Economic
การกลับมาของภาคบริการ ความเสี่ยงรอบใหม่ของเงินเฟ้อไทย?
- 20 ก.พ. 66
- 10,649

Key Takeaways:
- ตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ปี 2565 สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า เครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยกำลังเปลี่ยนจากภาคการผลิตที่ฟื้นตัวได้แข็งแกร่งในปีที่ผ่านมา ไปเป็นภาคบริการที่กำลังจะทะยานตัวขึ้นดัวยแรวหนุนของการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในขณะที่ภาคการผลิตและการส่งออกเริ่มส่งสัญญาณหดตัวจากเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแรงลง
- KKP Research โดยเกียรตินาคินภัทรประเมินว่า
อุปสงค์ที่จะฟื้นตัวได้เร็วในภาคบริการในปีนี้ ในขณะที่อุปทานอาจปรับตัวตามไม่ทัน อาจสร้างแรงกดดันด้านราคาให้ปรับสูงขึ้นในภาคบริการ โดยเริ่มเห็นสัญญาณการตึงตัวขึ้นในตลาดแรงงานสะท้อนจากจำนวนตำแหน่งงานเปิดใหม่ที่เร่งตัวขึ้น รวมทั้งการปรับขึ้นของราคาในภาคบริการโดยเฉพาะในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว - แม้ว่าเงินเฟ้อในภาคบริการมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น แต่น้ำหนักของสินค้ากลุ่มบริการในตระกร้าการบริโภคของคนไทยอยู่ในระดับต่ำมาก จึงจะไม่น่าส่งผลต่อเงินเฟ้อโดยรวมของไทยมากนัก KKP Research ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยจะยังคงมีแนวโน้มปรับตัวลดลงตามราคาอาหารและพลังงานซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีความเสี่ยงที่จะอยู่ในระดับสูงนานขึ้นจากแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเต็มที่กลับสู่ระดับก่อนโควิดได้ในปีนี้
- ธุรกิจที่จะได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อในภาคบริการ คือ ธุรกิจในภาคการท่องเที่ยวซึ่งสามารถส่งผ่านราคาไปยังผู้บริโภคได้จากอุปสงค์ที่ปรับดีขึ้นมาก เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ภาคการค้า โดยเฉพาะในกลุ่ม high-end ในขณะที่อุตสาหกรรมการผลิตที่พึ่งพาการใช้แรงงานสูงมีแนวโน้มได้รับผลกระทบทางลบ จากทั้งการชะลอตัวของภาคการส่งออกและแรงกดดันค่าจ้างแรงงานที่จะปรับสูงขึ้น
