Money
5 เรื่องที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับช้อปดีมีคืนปี 2565
Post by | Admin

1. ช้อปดีมีคืน ใช้ได้กับทุกคน
ช้อปดีมีคืน เป็นมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายสำหรับบุคคลที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2565 นำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาลดหย่อนภาษีได้ ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท
ไม่สามารถใช้ได้กับ ห้างหุ้นส่วนสามัญ คณะบุคคล หรือ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

2. ช้อปดีมีคืน ซื้อสินค้าและบริการได้ทุกประเภท
ช้อปดีมีคืนไม่สามารถใช้กับสินค้าและบริการได้ทุกประเภท แต่สินค้าและบริการ 3 หมวดหลักที่ใช้ได้ ได้แก่
- สินค้าและบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม( VAT) และสามารถออกใบกำกับภาษีในรูปแบบเต็ม
- หนังสือและสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ (e-book) ยกเว้น หนังสือประเภทนิตยสารและหนังสือพิมพ์
- สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งมีการลงทะเบียนกับกรมพัฒนาชุมชน สามารถตรวจสอบรายการร้านค้า OTOP ได้…ที่นี่

นอกจากนี้ ช้อปดีมีคืน ยังสามารถใช้กับสินค้าและบริการเหล่านี้ได้
- ค่าธรรมเนียมการเทรดหุ้นและค่าธรรมเนียมซื้อกองทุนรวม (Front-end-fee) สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยนำหนังสือรับรองสิทธิในหน่วยลงทุนที่เป็นใบกำกับภาษีในรูปแบบเต็ม เป็นเอกสารในการยื่นลดหย่อนภาษี
- ทองรูปพรรณ สามารถใช้สิทธิค่าลดหย่อนได้เฉพาะในส่วนค่ากำเหน็จ
- ค่าอาหารและเครื่องดื่มในโรงแรม (ไม่รวมแอลกอฮอล์) ที่สามารถออกใบกำกับภาษีแบบเต็ม ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้
- ซื้อของออนไลน์บน Marketplace เช่น Shopee, Lazada หากร้านค้าที่ซื้อ สามารถออกใบกำกับภาษีแบบเต็ม สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้

และช้อปดีมีคืน ไม่สามารถใช้ได้กับสินค้าและบริการเหล่านี้ ได้แก่ สุรา เบียร์ ไวน์ ค่ายาสูบ ค่าน้ำมันและก๊าซพาหนะ ค่าที่พักโรงแรม แพคเกจทัวร์ ค่าสาธารณูปโภค(ค่าน้ำ, ค่าไฟ) ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย ค่าซื้อรถยนต์ ซื้อรถจักรยานยนต์ ซื้อเรือ ค่ารักษาพยาบาล ค่าศัลยกรรม ผักผลไม้สด เนื้อสัตว์(เนื้อหมู,ไก่,ปลา) ทองคำแท่ง
** สำหรับประเภทสินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามประกาศกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๗๙

3. ช้อปดีมีคืน ได้เงินคืนภาษีเป็นจำนวน 30,000 บาท
หลายคนเข้าใจผิดว่า โครงการช้อปดีมีคืน เมื่อซื้อสินค้าและบริการเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาทแล้ว สามารถนำใบเสร็จแนบเพื่อขอคืนเงินภาษีได้เป็นจำนวน 30,000 บาท ซึ่งความจริงแล้วการได้เงินคืนจะขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละบุคคล
ตัวอย่างเช่น หากคุณมีเงินได้สุทธิต่อปี (หักค่าลดหย่อนส่วนอื่นแล้ว) อยู่ที่ 2,000,000 บาท มีฐานภาษีที่ 25% ซื้อสินค้าและบริการโครงการช้อปดีมีคืนเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท คุณจะได้รับเงินคืนภาษีอยู่ที่ 7,500 บาท ซึ่งหากคุณไม่ได้มีแพลนที่จะซื้อของอยู่แล้ว อาจต้องคำนวณความคุ้มค่าระหว่างการจ่ายเงินซื้อสินค้ากับเงินที่จะได้คืนจากภาษี ว่าอย่างไหนมีความคุ้มค่ากว่ากัน
และหากคุณมีเงินได้สุทธิตลอดทั้งปีไม่เกิน 150,000 บาท คุณไม่จำเป็นต้องซื้อของเพื่อใช้สิทธิช้อปดีมีคืน เพราะได้รับยกเว้นภาษีอยู่แล้ว โดยคุณอาจนำเงินที่จะซื้อของดังกล่าวไปลงทุนส่วนอื่นที่สามารถสร้างผลตอบแทนในอนาคตได้

4. ช้อปดีมีคืน ใช้สิทธิได้ตลอดทั้งปี 2565 และต้องลงทะเบียนใช้สิทธิ
ระยะเวลาใช้สิทธิของโครงการช้อปดีมีคืนอยู่ในช่วงระหว่าง 1 ม.ค. – 15 ก.พ. 65 เท่านั้น หากซื้อสินค้าและบริการนอกเวลาดังกล่าวจะไม่สามารถใช้สิทธินำมาลดหย่อนภาษีได้ และไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนในการใช้สิทธิ แค่เพียงนำหลักฐานคือ ใบกำกับภาษีแบบเต็ม หรือรายละเอียดข้อมูลสินค้า ผู้ซื้อ ผู้ขาย กรณีที่ไม่มีใบกำกับภาษีแบบเต็มสำหรับสินค้า OTOP หรือหนังสือ e-book มายื่นแสดงหลักฐานลดหย่อนได้

5. ช้อปดีมีคืน ใช้สิทธิแล้วไม่สามารถใช้สิทธิคนละครึ่งเฟส 4 ได้
สิทธิลดหย่อนภาษีจากโครงการช้อปดีมีคืนปี 2565 นี้ ต่างจากปีก่อนตรงที่สามารถใช้ร่วมกับสิทธิคนละครึ่งเฟส 4 ได้ เนื่องจากระยะเวลาโครงการอยู่คนละช่วงกัน โดยโครงการช้อปดีมีคืนเข้าร่วมได้ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 15 ก.พ. 65 และโครงการคนละครึ่งเฟส 4 ซึ่งมีการปรับระยะเวลาร่วมโครงการเร็วขึ้นเป็นเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่ 1 ก.พ. - 30 เม.ย. 65 (รายละเอียดเพิ่มเติมตามประกาศโครงการ)
ทราบ 5 เรื่องที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับช้อปดีมีคืนปี 2565 กันแล้ว ก็อย่าลืมวางแผนการใช้สิทธิที่ได้รับให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการลดหย่อนภาษีของคุณ ติดตามเรื่องราวการเงิน การลงทุน ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการที่คุณมองหาได้ กับ KKP Advice Center


