Money Matter

หนังสือรับรองเงินเดือน หนังสือรับรองรายได้ คืออะไร? สรุปมาให้ครบ

  • 06 May 26
  • 673
เมื่อต้องการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือทำเรื่องกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น การยื่นขอสินเชื่อ เอกสารที่ใช้ในการพิจารณาถึงความมั่นคงทางรายได้และสถานะการทำงานอย่างเป็นทางการ คือ “หนังสือรับรองเงินเดือน” แต่หลายคนอาจจะยังมีความสับสนอยู่เล็กน้อยว่าแล้วเอกสารชิ้นนี้มีความแตกต่างกับสลิปเงินเดือนอย่างไร รวมถึงอยากทราบเพิ่มเติมว่าหากต้องการหนังสือรับรองเงินเดือนจะขอที่ไหนได้บ้าง

บทความนี้เราเลยอยากจะพาไปทำความเข้าใจถึงรายละเอียดของหนังสือรับรองเงินเดือน เพื่อที่เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้ จะได้เข้าใจถึงเอกสารสำคัญนี้ได้อย่างละเอียดมากขึ้น

หนังสือรับรองเงินเดือน คืออะไร? (Salary Certificate)

หนังสือรับรองเงินเดือน หรือ หนังสือรับรองรายได้ (Salary Certificate) คือ เอกสารทางการที่นายจ้างหรือองค์กรออกให้แก่บุคลากรในสังกัด ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ พนักงานสัญญาจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานในรูปแบบอื่นที่มีรายได้ประจำจากบริษัท เพื่อยืนยันว่าบุคคลนั้นเป็นพนักงานของบริษัทจริง และรับรองข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการทำงานและรายได้ โดยจะระบุข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งงาน ระยะเวลาการทำงาน และอัตราเงินเดือนที่ได้รับในปัจจุบันอย่างชัดเจน

เอกสารนี้มีผลทางกฎหมายในแง่ของการยืนยันรายได้ที่แน่นอนและสม่ำเสมอ ซึ่งแตกต่างจากสลิปเงินเดือนที่จะแสดงรายละเอียดด้านการเงินในแต่ละเดือน ทั้งการจ่ายเงิน การหักเงิน และยอดรวมเงินได้สุทธิที่บริษัทจ่ายให้แก่พนักงาน

หนังสือรับรองเงินเดือนต้องมีองค์ประกอบสำคัญอะไรบ้าง?

หนังสือรับรองเงินเดือน หรือรายได้ คือ เอกสารที่ต้องใช้ยืนยันความน่าเชื่อถือ ข้อมูลภายในจึงต้องมีความครบถ้วนตามมาตรฐานสากล โดยองค์ประกอบสำคัญที่ต้องมีในหนังสือรับรองเงินเดือน มีดังนี้

1. หัวกระดาษบริษัท (Letterhead)

ส่วนหัวกระดาษบริษัทควรระบุชื่อบริษัท โลโก้ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อให้ครบถ้วน เพื่อให้หน่วยงานหรือสถาบันการเงินที่รับเอกสาร สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ออกเอกสารได้

2. ชื่อเอกสาร

ควรระบุชื่อเอกสารว่า “หนังสือรับรองเงินเดือน” หรือ “Salary Certificate” ไว้กึ่งกลางหน้ากระดาษอย่างชัดเจน เพื่อให้ทราบทันทีว่าเป็นเอกสารประเภทใด

3. ข้อมูลพนักงาน

ระบุชื่อ–นามสกุลตามบัตรประชาชน และเลขบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อยืนยันตัวตนของผู้ถือเอกสารและป้องกันการแอบอ้าง

4. ตำแหน่ง / แผนก / ระยะเวลาการทำงาน

ระบุตำแหน่งงานปัจจุบัน แผนกที่สังกัด และช่วงเวลาการทำงานตั้งแต่เริ่มงานจนถึงปัจจุบัน เพื่อสะท้อนความมั่นคงในการทำงาน ซึ่งมักเป็นข้อมูลสำคัญที่หน่วยงานนำไปพิจารณา

5. อัตราเงินเดือน (ก่อนหักภาษี ไม่รวมค่าตอบแทนอื่น)

ให้ระบุฐานเงินเดือนประจำ (Basic Salary) ก่อนหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยทั่วไปจะไม่รวมรายได้ที่ไม่สม่ำเสมอ เช่น ค่าคอมมิชชันหรือค่าล่วงเวลา เว้นแต่มีการแสดงแยกไว้

6. วัตถุประสงค์ในการออกเอกสาร

ไม่ว่าจะดูแลสุขภาพดีแค่ไหน เหตุการณ์ไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ การทำประกัน IPD ไว้ช่วยให้คุณอุ่นใจเมื่อต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล

7. วันที่ออกเอกสาร

ไเนื่องจากหนังสือรับรองเงินเดือนมักมีอายุการใช้งาน การระบุวันที่ออกเอกสารจึงช่วยให้ผู้รับเอกสารทราบว่าเอกสารยังอยู่ในช่วงเวลาที่สามารถใช้ได้

8. ลายเซ็นผู้มีอำนาจ พร้อมตราประทับบริษัท

เอกสารต้องลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัท เช่น ผู้บริหารหรือฝ่ายบุคคล พร้อมประทับตราบริษัท เพื่อให้เอกสารมีผลสมบูรณ์และสามารถนำไปใช้ได้อย่างเป็นทางการ

หนังสือรับรองเงินเดือน มีความสำคัญอย่างไร? ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

นอกจากการยืนยันรายได้แล้ว หนังสือรับรองเงินเดือนยังถูกนำไปใช้ในหลายสถานการณ์ที่ต้องการหลักฐานทางการเงินที่น่าเชื่อถือ เช่น

1. การขอสินเชื่อ / กู้ซื้อบ้าน / กู้ซื้อรถ

หนังสือรับรองรายได้ คือ เอกสารหลักที่ธนาคารและสถาบันการเงินใช้ประกอบการพิจารณาวงเงินกู้และประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้สมัคร ไม่ว่าจะเป็นการขอสินเชื่อส่วนบุคคล กู้ซื้อบ้าน หรือกู้ซื้อรถ โดยธนาคารจะนำข้อมูลเงินเดือนไปคำนวณวงเงินที่เหมาะสมและพิจารณาความเสี่ยงในการปล่อยกู้ ดังนั้นความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูลในเอกสารจึงมีผลโดยตรงต่อผลการอนุมัติ

2. สมัครบัตรเครดิต

การสมัครบัตรเครดิตส่วนใหญ่มีเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่สถาบันการเงินกำหนดไว้ชัดเจน หนังสือรับรองเงินเดือนจึงเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ยืนยันว่ารายได้ของผู้สมัครผ่านเกณฑ์ดังกล่าว และช่วยให้สถาบันการเงินประเมินวงเงินที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

3. ขอวีซ่าเดินทางต่างประเทศ

สถานทูตใช้หนังสือรับรองเงินเดือนเพื่อตรวจสอบให้มั่นใจว่าผู้เดินทางมีงานทำเป็นหลักแหล่งและมีรายรับเพียงพอต่อการเดินทาง และการใช้จ่ายในต่างประเทศ

4. สมัครงานใหม่

ฝ่ายบุคคลของบริษัทใหม่อาจขอดูเพื่อตรวจสอบประวัติการทำงาน พร้อมทั้งยังใช้ประกอบการพิจารณาฐานเงินเดือน

5. ยื่นขอเช่าที่พัก / คอนโด

เจ้าของห้องหรือนายหน้าอสังหาริมทรัพย์บางรายอาจขอหนังสือรับรองเงินเดือนเพื่อประกอบการพิจารณา โดยใช้ยืนยันว่าผู้เช่ามีรายได้มั่นคงเพียงพอสำหรับค่าเช่ารายเดือน และมีความสามารถในการชำระค่าเช่าได้อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาสัญญา

6. ติดต่อหน่วยงานราชการ

การติดต่อหน่วยงานราชการในบางกรณี เช่น การขอสวัสดิการของรัฐหรือการทำธุรกรรมทางกฎหมาย อาจต้องใชใบรับรองเงินเดือนเพื่อยืนยันฐานะทางสังคมและระดับรายได้ประกอบการพิจารณาสิทธิ์ต่าง ๆ ด้วย

7. ขอกู้ กยศ. / กรอ.

สำหรับนักศึกษาที่กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา มักต้องใช้หนังสือรับรองรายได้ของผู้ปกครองเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณา เพื่อยืนยันว่าครอบครัวมีรายได้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดและมีสิทธิ์ได้รับการกู้ยืม

หนังสือรับรองเงินเดือน vs สลิปเงินเดือน vs หนังสือรับรองการทำงาน ต่างกันอย่างไร?

แม้จะเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและรายได้เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างและการใช้งาน ดังนี้

  หนังสือรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือน (Payslip) หนังสือรับรองการทำงาน
ผู้ออกเอกสาร ฝ่ายบุคคล (HR) หรือ
ผู้มีอำนาจลงนาม
ฝ่ายบุคคล หรือฝ่ายบัญชี/การเงิน ฝ่ายบุคคล (HR) หรือ
ผู้มีอำนาจลงนาม
ข้อมูลที่ระบุ ชื่อ-นามสกุล, ตำแหน่ง, วันที่เริ่มงาน, ฐานเงินเดือน ณ ปัจจุบัน รายได้สุทธิเดือนนั้น ๆ, โอที, คอมมิชชัน, รายการหักภาษี/ประกันสังคม ชื่อ-นามสกุล, ตำแหน่ง, ระยะเวลาที่ทำงาน (มักไม่ระบุเงินเดือน)
ความถี่ในการออก ออกตามคำร้องเป็นรายครั้ง ออกให้เป็นประจำทุกเดือน ออกตามคำร้องขอ หรือเมื่อลาออก
การใช้งานหลัก ขอสินเชื่อธนาคาร, สมัครบัตรเครดิต, ขอวีซ่า ยืนยันสภาพคล่องรายเดือน, ตรวจสอบรายการหักภาษี สมัครงานใหม่, ยืนยันประสบการณ์ทำงาน
อายุเอกสาร 30 - 90 วัน นับจากวันที่ออก มีผลเฉพาะเดือนนั้น ๆ (ธนาคารมักขอดูย้อนหลัง 3-6 เดือน) โดยทั่วไปไม่มีวันหมดอายุ (ใช้ยืนยันประวัติ)

อย่างไรก็ตาม ในการทำธุรกรรมทางการเงินที่สำคัญ เช่น การกู้ซื้อที่อยู่อาศัย หรือการขอสินเชื่อส่วนบุคคล สถาบันการเงินมักขอเอกสารทั้งหนังสือรับรองเงินเดือน และสลิปเงินเดือนควบคู่กัน เพื่อใช้ตรวจสอบทั้งความมั่นคงของฐานรายได้และสภาพคล่องทางการเงินในแต่ละเดือน

การขอหนังสือรับรองเงินเดือนสามารถทำได้อย่างไร?

สำหรับวิธีการขอหนังสือรับรองเงินเดือน มีวิธีการง่าย ๆ ดังนี้
  1. ระบุวัตถุประสงค์ว่าจะนำไปใช้ทำอะไร

    แจ้งฝ่ายบุคคลว่าต้องการนำเอกสารไปใช้เพื่ออะไร เช่น ใช้ยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือประกอบการยื่นวีซ่า เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดเตรียมรายละเอียดที่จำเป็นได้ครบถ้วนตรงตามวัตถุประสงค์
  2. ยื่นคำขอกับฝ่าย HR / เจ้าของกิจการ

    ติดต่อฝ่ายบุคคล หรือผู้มีอำนาจออกเอกสาร ผ่านช่องทางหรือแบบฟอร์มที่องค์กรกำหนด เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็ว
  3. ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนรับ

    หลังได้รับเอกสาร ควรตรวจสอบความถูกต้องของชื่อ–นามสกุล ตำแหน่งงาน และรายละเอียดของรายได้ให้ตรงกับข้อมูลจริง เพื่อป้องกันปัญหาในการยื่นเอกสารภายหลัง
  4. ตรวจสอบอายุเอกสาร (30 วัน / 90 วัน) ก่อนนำไปใช้

    โดยทั่วไป สถาบันการเงินมักรับเอกสารที่ออกไม่เกิน 30–90 วัน นับจากวันที่ระบุในเอกสาร หากพ้นระยะเวลาดังกล่าว ควรขอเอกสารฉบับใหม่ก่อนนำไปใช้

ตัวอย่างหนังสือรับรองเงินเดือน

ตัวอย่างหนังสือรับรองเงินเดือน ภาษาไทย

ภาษาไทย

ตัวอย่างหนังสือรับรองเงินเดือน ภาษาอังกฤษ (Salary Certificate Template)

ภาษาอังกฤษ

หนังสือรับรองเงินเดือน สำหรับอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ และพนักงานรายวัน

สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีรายได้ในรูปแบบเงินเดือนประจำ การยืนยันสถานะทางการเงินยังสามารถทำได้ โดยใช้หลักฐานในรูปแบบอื่นที่สะท้อนความสามารถในการหารายได้อย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 
  1. อาชีพอิสระ / ฟรีแลนซ์ ไม่มีหนังสือรับรองเงินเดือนทำอย่างไร?

    แม้จะไม่มีสลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองจากองค์กร แต่สามารถใช้หนังสือรับรองรายได้ที่จัดทำขึ้นด้วยตนเอง ร่วมกับรายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) และเอกสารการยื่นภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด.) เพื่อแสดงที่มาและความสม่ำเสมอของรายได้
  2. พนักงานรายวัน / Part-time

    สามารถขอหนังสือรับรองรายได้เฉลี่ยต่อเดือนจากหัวหน้างานหรือเจ้าของกิจการ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาได้เช่นกัน 

ตัวอย่างหนังสือรับรองรายได้ อาชีพอิสระ

ข้อควรระวังเกี่ยวกับหนังสือรับรองเงินเดือนที่ต้องรู้มีอะไรบ้าง?

เพื่อให้การใช้หนังสือรับรองรายได้เป็นไปอย่างราบรื่น และไม่เกิดปัญหาในภายหลัง มีข้อควรระวังที่ควรใส่ใจ ดังนี้
  1. ให้ข้อมูลตามความเป็นจริง

    หากสถาบันการเงินตรวจสอบพบภายหลังว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ และทำให้การทำธุรกรรมถูกปฏิเสธได้
  2. วางแผนการขอเอกสารให้เหมาะสม

    หนังสือรับรองรายได้เป็นเอกสารที่มีระยะเวลาการใช้งาน ควรขอให้ใกล้กับช่วงเวลาที่จะนำไปใช้ เพื่อป้องกันเอกสารหมดอายุ
  3. ห้ามปลอมแปลงหนังสือรับรองเงินเดือน

    การปรับเปลี่ยนตัวเลขรายได้หรือปลอมแปลงลายเซ็นถือเป็นความผิดตามกฎหมาย (มาตรา 264-268 ประมวลกฎหมายอาญา) ซึ่งมีโทษจำคุกไม่ 3 สามปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ที่มา: ป.ป.ช.

นายจ้างปฏิเสธออกหนังสือรับรองเงินเดือน ได้หรือไม่?

นายจ้างไม่สามารถปฏิเสธการออกหนังสือรับรองเงินเดือนให้ลูกจ้างได้ เพราะตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 14/1 นายจ้างมีหน้าที่ต้องออกเอกสารเกี่ยวกับการทำงานให้ลูกจ้างเมื่อร้องขอ อย่างไรก็ตาม นายจ้างสามารถปฏิเสธการออกหนังสือรับรองเงินเดือนให้ลูกจ้างได้ในกรณีที่
  • ลูกจ้างไม่เคยปฏิบัติงานจริง
  • ข้อมูลที่ขอให้รับรองนั้นไม่เป็นความจริง
  • มีการขอให้รับรองเกินข้อเท็จจริงที่เป็น

หากข้อมูลในหนังสือรับรองเงินเดือนไม่ตรงกับความจริง จะส่งผลกระทบใดบ้าง

หากข้อมูลในหนังสือรับรองเงินเดือนไม่ตรงกับความเป็นจริง อาจส่งผลให้การทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น การขอสินเชื่อหรือการสมัครบริการต่าง ๆ ไม่ผ่านการพิจารณา และกระทบต่อความน่าเชื่อถือของผู้ยื่นเอกสารได้ นอกจากนี้ยังอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านวินัยในการทำงานหรือประเด็นทางกฎหมายทั้งต่อพนักงานและผู้ออกเอกสาร

หนังสือรับรองเงินเดือน มีอายุกี่เดือน? เอกสารหมดอายุแล้ว ต้องทำอย่างไร?

หนังสือรับรองรายได้เป็นเอกสารที่มีระยะเวลาการใช้งาน จึงแนะนำว่าควรขอให้ใกล้กับช่วงเวลาที่จะนำไปใช้ เพื่อป้องกันเอกสารหมดอายุ โดยทั่วไปแล้วอายุของใบรับรองเงินเดือนจะแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ดังนี้ 
  • การขอสินเชื่อหรือบัตรเครดิต: เอกสารควรออกไม่เกิน 30 วัน
  • การขอวีซ่า: ส่วนใหญ่กำหนดไม่เกิน 30 วัน (บางประเทศอาจผ่อนผันได้ถึง 3 เดือน)
  • การติดต่อหน่วยงานราชการ: โดยทั่วไปใช้เอกสารที่ออกไม่เกิน 90 วัน
อย่างไรก็ตาม หากเอกสารหมดอายุแล้ว แนะนำว่าให้ดำเนินการแจ้งกับทาง HR เพื่อทำการขอเอกสารใหม่เท่านั้น แต่ในบางกรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้จริง ๆ อาจเตรียมเอกสารอื่น เช่น สลิปเงินเดือนล่าสุด, Statement บัญชีเงินเดือน หรือหนังสือรับรองการทำงาน ยื่นประกอบในการพิจารณาแทนได้

หากมีหนังสือรับรองเงินเดือนพร้อมแล้วและกำลังมองหาสินเชื่อที่เหมาะกับตัวเอง KKP Personal Loan และ KKP Better Loan จากธนาคารเกียรตินาคินภัทร อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน วงเงินสูง และระยะผ่อนชำระยืดหยุ่น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจัดการการเงินได้โดยไม่ยุ่งยาก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ขอหนังสือรับรองเงินเดือน ใช้เวลากี่วัน?

A: โดยปกติจะใช้เวลา 3-7 วันทำการ ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท

Q: ฟรีแลนซ์ ไม่มีหนังสือรับรองเงินเดือน ขอสินเชื่อได้ไหม?

A: ได้ เพราะสถาบันการเงินส่วนใหญ่รับทราบดีว่าผู้มีอาชีพอิสระไม่มีเอกสารในรูปแบบเดียวกับพนักงานประจำ โดยมักขอรายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) 6–12 เดือน และเอกสารการเสียภาษีประกอบการพิจารณาแทน

Q: ออกรถใช้หนังสือรับรองเงินเดือนแบบไหน?

A: ควรใช้หนังสือรับรองเงินเดือนฉบับจริงที่ออกโดยบริษัทอย่างเป็นทางการ โดยต้องมีข้อมูลครบถ้วน ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล ตำแหน่งงาน ระยะเวลาการทำงาน และฐานเงินเดือนปัจจุบัน พร้อมลายเซ็นผู้มีอำนาจและตราประทับบริษัท นอกจากนี้ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารออกไม่เกิน 30 วัน เนื่องจากไฟแนนซ์ส่วนใหญ่กำหนดระยะเวลาไว้ในเกณฑ์นี้ และมักขอสลิปเงินเดือนประกอบด้วย เพื่อใช้ยืนยันรายได้ที่แท้จริงควบคู่กัน

Q: หนังสือรับรองเงินเดือน สำหรับขอวีซ่า ต้องเป็นภาษาอังกฤษไหม?

A: จำเป็นต้องขอหนังสือรับรองเงินเดือนเป็นภาษาอังกฤษ โดยที่ข้อมูลชื่อ-นามสกุล จะต้องตรงกับหนังสือรับรองเงินเดือน/การทำงานเพื่อขอวีซ่า จำเป็นต้องเป็นภาษาอังกฤษ โดยต้องระบุชื่อ-สกุล (ตรงตามพาสปอร์ต)

Q: พนักงานทดลองงานขอหนังสือรับรองเงินเดือนได้ไหม?

A: พนักงานที่อยู่ในช่วงทดลองงาน (Probation) ก็สามารถขอหนังสือรับรองเงินเดือนได้ โดยทั่วไปกฎหมายไม่ได้ห้าม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัทเป็นหลัก

ข้อมูลอ้างอิง: กระทรวงแรงงาน

-->