงที่แน่นอน และมีจำนวนเบี้ยประกันที่ต้องชำระแน่นอนในแต่ละปี ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked)ข้อดีคือสามารถออกแบบความคุ้มครองและการลงทุนตามความต้องการพร้อมเพิ่มโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน

3. วางแผนการเงินด้วยประกันชีวิตอย่างเดียว สามารถทำได้ด้วยประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการจัดสัดส่วนความคุ้มครองชีวิตและการลงทุน ผู้เอาประกันภัยสามารถวางแผนได้ล่วงหน้าภายใต้อัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง เพื่อให้สามารถถอนเงินจากกรมธรรม์จากการขายคืนหน่วยลงทุนมาใช้เป็นทุนการศึกษาของลูกได้ในอนาคต ในขณะที่ผู้เอาประกันภัยยังมีชีวิตอยู่ หรือหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทายาทก็ยังได้รับความคุ้มครองตามจำนวนเงินเอาประกันภัยที่วางแผนไว้

อย่างไรก็ตามการทำประกันชีวิตนั้นมีข้อผูกพันระยะยาว จึงควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดผลประโยชน์และความคุ้มครอง รวมถึงเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง 


สุดท้ายควรประเมินแผนการลงทุนทุกๆ ปี เพื่อให้แน่ใจว่าแผนการศึกษาของลูกเป็นไปตามแผน และควรเริ่มวางแผนการลงทุนตั้งแต่วันนี้ ยิ่งเตรียมเงินลงทุนได้ไวจะยิ่งได้เปรียบ เพราะการลงทุนด้วยเวลาที่นานกว่าจะทำให้เราได้ใช้ประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนที่มากกว่า นอกจากนี้การวางแผนประกันชีวิตก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การวางแผนการเรียนต่อต่างประเทศของลูกเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้


รับฟังข้อมูลการวางแผนทางการเงินและการเตรียมตัวเพื่อศึกษาต่อต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://youtu.be/_25vj9Lf4qE

สวนบริเวณบ้าน
มุมสวนภายในบ้านช่วยสร้างบรรยากาศให้บ้าน ร่มรื่น น่าอยู่ น่ามอง ใช้ในการพักผ่อน ต้อนรับแขก ญาติ และสิ่งสำคัญยังช่วยเรื่องการเยียวยาจิตใจ ทำให้จิตใจสงบมากขึ้น  ตำแหน่งของสวนขึ้นอยู่กับพื้นที่ของแต่ละบ้านอาจเป็นหน้าบ้าน หลังบ้าน หรือมุมหนึ่งในบ้านก็ได้ ขนาดพื้นที่สวน และรูปแบบการจัดสวนสามารถเลือกตามสไตล์ที่ผู้อยู่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นสวนขนาดเล็ก หรือใหญ่ สวนต้นไม้ สวนดอกไม้ หรือสวนหิน สร้างบรรยากาศที่ดีให้กับบ้านทั้งนั้น สวนช่วยแบ่งเขตพื้นที่บ้านให้เป็นสัดส่วน ช่วยบังสายตาจากคนภายนอก ช่วยสร้างออกซิเจน ช่วยลดฝุ่นละออง แต่ต้องไม่ลืมที่ต้องหมั่นดูแล ตัดแต่งกิ่งไม้ เก็บกวาดใบไม้อยู่เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นที่หลบซ่อนของสัตว์มีพิษ และป้องกันไม่ให้ต้นไม้ล้ำไปพื้นที่นอกบ้าน

ห้องครัว
ห้องครัวเป็นหัวใจของบ้าน และสมาชิกในครอบครัว เป็นพื้นที่ที่ทุกคนมารวมตัวกันในตอนเช้าเพื่อเริ่มต้นวันใหม่รวมถึงช่วงมื้อเย็นในตอนค่ำ ตำแหน่งห้องครัวที่ดีควรอยู่ส่วนด้านหลังของบ้าน หรือจุดที่คนภายนอกมองไม่เห็น ภายในห้องครัวควรตกแต่งอย่างเรียบง่าย จัดวางอุปกรณ์การทำอาหารอย่างเป็นระเบียบ ใช้สีโทนอ่อนเย็นสบายตา เช่น สีฟ้า สีขาว สีเหลืองอ่อน และต้องจัดห้องครัวให้โปร่งโล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก หมั่นจัดเก็บ และเช็ดล้างให้ห้องครัวสะอาดอยู่เสมอ ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อโรคจากสัตว์ต่างๆ อีกทั้งควรจัดให้ห้องครัวมีแสงสว่างที่เพียงพออีกด้วย

ห้องพระ
ห้องพระนับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจของสมาชิกในบ้าน การจัดวางให้ถูกทิศทาง และถูกตำแหน่งจะช่วยส่งเสริมให้บ้านที่อยู่อาศัยมีความสงบ ร่มเย็น รวมถึงเจ้าบ้านอาจได้รับโชคลาภ หรือพบเจอแต่สิ่งดี ๆ ได้เช่นกัน ห้องพระควรอยู่ชั้นบนสุดของบ้าน ควรเป็นห้องที่สงบ ห่างไกลจากห้องนั่งเล่น หรือห้องที่เป็นจุดรวมตัวของคนในบ้าน ต้องเป็นห้องที่มีการระบายอากาศได้ดี เพราะการบูชาพระจะต้องจุดธูป เทียน หากเป็นตำแหน่งที่อากาศถ่ายเทสะดวก จะทำให้ไม่รบกวนสมาธิของผู้ปฏิบัติธรรม อีกทั้งยังช่วยลดอันตรายจากควันไฟ และเปลวเทียนไม่ให้ไหม้บ้านได้อีกด้วย


การเลือกบ้านที่ดี เพื่อช่วยเติมเต็มความสุขของสมาชิกในครอบครัวไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงคำนึงถึงความต้องการของสมาชิกในบ้าน และเลือกอย่างมีข้อมูลประกอบที่ถูกต้อง ก็จะช่วยให้บ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัยแน่นอน

หากต้องการหาบ้านเพื่อตอบโจทย์ชีวิตติดบ้าน 24 ชั่วโมง เรามีตัวเลือกบ้านมือสองสภาพดี ฟังก์ชั่นครบ ทำเลดี ราคาเบา เพื่อให้ทุกๆ วันของคุณแฮปปี้ สะดวกในการหาข้อมูลบนเว็บไซต์เพียง Search คำว่า "ทรัพย์สินรอขาย ธนาคารเกียรตินาคินภัทร" หรือสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมเพียงโทร KKP Asset Contact Center 02 165 5577 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 7.00 – 20.00 น.

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

Suggested
28 Sep 2021
Active Fund vs Passive Fund เลือกลงทุนแบบไหนดี
Investment
15 Jun 2021
รู้หรือไม่ “เงินฝากออมทรัพย์” แบบเดิมๆ อาจมีค่าเสียโอกาสมากกว่าที่คุณคิด!!
Money
05 May 2020
ประกันภัยคืออะไร แบบไหนที่ตอบโจทย์
Money
16 Aug 2021
คุณแม่ยุคใหม่ วางแผนการเงินอย่างไรให้รอบด้าน
Money