Economic

เศรษฐกิจ (และหุ้น) ไทยดีกว่าโลกแล้วจริงหรือ?

  • 10 พ.ย. 65
  • 7,274
Thai_Econ_and_StockMarket_Performance_544x388
Thai_Econ_and_StockMarket_Performance_info628


Key Takeaways:


  • KKP Research โดยเกียรตินาคินภัทรประเมินว่า สัญญาณนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาซื้อหุ้นและเริ่มกลับมาลงทุนในช่วงไม่กี่ไตรมาสนี้ มีแนวโน้มสะท้อนปัจจัยชั่วคราวในภาวะที่ตลาดหุ้นโลกปรับตัวแย่ลงเป็นหลัก และถึงแม้ว่าจะมีการลงทุนทางตรงกลับเข้ามาในไทยแต่ส่วนหนึ่งสะท้อนการลงทุนที่ชะลอลงไปในช่วงโควิด -19 และไทยยังคงได้รับสัดส่วนการลงทุนที่น้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะที่ปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาวของไทยยังไม่ได้รับการแก้ไข หรือปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ
  • สัญญาณจากตลาดการเงินหลายอย่างสะท้อนว่าการถอนการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติและการเข้ามาลงทุนที่น้อยลงสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาวมากกว่าปัจจัยเชิงวัฏจักร คือ ธุรกิจในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร เป็นกลุ่มธุรกิจที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธินับตั้งแต่ปี 2015 นอกจากนี้ยังเห็นสัญญาณการออกไปลงทุนของคนไทยในต่างประเทศที่เพี่มขึ้นทั้งการลงทุนทางตรงและการลงทุนในกองทุนหุ้นต่างประเทศ
  • การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรในระยะเวลาข้างหน้า จะทำให้โครงสร้างธุรกิจในไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นอกจากการเติบโตที่ลดลงแล้วธุรกิจจะเจอการเปลี่ยนแปลงในอีก 5 เรื่อง คือ (1) การเปลี่ยนแปลงจากธุรกิจสำหรับวัยทำงานไปสู่ธุรกิจสำหรับคนสูงอายุ (2) การเปลี่ยนผ่านจากภาคอุตสาหกรรมสู่ภาคบริการ (3) จากนอกเมืองสู่เมืองใหญ่ (4) จากความต้องการเงินกู้เงินเพื่อครอบครัวและธุรกิจสู่ความต้องการวางแผนทางการเงินเพื่อเตรียมเกษียณอายุ (5) จากแนวโน้มเงินบาทแข็งสู่ความเสี่ยงบาทอ่อน
  • ประเทศไทยจะกลับมาเป็นแหล่งลงทุนอันดับ 1 ในภูมิภาคได้ยากจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปโดยคู่แข่งสำคัญ คือ อินโดนีเซีย และเวียดนาม แต่ภาคธุรกิจต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับโครงสร้างอุปสงค์ที่เปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่ภาครัฐจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจผ่านการสร้างนวัตกรรม การเปิดเสรีนโยบายการย้ายถิ่นฐาน การเปิดเสรีภาคบริการ และปฏิรูปการเมืองเพื่อเพิ่มความสามารถในการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว