Money Matter

วิธีคิดดอกเบี้ยรถ ทำความเข้าใจและคำนวณให้ถูกต้องก่อนเลือกซื้อรถ

  • 27 May 26
  • 234
การวางแผนเป็นเจ้าของรถสักคันไม่ได้มีเพียงแค่การเลือกยี่ห้อหรือรุ่นที่ถูกใจเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเข้าใจวิธีคิดดอกเบี้ยรถ ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อยอดรวมของราคาที่ต้องจ่ายจริง

โดยการศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย และคิดดอกเบี้ยรถให้เป็นก่อนเซ็นสัญญากู้ซื้อ จะช่วยให้คุณสามารถประเมินกำลังซื้อของตนเอง และวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดอกเบี้ยรถยนต์คืออะไร? วิธีคิดดอกเบี้ยรถยนต์แต่ละแบบต่างกันไหม?

ดอกเบี้ยรถยนต์ คือ ค่าธรรมเนียมที่สถาบันการเงินหรือผู้ให้เช่าซื้อเรียกเก็บจากผู้กู้ เพื่อแลกกับการนำเงินก้อนมาจ่ายเป็นราคารถให้ก่อน โดยผู้กู้มีหน้าที่ต้องผ่อนชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยกลับคืนเป็นงวด ๆ ตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ในสัญญา

ซึ่งอัตราดอกเบี้ยจะถูกกำหนดตามนโยบายของสถาบันการเงิน ประเภทของรถ รวมถึงความมั่นคงทางการเงินของผู้กู้เอง ทำให้วิธีคิดดอกเบี้ยรถแตกต่างกันออกไปตามเงื่อนไขของผู้ซื้อแต่ละคน

ศัพท์ที่ควรรู้เบื้องต้น หรือสิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนผ่อนรถมีอะไรบ้าง?

ก่อนจะข้ามไปถึงขั้นตอนการคำนวณ มีคำศัพท์พื้นฐาน 4 อย่างที่คุณต้องเข้าใจ เพื่อให้เห็นภาพรวมของภาระหนี้ทั้งหมดที่กำลังจะเกิดขึ้น และเข้าใจวิธีคิดดอกเบี้ยรถได้อย่างชัดเจนที่สุด

1. การจัดไฟแนนซ์

การจัดไฟแนนซ์ คือ กระบวนการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินหรือบริษัทลิสซิ่ง (บริษัทให้บริการเช่าซื้อ) เพื่อนำเงินมาซื้อรถยนต์ โดยเราจะต้องเป็นผู้ผ่อนชำระค่างวดคืนให้ธนาคารจนครบตามสัญญา จึงจะได้รับกรรมสิทธิ์ในตัวรถอย่างสมบูรณ์

2. ยอดจัดไฟแนนซ์รถยนต์

ยอดเงินจริงที่ธนาคารให้เรากู้ยืม ซึ่งคำนวณจากราคารถหักด้วยเงินดาวน์ โดยยอดนี้จะเป็นฐานสำคัญที่จะนำไปใช้คิดคำนวณดอกเบี้ยต่อไป หรือเป็นมูลค่ารถที่จะเอาไปจัดสินเชื่อจริง

3. เงินดาวน์

เงินก้อนแรกที่เราจ่ายเองในวันออกรถ โดยหากยิ่งวางเงินดาวน์สูง ยอดจัดไฟแนนซ์ก็จะยิ่งต่ำลง ส่งผลให้การคิดดอกเบี้ยรถรวมน้อยลง และค่างวดต่อเดือนที่ผ่านก็จะเบาลงตามไปด้วยเช่นกัน

4. อัตราดอกเบี้ย

ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้ในสัญญาว่าจะคิดค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ ในการผ่อนชำระรถยนต์ที่เลือกซื้อ โดยการคิดอัตราดอกเบี้ยรถยนต์มักจะมีการระบุทั้งแบบคงที่ต่อปี หรือแบบลดต้นลดดอกตามเงื่อนไขที่ธนาคารหรือผู้ปล่อยสินเชื่อกำหนด

ดอกเบี้ยรถยนต์มีกี่ประเภท

ประเภทของดอกเบี้ยรถยนต์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบหลักตามลักษณะของสินเชื่อ ดังนี้

1. ดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) คืออะไร?

ดอกเบี้ยคงที่เป็นอัตราดอกเบี้ยที่คำนวณจากเงินต้นก้อนแรก ตั้งแต่วันเริ่มทำสัญญาจนถึงงวดสุดท้าย โดยการคิดตัวเลขดอกเบี้ยรถที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนจะเท่ากันเสมอ ไม่ว่าเราจะผ่อนไปนานเท่าไหร่ก็ตาม
  • ลักษณะเด่น: เข้าใจง่าย และมียอดผ่อนคงที่ตลอดอายุสัญญา
  • เหมาะสำหรับ: สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ หรือสินเชื่อรีไฟแนนซ์รถยนต์แบบโอนเล่มทะเบียน
วิธีคิดดอกเบี้ยรถ
  1. คำนวณยอดจัดไฟแนนซ์: ยอดจัดไฟแนนซ์ = ราคารถ – เงินดาวน์
    ตัวอย่างการคำนวณ Flat Rate: รถราคา 1,000,000 บาท / วางดาวน์ 20% (200,000 บาท) / ดอกเบี้ย Flat Rate 3.5% ต่อปี / ผ่อน 60 งวด (5 ปี)
    ยอดจัดไฟแนนซ์ = 1,000,000 – 200,000 = 800,000 บาท

  2. คำนวณดอกเบี้ยต่อปี: ดอกเบี้ยต่อปี = ยอดจัดไฟแนนซ์ × อัตราดอกเบี้ย (Flat Rate)
    ตัวอย่างการคำนวณ Flat Rate: รถราคา 1,000,000 บาท / วางดาวน์ 20% (200,000 บาท) / ดอกเบี้ย Flat Rate 3.5% ต่อปี / ผ่อน 60 งวด (5 ปี)
    ดอกเบี้ยต่อปี = 800,000 x 3.5% = 28,000 บาท

  3. คำนวณดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา: ดอกเบี้ยรวม = ดอกเบี้ยต่อปี × จำนวนปีที่ผ่อน
    ตัวอย่างการคำนวณ Flat Rate: รถราคา 1,000,000 บาท / วางดาวน์ 20% (200,000 บาท) / ดอกเบี้ย Flat Rate 3.5% ต่อปี / ผ่อน 60 งวด (5 ปี)
    ดอกเบี้ยรวม 5 ปี = 28,000 x 5 = 140,000 บาท

  4. คำนวณยอดรวมที่ต้องผ่อนทั้งหมด: ยอดรวม = ยอดจัดไฟแนนซ์ + ดอกเบี้ยรวม
    ตัวอย่างการคำนวณ Flat Rate: รถราคา 1,000,000 บาท / วางดาวน์ 20% (200,000 บาท) / ดอกเบี้ย Flat Rate 3.5% ต่อปี / ผ่อน 60 งวด (5 ปี)
    ยอดรวมที่ต้องผ่อน = 800,000 + 140,000 = 940,000 บาท

  5. คำนวณค่างวดต่อเดือน: ค่างวด/เดือน = ยอดรวม ÷ จำนวนงวด
    ตัวอย่างการคำนวณ Flat Rate: รถราคา 1,000,000 บาท / วางดาวน์ 20% (200,000 บาท) / ดอกเบี้ย Flat Rate 3.5% ต่อปี / ผ่อน 60 งวด (5 ปี)
    ค่างวดต่อเดือน = 940,000 ÷ 60 = 15,667 บาท/เดือน

2. ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก (Effective Rate) คืออะไร?

ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก คือ วิธีคิดดอกเบี้ยรถที่คำนวณจากเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวด ซึ่งเมื่อเราผ่อนจ่ายค่างวดไปส่วนหนึ่ง เงินที่จ่ายจะถูกนำไปหักดอกเบี้ยก่อน แล้วจึงไปหักเงินต้นตามส่วนที่เหลือ ทำให้เงินต้นและดอกเบี้ยงวดถัดไปลดลงตามไปด้วย
  • ลักษณะเด่น: หากมีการโปะเงินเพิ่ม หนี้จะหมดเร็วขึ้นและเสียดอกเบี้ยรวมน้อยลง
  • เหมาะสำหรับ: สินเชื่อรถแลกเงิน หรือจำนำทะเบียนรถ
วิธีคิดดอกเบี้ยรถ
  1. คำนวณดอกเบี้ยรายงวด: ดอกเบี้ยงวดนี้ = เงินต้นคงเหลือ × (อัตราดอกเบี้ย Effective Rate ÷ 365 × จำนวนวันในงวด)
  2. คำนวณการลดต้น: เงินต้นที่ลดลง = ค่างวด - ดอกเบี้ยงวดนี้
  3. คำนวณงวดถัดไป: คำนวณจากเงินต้นใหม่ที่ลดลงแล้ว
ตัวอย่างการคำนวณ Effective Rate: ยอดจัดไฟแนนซ์ 800,000 บาท / Effective Rate 6.3% ต่อปี / ผ่อน 60 งวด / ค่างวดประมาณ 15,600 บาท/เดือน (งวดแรก ๆ ดอกเบี้ยจะสูง แต่เมื่อเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยจะลดลงอย่างต่อเนื่อง)
  • ดอกเบี้ยงวดแรก = 800,000 x (6.3% ÷ 365 × 30) = 4,142.47 บาท
  • เงินต้นที่ลดลงจากงวดแรก = 15,600 - 4,142.47 = 11,457.53 บาท
  • เงินต้นคงเหลือจากงวดแรก = 800,000 - 11,457.53 = 788,542.47
  • ดอกเบี้ยงวดที่สอง = (800,000 - 11,457.53) × (6.3% ÷ 365 × 30) = 4,083.14 บาท
  • เงินต้นที่ลดลงจากงวดที่สอง = 15,600 - 4,083.14 = 11,516.86 บาท
  • เงินต้นคงเหลือจากงวดที่สอง = 788,542.47 - 11,516.86 = 777,025.61 บาท
  • คิดดอกเบี้ยรถงวดถัดไปต่อเนื่องจากเงินต้นที่ลดลง

เปรียบเทียบวิธีคิดดอกเบี้ยรถแบบคงที่ (Flat Rate) vs ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate)

หัวข้อเปรียบเทียบ ดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate)
ฐานคำนวณดอกเบี้ย เงินต้นก้อนแรกเสมอ เงินต้นที่เหลืออยู่จริง ณ ปัจจุบัน
ค่างวดต่อเดือน เท่ากันทุกงวด มักจะเท่ากัน แต่นำไปหักต้น-ดอกต่างกันในแต่ละเดือน
ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา คงที่ตามที่คำนวณไว้วันแรก ลดลงได้หากมีการโปะหรือจ่ายเกินค่างวด
โปะเงินเพิ่ม/ปิดก่อนกำหนด ไม่ช่วยลดดอกเบี้ยรายเดือน แต่ได้ส่วนลดดอกเบี้ยที่เหลือ ช่วยให้เงินต้นหมดไวขึ้นและประหยัดดอกเบี้ยได้ทันที
สินเชื่อที่มักใช้ เช่าซื้อรถใหม่ หรือรถมือสอง สินเชื่อรถแลกเงิน

เทคนิคเลือกผ่อนรถให้ประหยัดดอกเบี้ยมากที่สุด

หากคุณต้องการประหยัดเงินในกระเป๋าและลดภาระหนี้ระยะยาว ต่อไปนี้คือเทคนิคที่สามารถเลือกทำได้ เพื่อให้ถูกคิดดอกเบี้ยรถต่ำสุดเท่าที่จะเป็นไปได้

1. วางเงินดาวน์ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

ก่อนการตัดสินใจซื้อรถการเตรียมพร้อมและเริ่มต้นด้วยการดาวน์สูง จะช่วยลดยอดกู้ก่อนไปจัดไฟแนนซ์ได้ดีอย่างมาก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ถูกคิดดอกเบี้ยรถรวมถูกลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับการกู้ที่ไม่มีการวางดาวน์

2. เปรียบเทียบ "อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง" (Effective Rate) ไม่ใช่แค่ Flat Rate

บางครั้งดอกเบี้ย Flat Rate ที่ดูต่ำ เมื่อแปลงเป็น Effective Rate อาจจะสูงกว่าในบางครั้ง ดังนั้น การเปรียบเทียบการคิดอัตราดอกเบี้ยรถที่แท้จริง จะช่วยให้ประเมินต้นทุนได้ชัดเจนกว่าในการตัดสินใจซื้อรถ

3. เลือกระยะเวลาผ่อนให้เหมาะสม

การผ่อนรถในระยะเวลาที่ยาวนานอาจดูเหมือนทำให้จ่ายค่างวดต่อเดือนน้อยลง แต่ในความเป็นจริงมักจะทำให้ดอกเบี้ยสะสมบานปลายขึ้น เพราะฉะนั้นหากเป็นไปได้ควรเลือกผ่อนไม่เกิน 48–60 งวด เพื่อประหยัดดอกเบี้ยให้ได้มากที่สุด

4. ซื้อรถช่วงมอเตอร์โชว์

บ่อยครั้งในช่วงงานสำคัญหรือเทศกาลต่าง ๆ จะมีแคมเปญดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรืออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าปกติมาก โดยเฉพาะหากคุณเลือกซื้อรถยนต์ในช่วงงานมอเตอร์โชว์ ที่แบรนด์ต่าง ๆ ออกโปรโมชันเพื่อสนับสนุนการขายโดยเฉพาะ

5. ศึกษาเรื่องส่วนลดปิดบัญชีก่อนกำหนด

ตามกฎหมายใหม่หากปิดบัญชีเช่าซื้อรถก่อนกำหนด คุณจะได้รับส่วนลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระในอัตราแบบขั้นบันไดประมาณ 50 ถึง 100% ส่งผลให้ในการวางแผนซื้อรถยนต์ จึงสามารถคำนวณรายได้ในอนาคต เพื่อเป็นหนึ่งในส่วนประกอบของการคิดค่างวดและวิธีคิดดอกเบี้ยรถได้

6. พิจารณารีไฟแนนซ์รถ

หากพบว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาดลดต่ำลงกว่าสัญญาปัจจุบัน หรือต้องการลดค่างวดให้ได้มากที่สุด การรีไฟแนนซ์อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยลดภาระได้ หากคำนวณแล้วคุ้มค่ากับค่าธรรมเนียมที่จะต้องจ่ายในแต่ละปี

การเข้าใจวิธีคิดดอกเบี้ยรถไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแค่แยกแยะให้ได้ว่าสินเชื่อที่กำลังขอนั้นใช้ดอกเบี้ยประเภทใด และลองใช้สูตรการคำนวณเบื้องต้นประเมินค่างวดดูก่อนตัดสินใจ ซึ่งจะช่วยให้คุณไม่ต้องแบกรับภาระที่หนักเกินไปในอนาคต 

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินเชื่อรถยนต์ ที่มีเงื่อนไขเป็นธรรมและมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ธนาคารเกียรตินาคินภัทรถือเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านรถยนต์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อรถใหม่หรือรถแลกเงิน เพื่อให้คุณขับเคลื่อนความฝันได้อย่างมั่นคงที่สุด พร้อมตัวเลือกสินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการ

หมายเหตุ: เงื่อนไขการอนุมัติสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ผู้กู้ควรศึกษารายละเอียดและข้อกำหนดก่อนตัดสินใจสมัครสินเชื่อ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ดอกเบี้ยรถใหม่โปะได้ไหม?

A: สำหรับสัญญาเช่าซื้อทั่วไป (Flat Rate) การโปะเพิ่มในแต่ละเดือนจะไม่ช่วยลดดอกเบี้ยในงวดนั้นทันที แต่จะไปหักยอดหนี้รวมที่ต้องจ่ายทั้งหมด ซึ่งจะมีผลดีเมื่อนำเงินก้อนไปปิดบัญชีทั้งหมด เพื่อรับส่วนลดดอกเบี้ยตอนท้าย

Q: การรีไฟแนนซ์ช่วยลดดอกเบี้ยได้ไหม?

A: ช่วยได้หากอัตราดอกเบี้ยใหม่ต่ำกว่าสัญญาเดิม หรือต้องการยืดระยะเวลาเพื่อลดค่างวดลง แต่ต้องคำนวณค่าธรรมเนียมให้ถูกต้อง และศึกษาวิธีคิดดอกเบี้ยรถที่เหลือให้รอบคอบ

Q: ผ่อนรถกี่ปีดีที่สุด?

A: โดยปกติควรผ่อนรถในระยะเวลา 4 - 5 ปี (48 - 60 งวด) เพราะถือเป็นจุดสมดุลที่ดอกเบี้ยยังไม่สูงจนเกินไป และค่างวดไม่หนักเกินกำลังในการผ่อนตามรายได้โดยเฉลี่ย

Q: ดอกเบี้ยรถใหม่กับรถมือสองต่างกันเท่าไหร่? 

A: ปกติรถมือสองจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่ารถใหม่ประมาณ 1-2% เนื่องจากความเสี่ยงของมูลค่าสินทรัพย์และสภาพรถที่แตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน

Q: ผ่อนรถไม่ไหว ควรรีไฟแนนซ์หรือขายต่อดี?

A: หากยังต้องใช้รถและมีประวัติเครดิตดี การรีไฟแนนซ์เพื่อลดค่างวดอาจเหมาะกว่า แต่ถ้าภาระหนี้สูงเกินกำลัง การขายรถเพื่อลดภาระหนี้รวมอาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า