Money Matter

อัปเดตค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน 2569 ฉบับเข้าใจง่าย

  • 29 May 26
  • 2,442
ใครกำลังวางแผนซื้อบ้าน คอนโด หรือที่ดินในปี 2569 เรื่องที่ต้องทำความเข้าใจก่อนเป็นอันดับแรกคือ ค่าโอนที่ดิน เพราะนอกจากราคาซื้อขายที่ตกลงกันแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายรายการที่ต้องจ่ายเพิ่ม ณ สำนักงานที่ดินในวันโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งหลายคนอาจตกใจกับตัวเลขที่ไม่ได้เตรียมไว้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน ค่าจดจำนอง ค่าอากรแสตมป์ ไปจนถึงภาษีที่ต้องชำระ

บทความนี้จึงสรุปค่าใช้จ่ายในการโอนที่ดินทุกรายการแบบเข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างวิธีคำนวณ เพื่อช่วยให้คุณวางแผนทางการเงินได้อย่างรอบคอบ และหลีกเลี่ยงปัญหาค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดในวันโอนกรรมสิทธิ์

ค่าโอนที่ดิน คืออะไร?

ค่าโอนที่ดิน คือ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ผู้ซื้อและผู้ขายต้องชำระให้กับกรมที่ดิน เมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดจากเจ้าของเดิมไปยังเจ้าของใหม่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยดำเนินการ ณ สำนักงานที่ดินในเขตพื้นที่ที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่ เมื่อชำระครบและจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว การเปลี่ยนกรรมสิทธิ์จึงจะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย

ซึ่งค่าใช้จ่ายในการโอนที่ดินแต่ละรายการจะมีวิธีคำนวณและอัตราที่แตกต่างกัน ส่วนจะต้องจ่ายรายการไหนบ้างนั้นก็ขึ้นอยู่กับประเภทของการโอน ว่าเป็นการซื้อขาย การให้ระหว่างญาติ หรือการรับมรดก

สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ ค่าธรรมเนียมโอนที่ดินเหล่านี้ไม่ได้กำหนดตายตัวว่าฝ่ายไหนต้องเป็นคนจ่าย ผู้ซื้อกับผู้ขายสามารถตกลงกันได้เองว่าจะแบ่งกันคนละครึ่ง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับภาระทั้งหมด ดังนั้นก่อนเซ็นสัญญาซื้อขาย ควรคุยเรื่องนี้ให้ชัดเจนตั้งแต่แรก เพื่อจะได้เตรียมเงินได้ถูกต้องและไม่เกิดปัญหาในวันโอน

ค่าใช้จ่ายในการโอนที่ดิน มีอะไรบ้าง?

เมื่อถึงวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน ค่าใช้จ่ายในการโอนที่ดินในกรณีซื้อขายทั่วไป มีรายการหลัก ๆ ดังนี้

1. ค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน (ค่าโอน)

ค่าธรรมเนียมโอนที่ดินถือเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่ที่สุดในวันโอน โดยอัตราปกติอยู่ที่ 2% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย โดยจะใช้ราคาที่สูงกว่าเป็นฐานในการคำนวณ ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานที่ดินจังหวัด เช่น ราคาประเมินอยู่ที่ 3 ล้านบาท แต่ราคาซื้อขายจริงอยู่ที่ 3.5 ล้านบาท จะคำนวณจาก 3.5 ล้านบาท เท่ากับต้องจ่ายค่าโอน 70,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรัฐบาลมีมาตรการลดค่าโอนที่ดินเหลือเพียง 0.01%สำหรับที่อยู่อาศัยที่มีราคาซื้อขายและราคาประเมินไม่เกิน 7 ล้านบาท รวมถึงวงเงินจดจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท โดยเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2569

ที่มา: ราชกิจจานุเบกษา

2. ค่าจดจำนอง

กรณีที่ผู้ซื้อกู้สินเชื่อจากสถาบันการเงินมาซื้อ จะต้องเสียค่าจดจำนองในอัตราปกติ 1% ของวงเงินจำนอง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท เช่น กู้ซื้อบ้าน 3 ล้านบาท ค่าจดจำนองปกติจะอยู่ที่ 30,000 บาท

เช่นเดียวกับค่าโอน มาตรการรัฐในปี 2568-2569 ยังลดค่าจดจำนองลงเหลือ 0.01% สำหรับวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท โดยเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองในคราวเดียวกัน จึงจะได้รับสิทธิ์  

3. ค่าอากรแสตมป์

ค่าอากรแสตมป์จะคิดในอัตรา 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน โดยใช้ราคาที่สูงกว่าเป็นฐานในการคำนวณ ซึ่งค่าอากรแสตมป์และภาษีธุรกิจเฉพาะจะไม่ถูกเรียกเก็บพร้อมกัน หากผู้ขายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว ก็ไม่ต้องจ่ายค่าอากรแสตมป์อีก ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดไว้

4. ภาษีธุรกิจเฉพาะ

คิดที่ 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน โดยจะเรียกเก็บเฉพาะกรณีที่ผู้ขายถือครองอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน 5 ปีนับจากวันที่ได้มา แต่หากถือครองเกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี จะได้รับยกเว้น และไปเสียค่าอากรแสตมป์ 0.5% แทน โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายนี้จะเป็นภาระของฝ่ายขาย เว้นแต่จะมีการตกลงเป็นอย่างอื่นระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

5. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (หัก ณ ที่จ่าย)

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (หัก ณ ที่จ่าย) เป็นภาระของผู้ขาย โดยกรมที่ดินจะเป็นผู้คำนวณและหักภาษีในวันโอนกรรมสิทธิ์ การคำนวณภาษีรายการนี้ค่อนข้างซับซ้อนกว่ารายการอื่น เนื่องจากจะใช้ราคาประเมินเป็นฐาน แล้วหักค่าใช้จ่ายตามอัตราเหมาจ่ายที่กำหนดตามจำนวนปีที่ถือครอง จากนั้นจะนำรายได้สุทธิไปเฉลี่ยตามจำนวนปีที่ถือครองก่อนคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้แบบขั้นบันได

ทั้งนี้ รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะไม่ได้รับสิทธิยกเว้นเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกเช่นเดียวกับการคำนวณภาษีเงินได้ทั่วไป หากต้องการประเมินภาษีเบื้องต้นด้วยตนเอง สามารถใช้ระบบคำนวณของกรมที่ดินได้ที่ lecs.dol.go.th

6. ค่าคำขอและค่าพยาน (ค่าใช้จ่ายเล็กน้อย)

นอกจากค่าธรรมเนียมในการโอนที่ดินและภาษีหลักทั้ง 5 รายการข้างต้นแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่กรมที่ดินเรียกเก็บตามระเบียบ ซึ่งต้องชำระในวันโอนกรรมสิทธิ์เช่นกัน ได้แก่
  • ค่าคำขอ: แปลงละ 5 บาท เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ต่อเจ้าหน้าที่
  • ค่าอากรคู่ฉบับ: 5 บาท เป็นค่าอากรสำหรับสำเนาสัญญาซื้อขาย (ท.ด.13) ที่ผู้ซื้อและผู้ขายจะได้รับคนละ 1 ฉบับ
  • ค่าพยาน: 20 บาท เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับพยานที่ลงนามรับรองการทำนิติกรรมในวันโอน
รวมค่าใช้จ่ายทั้ง 3 รายการอยู่ที่ 30 บาทต่อการโอน 1 แปลง แม้จะเป็นจำนวนเงินไม่มากเมื่อเทียบกับค่าธรรมเนียมและภาษีรายการอื่น แต่การทราบรายละเอียดไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถเตรียมค่าใช้จ่ายได้อย่างครบถ้วนมากขึ้น

วิธีคำนวณค่าโอนที่ดิน พร้อมตัวอย่าง

เมื่อทราบรายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำมาคำนวณจริง เพื่อประเมินว่าในวันโอนกรรมสิทธิ์จะต้องเตรียมเงินไว้ประมาณเท่าไร โดยสิ่งที่ต้องรู้ก่อนคำนวณมี 4 อย่าง ได้แก่ ราคาซื้อขายที่ตกลงกัน, ราคาประเมินของกรมที่ดิน, วงเงินจดจำนอง (กรณีกู้ธนาคาร) และจำนวนปีที่ผู้ขายถือครองอสังหาริมทรัพย์นั้น

สูตรคำนวณค่าโอนที่ดินคิดอย่างไร?

หลักการสำคัญคือ ให้เปรียบเทียบราคาซื้อขายกับราคาประเมินก่อนทุกครั้ง แล้วใช้ราคาที่สูงกว่าเป็นฐานคำนวณ (ยกเว้นค่าจดจำนองที่คิดจากวงเงินกู้ และภาษีเงินได้ฯ ที่คิดจากราคาประเมินเท่านั้น) จากนั้นนำมาคูณกับอัตราของแต่ละรายการตามสูตรต่อไปนี้
  • ค่าธรรมเนียมโอน = ราคาที่สูงกว่า (ระหว่างราคาซื้อขายกับราคาประเมิน) × 2%
  • ค่าจดจำนอง = วงเงินจดจำนอง × 1%
  • ค่าอากรแสตมป์ = ราคาที่สูงกว่า × 0.5% (เฉพาะกรณีถือครองเกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี)
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ = ราคาที่สูงกว่า × 3.3% (เฉพาะกรณีถือครองไม่เกิน 5 ปี และไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี)
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา = คำนวณจากราคาประเมิน หักค่าใช้จ่ายเหมาตามจำนวนปีถือครอง แล้วคิดภาษีตามอัตราขั้นบันได (กรมที่ดินคำนวณให้ในวันโอน)
รายการค่าใช้จ่าย สูตรคำนวณ อัตราปกติ อัตราตามมาตรการรัฐ*
ค่าธรรมเนียมโอน ราคาที่สูงกว่า (ระหว่างราคาซื้อขายกับราคาประเมิน) × อัตรา 2% 0.01%
ค่าจดจำนอง วงเงินจดจำนอง × อัตรา 1% (ไม่เกิน 200,000 บาท) 0.01%
ค่าอากรแสตมป์ ราคาที่สูงกว่า × อัตรา (กรณีถือครองเกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี) 0.5% 0.5% (ไม่ลด)
ภาษีธุรกิจเฉพาะ ราคาที่สูงกว่า × อัตรา (กรณีถือครองไม่เกิน 5 ปี) 3.3% 3.3% (ไม่ลด)
ภาษีเงินได้ฯ หัก ณ ที่จ่าย คำนวณจากราคาประเมิน หักค่าใช้จ่ายเหมาตามปีถือครอง แล้วคิดภาษีตามขั้นบันได ตามขั้นบันได ตามขั้นบันได (ไม่ลด)
ค่าคำขอ + อากรคู่ฉบับ + ค่าพยาน อัตราคงที่ 30 บาท 30 บาท

ตัวอย่างที่ 1: ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท (ได้รับสิทธิ์ลดค่าธรรมเนียมตามมาตรการรัฐ)

นายสมชายซื้อบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดิน ราคาซื้อขาย 4,000,000 บาท ราคาประเมิน 3,500,000 บาท กู้ธนาคาร 3,200,000 บาท ผู้ขายถือครองมาแล้ว 6 ปี และโอนพร้อมจดจำนองในคราวเดียวกันภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ทำให้ได้รับสิทธิ์ลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01%
  • ค่าธรรมเนียมโอน = 4,000,000 × 0.01% = 400 บาท
  • ค่าจดจำนอง = 3,200,000 × 0.01% = 320 บาท
  • ค่าอากรแสตมป์ = 4,000,000 × 0.5% = 20,000 บาท (ผู้ขายถือครองเกิน 5 ปี จึงเสียอากรแสตมป์แทนภาษีธุรกิจเฉพาะ)
  • ภาษีเงินได้ฯ = กรมที่ดินคำนวณให้ในวันโอน (เป็นภาระของผู้ขาย)
  • ค่าคำขอ + อากรคู่ฉบับ + ค่าพยาน = 30 บาท
รวมค่าใช้จ่าย (ไม่รวมภาษีเงินได้ฯ) = 20,750 บาท

ตัวอย่างที่ 2: ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท (ไม่ได้รับสิทธิ์ลดค่าธรรมเนียม)

นางสาวพิมพ์ซื้อบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดินหลังเดียวกัน ราคาซื้อขาย 4,000,000 บาท ราคาประเมิน 3,500,000 บาท กู้ธนาคาร 3,200,000 บาท ผู้ขายถือครองมาแล้ว 6 ปีเช่นกัน แต่ไม่เข้าเงื่อนไขมาตรการรัฐ (เช่น โอนหลังวันที่ 30 มิถุนายน 2569 หรือไม่ได้จดจำนองในคราวเดียวกัน) จึงต้องคำนวณตามอัตราปกติทุกรายการ
  • ค่าธรรมเนียมโอน = 4,000,000 × 2% = 80,000 บาท (ใช้ราคาซื้อขายเพราะสูงกว่าราคาประเมิน)
  • ค่าจดจำนอง = 3,200,000 × 1% = 32,000 บาท
  • ค่าอากรแสตมป์ = 4,000,000 × 0.5% = 20,000 บาท (ผู้ขายถือครองเกิน 5 ปี จึงเสียอากรแสตมป์แทนภาษีธุรกิจเฉพาะ)
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ = ไม่ต้องเสีย (ผู้ขายถือครองเกิน 5 ปี)
  • ภาษีเงินได้ฯ = กรมที่ดินคำนวณให้ในวันโอน (เป็นภาระของผู้ขาย)
  • ค่าคำขอ + อากรคู่ฉบับ + ค่าพยาน = 30 บาท
รวมค่าใช้จ่าย (ไม่รวมภาษีเงินได้ฯ) = 132,030 บาท

เปรียบเทียบค่าโอนที่ดิน: ได้สิทธิ์ลดค่าธรรมเนียม vs ไม่ได้สิทธิ์

รายการ ได้สิทธิ์ (อัตรา 0.01%) ไม่ได้สิทธิ์ (อัตราปกติ) ส่วนต่างที่ประหยัดได้
ค่าธรรมเนียมโอน 400 บาท 80,000 บาท 79,600 บาท
ค่าจดจำนอง 320 บาท 32,000 บาท 31,680 บาท
ค่าอากรแสตมป์ 20,000 บาท 20,000 บาท -
ค่าคำขอ + อากรคู่ฉบับ + ค่าพยาน 30 บาท 30 บาท -
รวม (ไม่รวมภาษีเงินได้ฯ) 20,750 บาท 132,030 บาท 111,280 บาท

จากตารางจะเห็นว่า บ้านหลังเดียวกัน ราคาเดียวกัน เงื่อนไขเดียวกันทุกอย่าง แค่ได้สิทธิ์ตามมาตรการรัฐก็ช่วยประหยัดค่าโอนที่ดินไปได้ถึง 111,280 บาท ดังนั้นใครที่กำลังวางแผนซื้อบ้านหรือคอนโดราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ควรดำเนินการโอนและจดจำนองให้ทันภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ประหยัดค่าใช้จ่ายก้อนนี้

ค่าโอนที่ดิน กรณีโอนในครอบครัว แตกต่างกันอย่างไร?

ค่าใช้จ่ายในการโอนที่ดินที่อธิบายมาทั้งหมดข้างต้นเป็นกรณี "ซื้อขาย" ระหว่างบุคคลทั่วไป แต่หากเป็นการโอนภายในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่โอนให้บุตร หรือรับมรดกจากผู้เสียชีวิต อัตราค่าธรรมเนียมและภาษีจะแตกต่างออกไปอย่างมาก ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างผู้โอนและผู้รับโอน

รายการ บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย บุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โอนมรดก
(ทายาทโดยธรรม)
โอนให้ญาติ
(ไม่ใช่สายตรง)
ค่าธรรมเนียมโอน 0.5% 0.5% 0.5% 2%
ค่าอากรแสตมป์ 0.5% 0.5% หรือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%* ไม่ต้องเสีย 0.5% หรือ ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%*
ภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่ต้องเสีย (แม้ถือครองไม่ถึง 5 ปี) เสีย 3.3% หากถือครองไม่ถึง 5 ปี ไม่ต้องเสีย เสีย 3.3% หากถือครองไม่ถึง 5 ปี
ภาษีเงินได้ฯ 5% เฉพาะส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท ตามอัตราขั้นบันได (หักค่าใช้จ่ายเหมา 50%) ไม่ต้องเสีย ตามอัตราขั้นบันได (หักค่าใช้จ่ายเหมา 50%)
ฐานคำนวณ ราคาประเมิน ราคาประเมิน ราคาประเมิน ราคาประเมิน

1. โอนที่ดินให้บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย

บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย หมายถึง บุตรที่เกิดจากพ่อแม่ที่จดทะเบียนสมรสกัน หรือกรณีที่พ่อได้จดทะเบียนรับรองบุตร การโอนในกรณีนี้ถือเป็นการ "ให้โดยเสน่หา" ซึ่งได้รับสิทธิ์ลดหย่อนค่าธรรมเนียมและภาษีมากที่สุด โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้

2. โอนที่ดินให้บุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

บุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หมายถึง บุตรที่เกิดมาโดยพ่อแม่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และพ่อไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร (สำหรับฝ่ายแม่ ลูกจะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของแม่เสมอ ไม่ว่าจะจดทะเบียนสมรสหรือไม่) กรณีนี้ค่าธรรมเนียมโอนจะเท่ากับลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ภาษีเงินได้ฯ จะต่างกันอย่างชัดเจน

3. โอนมรดก (ทายาทโดยธรรม/ผู้สืบสันดาน)

กรณีที่เจ้าของที่ดินเสียชีวิตแล้ว ทรัพย์สินจะตกทอดเป็นมรดกให้แก่ทายาทโดยธรรม ซึ่งได้แก่ บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย คู่สมรส บุพการี และผู้สืบสันดาน (หลาน เหลน) การโอนมรดกถือเป็นกรณีที่มีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด เนื่องจาก ไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และภาษีเงินได้บุคคลธรรมด

4. โอนที่ดินให้ญาติ (ที่ไม่ใช่สายตรง)

การโอนที่ดินให้ญาติที่ไม่ใช่บุตรหรือผู้สืบสันดานโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น พี่น้อง ลุง ป้า น้า อา ลูกบุญธรรม ลูกเขย หรือลูกสะใภ้ จะมีค่าใช้จ่ายเทียบเท่ากับการซื้อขายทั่วไป ไม่ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนพิเศษแต่อย่างใด

เอกสารที่ต้องเตรียมในวันโอนที่ดินมีอะไรบ้าง?

1. เอกสารฝ่ายผู้ซื้อ (บุคคลธรรมดา)

  • บัตรประชาชน พร้อมสำเนาที่ลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
  • ทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนาลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
  • หนังสือเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล พร้อมสำเนาลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง (กรณีเคยเปลี่ยน)
  • สำเนาใบจดทะเบียนสมรส หรือใบจดทะเบียนหย่า (กรณีมีคู่สมรส)
  • หนังสือยินยอมคู่สมรส พร้อมสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของคู่สมรส (กรณีมีคู่สมรส)
  • หนังสือมอบอำนาจ (ทด.21) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ (กรณีไม่ได้มาดำเนินการด้วยตนเอง)

2. เอกสารฝ่ายผู้ขาย

  • โฉนดที่ดินตัวจริง (หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขาย และคู่สมรส (ถ้ามี)
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขาย และคู่สมรส (ถ้ามี)
  • หนังสือยินยอมของคู่สมรส (ถ้ามี)
  • สำเนาใบทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
  • หนังสือเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (กรณีเคยเปลี่ยน ต้องเตรียมทุกฉบับที่เคยเปลี่ยนมา)
  • หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ (กรณีมอบให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน)
  • หนังสือยินยอมให้ปลูกสร้าง (กรณีเป็นบ้านจัดสรร)

7 ขั้นตอนการโอนที่ดิน ณ สำนักงานกรมที่ดินทำอย่างไร?

  1. กรอกคำขอพร้อมแนบเอกสารทั้งหมดให้ครบถ้วน
  2. นำคำขอและเอกสารไปยื่นกับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
  3. เมื่อถึงคิวแล้ว ผู้โอนและผู้รับโอนลงลายมือชื่อในเอกสารต่อหน้าเจ้าหน้าที่
  4. เจ้าหน้าที่ประเมินราคาที่ดินเพื่อคำนวณค่าธรรมเนียม และออกใบคำนวณค่าใช้จ่าย
  5. ผู้ซื้อและผู้ขายชำระเงินตามที่ตกลงกัน
  6. เจ้าพนักงานที่ดินลงนามจดทะเบียนและประทับตราในโฉนดที่ดิน ถือเป็นการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์อย่างเป็นทางการ
  7. ผู้ซื้อจะได้รับโฉนดที่ดินพร้อมสัญญาซื้อขาย (ทด.13) ซึ่งถือว่าสิ้นสุดขั้นตอนการโอนที่ดิน
การโอนที่ดินเป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ซื้อและผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ทุกคนต้องเจอ ซึ่งนอกจากราคาซื้อขายที่ตกลงกันแล้ว ยังมีค่าธรรมเนียมและภาษีอีกหลายรายการที่ต้องชำระ ณ สำนักงานที่ดินในวันโอนกรรมสิทธิ์ โดยค่าใช้จ่ายเหล่านี้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถตกลงแบ่งกันจ่ายได้ตามข้อตกลง

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านหรือคอนโด สินเชื่อบ้าน KKP HOME LOAN จากธนาคารเกียรตินาคินภัทร ให้วงเงินอนุมัติสูงสุด 50 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งบ้านใหม่และบ้านมือสอง พร้อมแจ้งผลอนุมัติเบื้องต้นภายใน 3 วันทำการหลังได้รับเอกสารครบถ้วน สามารถกู้ร่วมได้สูงสุด 4 คน โดยต้องเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

คำเตือน: กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
  • อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) อยู่ระหว่าง 4.918% – 5.220% ต่อปี สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MLR ณ วันที่ 5 มีนาคม 2569 = 7.45% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัว สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ โดยเป็นอัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อบ้าน วงเงิน 5 ล้านบาท อายุสัญญา 30 ปี
  • หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนดผู้สนใจควรศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายสถาบันการเงินก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ค่าโอนที่ดิน ใครเป็นคนจ่าย?

A: กฎหมายไม่ได้กำหนดตายตัวว่าฝ่ายใดต้องเป็นผู้จ่าย ผู้ซื้อกับผู้ขายสามารถตกลงกันเองได้ว่าจะแบ่งจ่ายคนละครึ่ง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับภาระทั้งหมด โดยทั่วไปในทางปฏิบัติ ค่าธรรมเนียมโอนมักแบ่งกันคนละครึ่ง ส่วนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและภาษีธุรกิจเฉพาะมักเป็นภาระของฝ่ายผู้ขาย

Q: ค่าโอนที่ดินเปล่า กับ ค่าโอนบ้านพร้อมที่ดิน ต่างกันไหม?

A: รายการค่าใช้จ่ายและอัตราค่าธรรมเนียมเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเปล่า บ้านพร้อมที่ดิน หรือคอนโดมิเนียม สิ่งที่ต่างกันคือ "ฐานราคา" ที่ใช้คำนวณ เพราะบ้านพร้อมที่ดินจะมีราคาประเมินและราคาซื้อขายที่รวมทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทำให้ฐานคำนวณสูงกว่าที่ดินเปล่า และค่าใช้จ่ายรวมจึงสูงกว่าตามไปด้วย

Q: อากรแสตมป์ กับ ภาษีธุรกิจเฉพาะ เสียทั้งคู่ไหม?

A: ไม่ต้องเสียทั้งคู่ เพราะสองรายการนี้จะไม่ถูกเรียกเก็บพร้อมกัน หากผู้ขายถือครองอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน 5 ปีและไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% แต่หากถือครองเกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี จะได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ และไปเสียค่าอากรแสตมป์ 0.5% แทน

Q: ซื้อบ้านกู้แบงก์ วันโอนต้องจ่ายเงินสดเพิ่มเท่าไหร่?

A: ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยทั่วไปฝั่งผู้ซื้อต้องเตรียมเงินสำหรับค่าธรรมเนียมโอน (ส่วนที่ตกลงรับผิดชอบ) และค่าจดจำนอง เป็นหลัก ส่วนธนาคารจะโอนเงินกู้ให้ผู้ขายโดยตรงในวันโอน

Q: ตรวจสอบราคาประเมินที่ดินได้ที่ไหน

A: สามารถตรวจสอบได้ทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ที่ https://assessprice.treasury.go.th/ โดยระบุตำแหน่งที่ดินหรือเลขที่โฉนด ระบบจะแสดงราคาประเมินต่อตารางวาให้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถสอบถามราคาประเมินได้โดยตรงที่สำนักงานที่ดินในเขตพื้นที่ที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่
-->