Money

6 เคล็ดลับปั้นฝัน “เจ้าของธุรกิจเงินล้าน”

Post by | Admin

เคล็ดลับปั้นฝัน-“เถ้าแก่เงินล้าน”_560x395

การเป็นเจ้าของธุรกิจเป็นความใฝ่ฝันของใครหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาจบใหม่หรือมนุษย์เงินเดือนที่อยากเปลี่ยนโหมดเป็นนายตัวเอง แต่จะมีสักกี่คนที่ก้าวผ่านคำว่า "เพ้อฝัน" และปั้นฝันไปสู่คำว่า "เจ้าของธุรกิจ" ได้ วันนี้ KKP Advice Center ขอนำเสนอเคล็ดไม่ลับฉบับคนมีฝันที่อยากเป็นนายตัวเองมาฝากกันครับ

1. เริ่มจากสิ่งที่ชอบ ใช้ Passion จุดไฟ
สำรวจตัวเองอะไรคือจุดแข็ง อะไรที่คุณทำได้ดี คุณชอบทำอะไร ชอบทานอะไร ชอบไปที่ไหน ชอบเที่ยวแบบไหน เขียนสิ่งเหล่านี้ออกมาให้หมด และถ้าจะให้ดีถามคนรอบข้าง เขาจะเป็นกระจกที่สะท้อนความจริงให้ได้เราได้เป็นอย่างดี เมื่อคุณค้นพบแล้วปะติดปะต่อมันให้ออกมาเป็นแนวทางทำธุรกิจมันจะกลายเป็น Passion ผลักดันให้คุณตื่นมาทำมันในก้าวต่อๆ ไปทุกวัน
2. สำรวจตลาดและประเมินคู่แข่ง
วิธีการหนึ่งที่ง่ายในการเริ่มธุรกิจเพื่อลดการลองผิดลองถูกคือการศึกษาคู่แข่ง หาเหตุผลในสิ่งที่เขาทำ เพื่อเป็นข้อมูลในการทำธุรกิจของเรา เช่นเขาเปิดวันเวลาไหนบ้าง เขาขายช่องทางไหน เขาขายราคาเท่าไหร่ เขามีทำโปรโมชั่นบ้างหรือไม่ แต่ให้ระวังว่าเราแค่ศึกษาไม่ใช่ Copy มาทำ เพราะธุรกิจของคุณควรจะอยู่ได้ด้วย”ความต่าง” ไม่ใช่ ”ความเหมือน”
3. อยากได้ลูกค้า แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นลูกค้าคุณ
อย่าแคร์ทุกคนแต่แคร์ใครบางคนที่เราอยากขาย ลูกค้าคือพระเจ้าจริงแต่ลูกค้าของคุณคือใครต้องนิยามให้ชัดถ้าตามหลักการตลาดเราเรียกมันว่า การทำ STP Marketing คือ Segmentation (การแบ่งกลุ่ม) Targeting (การเลือกกลุ่มเป้าหมาย) และ Positioning (การวางตำแหน่งทางการตลาด) คุณไม่ได้ขายของให้คนทุกคน ดังนั้นจึงสนใจเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย (Target) ที่คุณต้องการเท่านั้น เช่นถ้าคุณจะเปิดร้านขายของชำให้แรงงานพม่า คุณก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจหากคนไทยจะบอกว่าร้านคุณไม่น่าเข้า
4. อย่าผลัดวันประกันพรุ่งมีเป้าหมายที่ชัดเจน
หนึ่งในปัญหาของหลายๆ คนที่ทำให้ไปไม่ถึงเส้นชัยสักทีคือ คือการทำๆ หยุดๆ ทำแบบไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีการวางแผนเลือกที่จะทำตามใจตัวเอง เลือกทำเฉพาะวันที่อยากจะทำ ทำให้ฝันของคุณไม่เป็นรูปเป็นร่าง หากคุณเป็นหนึ่งคนที่มีปัญหาเรื่องนี้ลองคิดถึงจุดที่คุณจะได้ยืนอยู่ในฐานะเจ้าของกิจการนึกถึงความสำเร็จที่คุณจะได้สัมผัสก็เป็นอีกหนึ่งวิธีคิดที่จะให้กำลังใจคุณได้ นอกจากนี้ยังมีหลักการหนึ่งที่ช่วงในการตั้งเป้าหมายให้สำเร็จได้คือ SMART GOALS ประกอบด้วย
S — Specific เป้าหมายที่กำหนดต้องชัดเจน
M — Measurable สามารถวัดผลได้ชัดเจน จะเป็นตัวเลข หรือตัวเงิน จะได้รู้ว่าคุณเข้าใกล้เป้าหมายมากแค่ไหน
A — Achievable เป้าหมายจะต้องเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ รู้ลำดับขั้นตอนที่จะไปถึงได้อย่างชัดเจน
R — Realistic เป้าหมายนั้นต้องสมเหตุสมผลกับความเป็นจริง
T — Time Bound ต้องมีกรอบที่ชัดเจนและแน่นอน เช่น ภายใน 1 ปี หรือ 5 ปี จะทำให้คุณวางแผนในแต่ละงานที่ต้องทำได้ ว่าต้องใช้เวลามากน้อยแค่ไหน
5. อย่าดับฝันตัวเองด้วยคำปรามาสของคนรอบข้าง
คำพูดของคนรอบข้าง เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หลายคนหันหลังกลับไปนั่งโต๊ะทำงานเป็นพนักงานเงินเดือนเช่นเดิม ก่อนจะปรึกษาหรือถามคนรอบข้าง ให้คุณคิดก่อนเสมอว่าเราจะปรึกษาในเรื่องอะไรเราอยากได้อะไรจากเขา ถ้าจะปรึกษาในเรื่องสินค้าหรือบริการของคุณ ต้องถามตัวเองเสมอว่าเขาคือกลุ่มเป้าหมาย (Target) ของคุณไหม ไม่อย่างงั้นแล้วคุณอาจจะเดินผิดทางก็เป็นได้
6. พัฒนาตัวเองอยู่เสมอและจงเชื่อในพลังเครือข่าย
เดี๋ยวนี้มีองค์กรที่เข้ามาช่วยในเรื่องการให้ความรู้ เช่น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รวมถึงธนาคารต่าง ๆ ก็มีการจัดสัมมนาทั้งแบบ ออฟไลน์และออนไลน์ ล้วนแต่เป็นแหล่งความรู้ที่เราสามารถพัฒนาตัวเองได้ และที่สำคัญงานสัมมนาเหล่านี้จะเปิดโอกาสให้เราได้ทำความรู้จักกับเจ้าของธุรกิจมากมาย สิ่งที่คุณต้องเตรียมคือนามบัตร และคำพูดทักทายเพื่อทำความรู้จักกับเจ้าของธุรกิจเหล่านั้น ธนาคารเกียรตินาคินภัทรก็มีสัมมนาสำหรับ SME ทุกเดือนซึ่งหากท่านใดสนใจสามารถดูได้ที่ ตารางกิจกรรม KKP Advice Center หรือเป็นเพื่อนกันใน Facebook Fanpage : Kiatnakin Phatra เพื่อไม่ให้พลาด LIVE สัมมนาของเรา

 

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

แนะนำจากบทความ
07 ก.ค. 2563
เมื่อ SME ต้องกระจายความเสี่ยง
Business
23 มิ.ย. 2563
เปิดทางออกธุรกิจ SME ควรปรับตัวอย่างไรเมื่อโลกก้าวเข้าสู่อนาคต
Business
12 พ.ค. 2563
COVID-19 เปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้า SME ปรับกลยุทธ์อย่างไร?
Business