Money Matter
อัปเดตค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน 2569 ฉบับเข้าใจง่าย
- 29 May 26
- 2,442

บทความนี้จึงสรุปค่าใช้จ่ายในการโอนที่ดินทุกรายการแบบเข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างวิธีคำนวณ เพื่อช่วยให้คุณวางแผนทางการเงินได้อย่างรอบคอบ และหลีกเลี่ยงปัญหาค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดในวันโอนกรรมสิทธิ์
ค่าโอนที่ดิน คืออะไร?
ค่าโอนที่ดิน คือ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ผู้ซื้อและผู้ขายต้องชำระให้กับกรมที่ดิน เมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดจากเจ้าของเดิมไปยังเจ้าของใหม่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยดำเนินการ ณ สำนักงานที่ดินในเขตพื้นที่ที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่ เมื่อชำระครบและจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว การเปลี่ยนกรรมสิทธิ์จึงจะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย
ซึ่งค่าใช้จ่ายในการโอนที่ดินแต่ละรายการจะมีวิธีคำนวณและอัตราที่แตกต่างกัน ส่วนจะต้องจ่ายรายการไหนบ้างนั้นก็ขึ้นอยู่กับประเภทของการโอน ว่าเป็นการซื้อขาย การให้ระหว่างญาติ หรือการรับมรดก
สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ ค่าธรรมเนียมโอนที่ดินเหล่านี้ไม่ได้กำหนดตายตัวว่าฝ่ายไหนต้องเป็นคนจ่าย ผู้ซื้อกับผู้ขายสามารถตกลงกันได้เองว่าจะแบ่งกันคนละครึ่ง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับภาระทั้งหมด ดังนั้นก่อนเซ็นสัญญาซื้อขาย ควรคุยเรื่องนี้ให้ชัดเจนตั้งแต่แรก เพื่อจะได้เตรียมเงินได้ถูกต้องและไม่เกิดปัญหาในวันโอน
ค่าใช้จ่ายในการโอนที่ดิน มีอะไรบ้าง?
1. ค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน (ค่าโอน)
ค่าธรรมเนียมโอนที่ดินถือเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่ที่สุดในวันโอน โดยอัตราปกติอยู่ที่ 2% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย โดยจะใช้ราคาที่สูงกว่าเป็นฐานในการคำนวณ ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานที่ดินจังหวัด เช่น ราคาประเมินอยู่ที่ 3 ล้านบาท แต่ราคาซื้อขายจริงอยู่ที่ 3.5 ล้านบาท จะคำนวณจาก 3.5 ล้านบาท เท่ากับต้องจ่ายค่าโอน 70,000 บาทอย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรัฐบาลมีมาตรการลดค่าโอนที่ดินเหลือเพียง 0.01%สำหรับที่อยู่อาศัยที่มีราคาซื้อขายและราคาประเมินไม่เกิน 7 ล้านบาท รวมถึงวงเงินจดจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท โดยเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2569
ที่มา: ราชกิจจานุเบกษา
2. ค่าจดจำนอง
กรณีที่ผู้ซื้อกู้สินเชื่อจากสถาบันการเงินมาซื้อ จะต้องเสียค่าจดจำนองในอัตราปกติ 1% ของวงเงินจำนอง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท เช่น กู้ซื้อบ้าน 3 ล้านบาท ค่าจดจำนองปกติจะอยู่ที่ 30,000 บาทเช่นเดียวกับค่าโอน มาตรการรัฐในปี 2568-2569 ยังลดค่าจดจำนองลงเหลือ 0.01% สำหรับวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท โดยเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองในคราวเดียวกัน จึงจะได้รับสิทธิ์
3. ค่าอากรแสตมป์
ค่าอากรแสตมป์จะคิดในอัตรา 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน โดยใช้ราคาที่สูงกว่าเป็นฐานในการคำนวณ ซึ่งค่าอากรแสตมป์และภาษีธุรกิจเฉพาะจะไม่ถูกเรียกเก็บพร้อมกัน หากผู้ขายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว ก็ไม่ต้องจ่ายค่าอากรแสตมป์อีก ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดไว้4. ภาษีธุรกิจเฉพาะ
คิดที่ 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน โดยจะเรียกเก็บเฉพาะกรณีที่ผู้ขายถือครองอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน 5 ปีนับจากวันที่ได้มา แต่หากถือครองเกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี จะได้รับยกเว้น และไปเสียค่าอากรแสตมป์ 0.5% แทน โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายนี้จะเป็นภาระของฝ่ายขาย เว้นแต่จะมีการตกลงเป็นอย่างอื่นระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย5. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (หัก ณ ที่จ่าย)
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (หัก ณ ที่จ่าย) เป็นภาระของผู้ขาย โดยกรมที่ดินจะเป็นผู้คำนวณและหักภาษีในวันโอนกรรมสิทธิ์ การคำนวณภาษีรายการนี้ค่อนข้างซับซ้อนกว่ารายการอื่น เนื่องจากจะใช้ราคาประเมินเป็นฐาน แล้วหักค่าใช้จ่ายตามอัตราเหมาจ่ายที่กำหนดตามจำนวนปีที่ถือครอง จากนั้นจะนำรายได้สุทธิไปเฉลี่ยตามจำนวนปีที่ถือครองก่อนคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้แบบขั้นบันไดทั้งนี้ รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะไม่ได้รับสิทธิยกเว้นเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกเช่นเดียวกับการคำนวณภาษีเงินได้ทั่วไป หากต้องการประเมินภาษีเบื้องต้นด้วยตนเอง สามารถใช้ระบบคำนวณของกรมที่ดินได้ที่ lecs.dol.go.th
6. ค่าคำขอและค่าพยาน (ค่าใช้จ่ายเล็กน้อย)
นอกจากค่าธรรมเนียมในการโอนที่ดินและภาษีหลักทั้ง 5 รายการข้างต้นแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่กรมที่ดินเรียกเก็บตามระเบียบ ซึ่งต้องชำระในวันโอนกรรมสิทธิ์เช่นกัน ได้แก่- ค่าคำขอ: แปลงละ 5 บาท เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ต่อเจ้าหน้าที่
- ค่าอากรคู่ฉบับ: 5 บาท เป็นค่าอากรสำหรับสำเนาสัญญาซื้อขาย (ท.ด.13) ที่ผู้ซื้อและผู้ขายจะได้รับคนละ 1 ฉบับ
- ค่าพยาน: 20 บาท เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับพยานที่ลงนามรับรองการทำนิติกรรมในวันโอน
วิธีคำนวณค่าโอนที่ดิน พร้อมตัวอย่าง
สูตรคำนวณค่าโอนที่ดินคิดอย่างไร?
- ค่าธรรมเนียมโอน = ราคาที่สูงกว่า (ระหว่างราคาซื้อขายกับราคาประเมิน) × 2%
- ค่าจดจำนอง = วงเงินจดจำนอง × 1%
- ค่าอากรแสตมป์ = ราคาที่สูงกว่า × 0.5% (เฉพาะกรณีถือครองเกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี)
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ = ราคาที่สูงกว่า × 3.3% (เฉพาะกรณีถือครองไม่เกิน 5 ปี และไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี)
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา = คำนวณจากราคาประเมิน หักค่าใช้จ่ายเหมาตามจำนวนปีถือครอง แล้วคิดภาษีตามอัตราขั้นบันได (กรมที่ดินคำนวณให้ในวันโอน)
ตัวอย่างที่ 1: ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท (ได้รับสิทธิ์ลดค่าธรรมเนียมตามมาตรการรัฐ)
นายสมชายซื้อบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดิน ราคาซื้อขาย 4,000,000 บาท ราคาประเมิน 3,500,000 บาท กู้ธนาคาร 3,200,000 บาท ผู้ขายถือครองมาแล้ว 6 ปี และโอนพร้อมจดจำนองในคราวเดียวกันภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ทำให้ได้รับสิทธิ์ลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01%- ค่าธรรมเนียมโอน = 4,000,000 × 0.01% = 400 บาท
- ค่าจดจำนอง = 3,200,000 × 0.01% = 320 บาท
- ค่าอากรแสตมป์ = 4,000,000 × 0.5% = 20,000 บาท (ผู้ขายถือครองเกิน 5 ปี จึงเสียอากรแสตมป์แทนภาษีธุรกิจเฉพาะ)
- ภาษีเงินได้ฯ = กรมที่ดินคำนวณให้ในวันโอน (เป็นภาระของผู้ขาย)
- ค่าคำขอ + อากรคู่ฉบับ + ค่าพยาน = 30 บาท
ตัวอย่างที่ 2: ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท (ไม่ได้รับสิทธิ์ลดค่าธรรมเนียม)
นางสาวพิมพ์ซื้อบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดินหลังเดียวกัน ราคาซื้อขาย 4,000,000 บาท ราคาประเมิน 3,500,000 บาท กู้ธนาคาร 3,200,000 บาท ผู้ขายถือครองมาแล้ว 6 ปีเช่นกัน แต่ไม่เข้าเงื่อนไขมาตรการรัฐ (เช่น โอนหลังวันที่ 30 มิถุนายน 2569 หรือไม่ได้จดจำนองในคราวเดียวกัน) จึงต้องคำนวณตามอัตราปกติทุกรายการ- ค่าธรรมเนียมโอน = 4,000,000 × 2% = 80,000 บาท (ใช้ราคาซื้อขายเพราะสูงกว่าราคาประเมิน)
- ค่าจดจำนอง = 3,200,000 × 1% = 32,000 บาท
- ค่าอากรแสตมป์ = 4,000,000 × 0.5% = 20,000 บาท (ผู้ขายถือครองเกิน 5 ปี จึงเสียอากรแสตมป์แทนภาษีธุรกิจเฉพาะ)
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ = ไม่ต้องเสีย (ผู้ขายถือครองเกิน 5 ปี)
- ภาษีเงินได้ฯ = กรมที่ดินคำนวณให้ในวันโอน (เป็นภาระของผู้ขาย)
- ค่าคำขอ + อากรคู่ฉบับ + ค่าพยาน = 30 บาท
เปรียบเทียบค่าโอนที่ดิน: ได้สิทธิ์ลดค่าธรรมเนียม vs ไม่ได้สิทธิ์
จากตารางจะเห็นว่า บ้านหลังเดียวกัน ราคาเดียวกัน เงื่อนไขเดียวกันทุกอย่าง แค่ได้สิทธิ์ตามมาตรการรัฐก็ช่วยประหยัดค่าโอนที่ดินไปได้ถึง 111,280 บาท ดังนั้นใครที่กำลังวางแผนซื้อบ้านหรือคอนโดราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ควรดำเนินการโอนและจดจำนองให้ทันภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ประหยัดค่าใช้จ่ายก้อนนี้
ค่าโอนที่ดิน กรณีโอนในครอบครัว แตกต่างกันอย่างไร?
1. โอนที่ดินให้บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย
บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย หมายถึง บุตรที่เกิดจากพ่อแม่ที่จดทะเบียนสมรสกัน หรือกรณีที่พ่อได้จดทะเบียนรับรองบุตร การโอนในกรณีนี้ถือเป็นการ "ให้โดยเสน่หา" ซึ่งได้รับสิทธิ์ลดหย่อนค่าธรรมเนียมและภาษีมากที่สุด โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้2. โอนที่ดินให้บุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
บุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หมายถึง บุตรที่เกิดมาโดยพ่อแม่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และพ่อไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร (สำหรับฝ่ายแม่ ลูกจะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของแม่เสมอ ไม่ว่าจะจดทะเบียนสมรสหรือไม่) กรณีนี้ค่าธรรมเนียมโอนจะเท่ากับลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ภาษีเงินได้ฯ จะต่างกันอย่างชัดเจน3. โอนมรดก (ทายาทโดยธรรม/ผู้สืบสันดาน)
กรณีที่เจ้าของที่ดินเสียชีวิตแล้ว ทรัพย์สินจะตกทอดเป็นมรดกให้แก่ทายาทโดยธรรม ซึ่งได้แก่ บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย คู่สมรส บุพการี และผู้สืบสันดาน (หลาน เหลน) การโอนมรดกถือเป็นกรณีที่มีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด เนื่องจาก ไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และภาษีเงินได้บุคคลธรรมด4. โอนที่ดินให้ญาติ (ที่ไม่ใช่สายตรง)
การโอนที่ดินให้ญาติที่ไม่ใช่บุตรหรือผู้สืบสันดานโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น พี่น้อง ลุง ป้า น้า อา ลูกบุญธรรม ลูกเขย หรือลูกสะใภ้ จะมีค่าใช้จ่ายเทียบเท่ากับการซื้อขายทั่วไป ไม่ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนพิเศษแต่อย่างใดเอกสารที่ต้องเตรียมในวันโอนที่ดินมีอะไรบ้าง?
1. เอกสารฝ่ายผู้ซื้อ (บุคคลธรรมดา)
- บัตรประชาชน พร้อมสำเนาที่ลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
- ทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนาลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
- หนังสือเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล พร้อมสำเนาลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง (กรณีเคยเปลี่ยน)
- สำเนาใบจดทะเบียนสมรส หรือใบจดทะเบียนหย่า (กรณีมีคู่สมรส)
- หนังสือยินยอมคู่สมรส พร้อมสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของคู่สมรส (กรณีมีคู่สมรส)
- หนังสือมอบอำนาจ (ทด.21) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ (กรณีไม่ได้มาดำเนินการด้วยตนเอง)
2. เอกสารฝ่ายผู้ขาย
- โฉนดที่ดินตัวจริง (หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขาย และคู่สมรส (ถ้ามี)
- สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขาย และคู่สมรส (ถ้ามี)
- หนังสือยินยอมของคู่สมรส (ถ้ามี)
- สำเนาใบทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
- หนังสือเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (กรณีเคยเปลี่ยน ต้องเตรียมทุกฉบับที่เคยเปลี่ยนมา)
- หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ (กรณีมอบให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน)
- หนังสือยินยอมให้ปลูกสร้าง (กรณีเป็นบ้านจัดสรร)

7 ขั้นตอนการโอนที่ดิน ณ สำนักงานกรมที่ดินทำอย่างไร?
- กรอกคำขอพร้อมแนบเอกสารทั้งหมดให้ครบถ้วน
- นำคำขอและเอกสารไปยื่นกับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
- เมื่อถึงคิวแล้ว ผู้โอนและผู้รับโอนลงลายมือชื่อในเอกสารต่อหน้าเจ้าหน้าที่
- เจ้าหน้าที่ประเมินราคาที่ดินเพื่อคำนวณค่าธรรมเนียม และออกใบคำนวณค่าใช้จ่าย
- ผู้ซื้อและผู้ขายชำระเงินตามที่ตกลงกัน
- เจ้าพนักงานที่ดินลงนามจดทะเบียนและประทับตราในโฉนดที่ดิน ถือเป็นการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์อย่างเป็นทางการ
- ผู้ซื้อจะได้รับโฉนดที่ดินพร้อมสัญญาซื้อขาย (ทด.13) ซึ่งถือว่าสิ้นสุดขั้นตอนการโอนที่ดิน
สำหรับใครที่กำลังมองหาสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านหรือคอนโด สินเชื่อบ้าน KKP HOME LOAN จากธนาคารเกียรตินาคินภัทร ให้วงเงินอนุมัติสูงสุด 50 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งบ้านใหม่และบ้านมือสอง พร้อมแจ้งผลอนุมัติเบื้องต้นภายใน 3 วันทำการหลังได้รับเอกสารครบถ้วน สามารถกู้ร่วมได้สูงสุด 4 คน โดยต้องเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
คำเตือน: กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
- อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) อยู่ระหว่าง 4.918% – 5.220% ต่อปี สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MLR ณ วันที่ 5 มีนาคม 2569 = 7.45% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัว สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ โดยเป็นอัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อบ้าน วงเงิน 5 ล้านบาท อายุสัญญา 30 ปี
- หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนดผู้สนใจควรศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายสถาบันการเงินก่อนตัดสินใจ