Money Matter
Bank Statement คืออะไร? เอกสารที่คนกู้เงินต้องเตรียมให้พร้อม
- 11 พ.ค. 69
- 589

แต่หลายคนยังมีคำถามค้างอยู่ในใจ ไม่ว่าจะเป็นว่า Bank Statement คืออะไรกันแน่ ต้องเตรียมย้อนหลังกี่เดือน ขอได้จากช่องทางไหน หรือควรเดินบัญชีอย่างไรให้ผ่านการอนุมัติได้ง่ายขึ้น บทความนี้รวบรวมทุกคำตอบไว้ครบถ้วน ตั้งแต่ความหมาย ความสำคัญ ไปจนถึงเทคนิคการเตรียมเอกสาร เพื่อเพิ่มโอกาสได้รับอนุมัติวงเงินตามที่ต้องการ
Bank Statement (สเตตเมนต์) คืออะไร? หมายถึงอะไร?
Bank Statement (สเตตเมนต์) คือเอกสารแสดงรายการเดินบัญชีที่บันทึกความเคลื่อนไหวทางการเงินทั้งหมดในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นรายรับ รายจ่าย ยอดเงินคงเหลือ และธุรกรรมต่าง ๆ โดยสามารถขอข้อมูลย้อนหลังได้ตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานของแต่ละบุคคล เช่น การตรวจสอบบัญชี การยื่นภาษี หรือการประกอบคำขอสินเชื่อกับธนาคาร
ข้อมูลสำคัญที่แสดงใน Statement มีอะไรบ้าง?
หลายคนอาจคิดว่า Statement แค่บอกยอดเงินในบัญชี แต่จริง ๆ แล้วเอกสารนี้มีข้อมูลละเอียดกว่านั้นมาก ลองมาดูกันว่าแต่ละส่วนบอกอะไรเราบ้าง
1. ชื่อและเลขที่บัญชี /ประเภทบัญชี
ข้อมูลส่วนแรกที่ปรากฏใน Statement คือชื่อเจ้าของบัญชี หมายเลขบัญชี และประเภทบัญชี เช่น บัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีกระแสรายวัน แม้จะดูเป็นข้อมูลพื้นฐาน แต่ถือเป็นส่วนสำคัญที่ธนาคารและสถาบันการเงินใช้ยืนยันความเป็นเจ้าของเอกสาร หากข้อมูลในส่วนนี้ไม่สอดคล้องกับเอกสารประกอบอื่นที่ยื่นมาพร้อมกัน อาจส่งผลให้กระบวนการพิจารณาสินเชื่อล่าช้าหรือถูกปฏิเสธได้2. ที่อยู่เจ้าของบัญชี
นอกจากชื่อและเลขที่บัญชีแล้ว Statement ยังแสดงที่อยู่ของเจ้าของบัญชีตามที่ลงทะเบียนไว้กับธนาคารด้วย ข้อมูลส่วนนี้ต้องสอดคล้องกับบัตรประชาชนหรือเอกสารแสดงตัวตน เนื่องจากสถาบันการเงินจะใช้ตรวจสอบความถูกต้องของผู้ยื่นเอกสาร3. ช่วงเวลาของ Statement
ทุก Statement จะระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนว่าเอกสารฉบับนั้นครอบคลุมตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ ซึ่งระยะเวลาที่ต้องเตรียมจะแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์การใช้งาน เช่น การขอสินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อธุรกิจมักต้องใช้ย้อนหลัง 12 เดือนขึ้นไป สินเชื่อรถยนต์หรือสินเชื่อส่วนบุคคลใช้ย้อนหลัง 6 เดือน ส่วนการขอวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่าทำงานส่วนใหญ่ต้องการย้อนหลัง 3–6 เดือน เป็นต้น4. รายการเคลื่อนไหว
รายการเคลื่อนไหวถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดใน Statement เพราะบันทึกธุรกรรมทางการเงินทุกรายการที่เกิดขึ้นในบัญชีตลอดช่วงเวลาที่กำหนด ประกอบด้วย วันที่และเวลาที่เกิดธุรกรรม รายละเอียดของธุรกรรมนั้น ๆ ว่าเป็นการฝากเงิน ถอนเงิน โอนเงิน ชำระค่าสินค้าและบริการ หรือหักค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมถึงยอดเงินเข้า (Credit) และยอดเงินออก (Debit) ในแต่ละรายการ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างชัดเจน5. ยอดคงเหลือ (Balance) ในแต่ละรายการ
ยอดคงเหลือหรือ Balance คือตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่าหลังจากเกิดธุรกรรมแต่ละครั้ง บัญชีของเรามีเงินเหลืออยู่เท่าไหร่ โดยจะอัปเดตทุกครั้งที่มีเงินเข้าหรือเงินออก ทำให้สามารถติดตามสถานะทางการเงินได้แบบรายการต่อรายการ6. สาขาธนาคาร / ช่องทางธุรกรรม
ข้อมูลส่วนนี้จะระบุว่าธุรกรรมแต่ละรายการเกิดขึ้นที่ไหนและผ่านช่องทางใด เช่น สาขาธนาคาร ตู้ ATM แอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือ อินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง หรือการชำระเงินผ่านระบบพร้อมเพย์Statement ใช้ทำอะไรได้บ้าง? 6 ประโยชน์สำคัญที่ต้องรู้
หลายคนรู้จัก Statement แค่ในฐานะเอกสารที่ธนาคารขอตอนยื่นกู้ แต่จริง ๆ แล้ว Statement มีประโยชน์มากกว่านั้นในชีวิตประจำวัน ลองมาดูกันว่าเอกสารชิ้นนี้นำไปใช้ได้ในสถานการณ์ไหนบ้าง
1. ขอสินเชื่อ
การขอสินเชื่อถือเป็นการใช้งาน Statement ที่พบบ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ธนาคารและสถาบันการเงินจะขอ Statement ย้อนหลังเป็นหนึ่งในเอกสารหลักเสมอ เพราะรายการเดินบัญชีคือสิ่งที่บอกได้ดีที่สุดว่าผู้ขอสินเชื่อมีรายได้สม่ำเสมอหรือไม่ มีวินัยในการใช้จ่ายอย่างไร และมีความสามารถในการชำระหนี้คืนได้จริงหรือเปล่า2. สมัครบัตรเครดิต
Statement สามารถใช้เป็นเอกสารสำคัญประกอบการสมัครบัตรเครดิต โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีสลิปเงินเดือน เช่น ผู้ประกอบการอิสระ ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของธุรกิจ ที่ต้องใช้ Statement แทนเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีรายได้เข้าบัญชีสม่ำเสมอและเพียงพอต่อการชำระยอดบัตรเครดิต ธนาคารจะพิจารณาจากยอดเงินเข้าเฉลี่ยต่อเดือน ความสม่ำเสมอของรายได้ และยอดคงเหลือในบัญชี เพื่อกำหนดวงเงินบัตรเครดิตที่เหมาะสม3. ขอวีซ่า /เรียนต่อต่างประเทศ
Statement คือหนึ่งในเอกสารที่สถานทูตและสถาบันการศึกษาต่างประเทศมักกำหนดให้แนบมาด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการขอวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าทำงาน หรือวีซ่านักเรียน เพราะเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าผู้ยื่นมีฐานะทางการเงินเพียงพอสำหรับการเดินทางและการใช้ชีวิตในต่างประเทศ4. ตรวจสอบรายรับ-รายจ่ายส่วนตัว
ประโยชน์ของรายการเดินบัญชี คือไม่ได้จำกัดแค่การยื่นเอกสารราชการหรือขอสินเชื่อเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ดีมากสำหรับการบริหารการเงินส่วนตัวด้วย เพราะบันทึกทุกธุรกรรมที่เกิดขึ้นในบัญชีไว้อย่างครบถ้วน ทำให้เห็นภาพรวมได้ชัดว่าในแต่ละเดือนมีเงินเข้าจากแหล่งไหนบ้าง และใช้จ่ายไปกับอะไร5. ยื่นภาษี
นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประกอบการยื่นภาษีเงินได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีสลิปเงินเดือน เพราะสามารถใช้แสดงแหล่งที่มาของรายได้และยืนยันยอดเงินที่ได้รับตลอดทั้งปีได้อย่างชัดเจน ซึ่งช่วยให้สรรพากรสามารถตรวจสอบความถูกต้องของรายได้ที่แจ้งไว้ได้ง่ายขึ้นด้วย6. ทำสัญญาเช่าบ้าน/ คอนโด
เจ้าของบ้านหรือคอนโดอาจขอรายการเดินบัญชีประกอบการพิจารณาผู้เช่ามากขึ้น โดยเฉพาะการเช่าระยะยาวหรือสัญญาที่มีมูลค่าสูง เพื่อยืนยันว่าผู้เช่ามีรายได้สม่ำเสมอและมีความสามารถในการชำระค่าเช่าได้ตลอดสัญญา โดยทั่วไปมักขอย้อนหลัง 3–6 เดือน เพื่อดูภาพรวมทางการเงินเบื้องต้นก่อนตัดสินใจStatement vs สลิปเงินเดือน vs หนังสือรับรองเงินเดือน ต่างกันอย่างไร?
เอกสารทางการเงินทั้งสามประเภทนี้มักถูกนำมาใช้ในสถานการณ์ที่คล้ายกัน จนหลายคนเกิดความสับสนว่าแต่ละอย่างคืออะไร และควรใช้อันไหนในโอกาสใด ตารางด้านล่างนี้จะช่วยให้เห็นความแตกต่างได้ชัดเจนขึ้น
ธนาคารดูอะไรใน Statement เวลาพิจารณาสินเชื่อ?

ลักษณะ Statement ที่ดี หรือ Green Flags สัญญาณบวกที่ธนาคารอยากเห็น
- รายได้เข้าบัญชีสม่ำเสมอ และสอดคล้องกับสลิปเงินเดือนหรือหลักฐานรายได้
- มียอดคงเหลือในบัญชีเพียงพอ ไม่ติดลบหรือใกล้ศูนย์บ่อยครั้ง
- มีแนวโน้มเงินออมเพิ่มขึ้น หรือมีเงินคงเหลือสะสมต่อเนื่อง
- ไม่มีรายจ่ายผิดปกติหรือธุรกรรมที่เสี่ยงสูง
ลักษณะ Statement ที่ไม่ดี หรือ Red Flags สัญญาณเสี่ยงที่อาจถูกปฏิเสธ
- ยอดคงเหลือต่ำมากหรือเป็นศูนย์บ่อยครั้ง
- เงินเข้าไม่สม่ำเสมอ หรือไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้ชัดเจน
- ถอนเงินจนหมดบัญชีเป็นประจำ
- มีธุรกรรมเกี่ยวกับการพนันออนไลน์หรือรายจ่ายที่เข้าข่ายความเสี่ยง
- มีเงินก้อนใหญ่โอนเข้าบัญชีก่อนยื่นกู้ไม่นาน ซึ่งอาจถูกมองว่าเป็นการแต่งบัญชี
7 เทคนิคเดิน Statement ให้สวย เพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ
1. เตรียมตัวล่วงหน้า 6 เดือน ก่อนยื่นกู้
ธนาคารส่วนใหญ่มักขอ Statement ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน ดังนั้นควรวางแผนบริหารบัญชีล่วงหน้า จัดการรายรับรายจ่ายให้เป็นระบบ ลดพฤติกรรมทางการเงินที่เสี่ยง และสร้างประวัติการเงินที่สม่ำเสมอก่อนยื่นขอสินเชื่อ2. ให้เงินเดือน หรือ รายได้เข้าผ่านบัญชีเดียว
ควรให้เงินเดือนหรือรายได้หลักโอนเข้าบัญชีเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ แทนการกระจายหลายบัญชี เพราะจะช่วยให้ธนาคารเห็นภาพรวมรายได้ชัดเจน และประเมินความสามารถในการชำระหนี้ได้ง่ายขึ้น3. รักษายอดคงเหลือให้ไม่ต่ำกว่า 10% ของรายได้
ควรมียอดเงินคงเหลือในบัญชีอย่างน้อยประมาณ 10% ของรายได้ต่อเดือน เพื่อสะท้อนวินัยทางการเงินและความสามารถในการบริหารสภาพคล่อง ไม่ใช้จ่ายจนเกินตัว4. หลีกเลี่ยงการถอนเงินจนหมดบัญชี
พฤติกรรมที่ธนาคารมองว่าเป็นสัญญาณเตือนอย่างหนึ่งคือการถอนเงินออกจากบัญชีจนเกือบหมดหรือมียอดคงเหลือต่ำมากในแต่ละเดือน เพราะสะท้อนให้เห็นว่าไม่มีสภาพคล่องทางการเงินเพียงพอ และอาจมีความเสี่ยงในการชำระหนี้ได้ไม่ตรงเวลา ทางที่ดีควรรักษายอดเงินคงเหลือในบัญชีให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องมีเงินจำนวนมาก แต่ควรแสดงให้เห็นว่ามีการบริหารเงินที่ดีและไม่ใช้จ่ายเกินตัว5. หลีกเลี่ยงธุรกรรมที่ดูผิดปกติ
ธุรกรรมที่มีลักษณะโอนเงินเข้า–ออกวนไปมา เงินก้อนเข้าแบบไม่มีที่มา การทำธุรกรรมเกี่ยวกับการพนัน หรือการเคลื่อนไหวที่เสี่ยงสูง อาจทำให้ธนาคารตั้งข้อสงสัยและกระทบต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ6. สำหรับอาชีพอิสระ/ฟรีแลนซ์
ควรให้มีรายได้โอนเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ และใส่รายละเอียดหรือหมายเหตุการโอนให้ชัดเจน เช่น ค่าจ้างออกแบบ หรือค่าที่ปรึกษา เพื่อให้ธนาคารสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของรายได้ได้ง่ายขึ้น7. อย่าตกแต่งบัญชีผิดกฎหมาย
การตกแต่งบัญชีอาจเข้าข่ายความผิดทางกฎหมาย และส่งผลเสียร้ายแรง ทั้งการถูกปฏิเสธสินเชื่อ การขึ้นบัญชีความเสี่ยง หรืออาจมีบทลงโทษทางกฎหมายในอนาคตวิธีการขอ Statement สามารถทำได้อย่างไร?

1. ช่องทางการขอ Statement ผ่าน KKP Better
การขอสเตตเมนต์ ออนไลน์ผ่านแอป KKP Better นั้น สามารถทำได้ง่ายและสะดวก เพียงปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้- เปิดแอปพลิเคชัน KKP Better และเข้าสู่ระบบด้วยรหัสผ่านหรือการยืนยันตัวตนแบบไบโอเมตริกซ์ (ลายนิ้วมือหรือใบหน้า)
- เมื่อเข้าสู่หน้าหลัก ให้เลือกบัญชีที่ต้องการ จากนั้นเลือกเมนูอื่นๆ และเลือกขอรายการเดินบัญชี
- เลือกวันที่หรือช่วงเวลาที่ต้องการขอ Statement ย้อนหลัง จากนั้นระบบจะส่ง E-Statement ให้ผ่านทางอีเมล
- ตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมใน E-Statement ว่าถูกต้องหรือไม่ และสามารถดาวน์โหลดหรือพิมพ์ออกมาใช้งานได้เลย
2. ช่องทางการขอ Statement ผ่าน KKP LINE Connect
KKP มีบริการผ่าน LINE Official Account (KKP LINE Connect)- กดปุ่ม Rich menu “เช็กยอด” แล้วเลือกบัญชีทีต้องการดูรายละเอียด
- กดมปุ่ม “ขอ Statement
- ยืนยันตัวตน ผ่านแอป KKP Better หรือ OTP
- เลือกช่วงเวลา เดือนและปีทีต้องการ
- ยืนยัน และตรวจสอบอีเมลที่ได้ลงทะเบียนไว้กับธนาคาร
3. ช่องทางการขอ Statement ผ่านสาขาธนาคาร
สำหรับผู้ที่ต้องการเอกสารตัวจริงประทับตราธนาคารเตรียมเอกสารดังนี้- บัตรประชาชนตัวจริง
- สมุดบัญชี (ถ้ามี)
4. บริการ dStatement ของ ธปท.
บริการ dStatement (Digital Bank Statement) เป็นการให้บริการรับส่งข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก (Bank Statement) ในรูปแบบดิจิทัลโดยตรงระหว่างสถาบันการเงิน ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนที่ต้องการใช้ข้อมูล Bank-Statement เป็นหลักฐานประกอบการสมัครขอใช้บริการทางการเงิน สามารถขอให้ธนาคารที่ตนเองมีบัญชีเงินฝากอยู่ ส่งข้อมูล Bank-Statement ไปยังธนาคารแห่งอื่นได้โดยตรง ผ่านช่องทาง Mobile Banking Application หรือช่องทางอื่นตามที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งกำหนด ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกในการใช้บริการทางการเงินยิ่งขึ้นข้อควรระวังเกี่ยวกับ Statement ที่ต้องรู้ก่อนยื่นกู้
1. อย่าปลอมแปลง Statement
2. Statement มีอายุเท่าไร?
Statement ที่ใช้ยื่นกู้ต้องเป็นเอกสารที่ออกไม่เกินประมาณ 30–90 วัน แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละธนาคาร และต้องเป็น Statement ย้อนหลังตามระยะเวลาที่กำหนด3. ใช้ Statement จากบัญชีไหนดีที่สุด?
ควรเลือกบัญชีที่แสดงรายได้รายรับจริงและต่อเนื่อง ดังนี้- บัญชีเงินเดือน: เหมาะที่สุดสำหรับพนักงานประจำ เพราะแสดงรายได้สม่ำเสมอ ตรวจสอบง่าย
- บัญชีออมทรัพย์: ใช้ได้ หากเป็นบัญชีที่มีเงินเข้าเป็นประจำและแสดงกระแสเงินสดชัดเจน
- บัญชีกระแสรายวัน: เหมาะกับเจ้าของกิจการ แต่ควรแยกบัญชีธุรกิจกับบัญชีส่วนตัวให้ชัดเจน
4. Statement ที่ขอออนไลน์ใช้ยื่นกู้ได้ไหม?
e-Statement ที่ขอผ่านแอปธนาคารสามารถใช้ยื่นกู้ได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของธนาคารผู้รับพิจารณา บางแห่งอาจต้องการไฟล์ที่มีตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Stamp) หรือให้ส่งผ่านระบบกลาง เช่น dStatement ขณะที่บางกรณีอาจขอเอกสารฉบับประทับตราสาขาเพิ่มเติม ดังนั้นก่อนยื่นกู้ควรสอบถามเจ้าหน้าที่สินเชื่อให้ชัดเจน เพื่อเตรียมเอกสารให้ตรงตามเงื่อนไข ลดความล่าช้าในการอนุมัติทั้งหมดนี้การเข้าใจว่า Bank Statement คืออะไร และรู้จักวิธีบริหารบัญชีให้ดี จะช่วยให้การดำเนินเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขอสินเชื่อ ยื่นวีซ่า หรือวางแผนการเงิน เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมาก
อย่างไรก็ตาม KKP SAVVY บัญชีออมทรัพย์ออนไลน์ของธนาคารเกียรตินาคินภัทร เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการเงินที่ตอบโจทย์ทั้งการออมและการบริหารเงินในบัญชีเดียว ด้วยดอกเบี้ยสูงสุด 1.60% ต่อปี* ตั้งแต่บาทแรกถึง 5 ล้านบาท ฝาก-ถอนได้ไม่จำกัดครั้ง และสมัครง่ายผ่านแอป KKP Better หรือหากใครต้องการศึกษาผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทอื่น ก็สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ เพียงคลิกที่นี่
*อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารเกียรตินาคินภัทรกำหนด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q : ขอ Statement ย้อนหลังได้กี่เดือน?
A : ขอย้อนหลังได้ตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือน ไปจนถึง 12 เดือน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร บางแห่งสามารถขอย้อนหลังได้หลายปี แต่การขอย้อนหลังนาน ๆ อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม และต้องติดต่อผ่านสาขาQ : ขอ Statement ออนไลน์มีค่าธรรมเนียมไหม?
A : ส่วนใหญ่การขอ e-Statement ผ่านแอปหรืออินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งมักไม่มีค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะช่วงเวลาย้อนหลังไม่มากนัก แต่หากขอเอกสารย้อนหลังหลายปี หรือขอฉบับพิมพ์พร้อมตราประทับที่สาขา อาจมีค่าธรรมเนียมตามที่ธนาคารกำหนดQ : ต้องเดินบัญชีกี่เดือนก่อนยื่นกู้?
A : ธนาคารมักขอ Statement ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน สำหรับสินเชื่อบ้านหรือวงเงินสูง บางกรณีอาจขอ 12 เดือน ดังนั้นควรวางแผนเดินบัญชีล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งปีก่อนยื่นกู้ เพื่อให้ประวัติการเงินดูสม่ำเสมอและน่าเชื่อถือQ : ใช้ Statement หลายบัญชียื่นกู้ได้ไหม?
A : สามารถใช้หลายบัญชีประกอบกันได้ โดยเฉพาะกรณีมีรายได้จากหลายช่องทาง เช่น เงินเดือนและรายได้เสริม แต่ควรเป็นบัญชีที่แสดงรายได้ชัดเจน และควรอธิบายที่มาของเงินเข้าให้ตรงกับเอกสารรายได้อื่น ๆ เพื่อไม่ให้ธนาคารสับสนหรือมองว่ารายได้ไม่แน่นอนQ : อาชีพอิสระ/ฟรีแลนซ์ ไม่มี Statement เงินเดือน กู้ได้ไหม และต้องเดินบัญชี และใช้เอกสารอะไร?
A : ได้ แต่ต้องเตรียม Statement และเอกสารประกอบให้รัดกุมกว่าพนักงานประจำ เพราะไม่มีสลิปเงินเดือนยืนยันรายได้ประจำ นอกเหนือจาก Statement ที่ต้องเตรียมแล้ว มีเอกสารอื่น ๆ ดังนี้- แบบแสดงภาษี เช่น ภ.พ.30 (กรณีจด VAT)
- ทะเบียนการค้า หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนธุรกิจ
- สำเนาสัญญาจ้าง หรือใบแจ้งหนี้ (Invoice)
- แบบยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91)