Money Matter
สินเชื่อบ้านแลกเงินธนาคารไหนดี 2569 เช็กขั้นตอน เงื่อนไขก่อนยื่นกู้
- 27 May 26
- 624

สำหรับใครที่กำลังมองหาข้อมูลว่าในปี 2569 นี้จะเลือก สินเชื่อบ้านแลกเงินธนาคารไหนดี เพื่อให้ได้วงเงินสูงและดอกเบี้ยที่คุ้มค่าที่สุด บทความนี้ด้รวบรวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนยื่นกู้มาฝากกันตั้งแต่การเตรียมตัวไปจนถึงเอกสารที่ต้องใช้ เพื่อให้คุณสามารถขอสินเชื่อบ้านแลกเงินได้อย่างราบรื่นที่สุด
สินเชื่อบ้านแลกเงินคืออะไร
สินเชื่อบ้านแลกเงิน (Home For Cash) คือ การนำอสังหาริมทรัพย์ที่ตนเองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่ผ่อนชำระหมดแล้ว (ปลอดภาระ) หรือบ้านที่ยังอยู่ระหว่างผ่อนชำระอยู่มาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารเพื่อแลกเป็นเงินก้อนนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ โดยวงเงินที่ได้รับขึ้นอยู่กับราคาประเมินทรัพย์สิน ทั้งนี้ ผู้กู้ยังสามารถอยู่อาศัยในบ้านหลังนั้นได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องผ่อนชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนให้กับธนาคารเป็นรายเดือนตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ในสัญญา
สินเชื่อบ้านแลกเงิน VS สินเชื่อบ้านซื้อที่อยู่อาศัย ต่างกันอย่างไร
สินเชื่อบ้านแลกเงิน เหมาะกับใครบ้าง
- ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจ: ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง หรือขยายกิจการ โดยได้ดอกเบี้ยที่ถูกกว่าสินเชื่อเพื่อธุรกิจ (SME) ทั่วไป
- ผู้ที่ต้องการรวมหนี้ (Debt Consolidation): สำหรับคนที่มีหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลหลายใบที่มีดอกเบี้ยสูง สามารถนำบ้านมาแลกเงินก้อนเพื่อปิดหนี้จุกจิกทั้งหมด แล้วเหลือผ่อนกับธนาคารที่เดียวด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง
- ผู้ที่ต้องการรีโนเวทบ้าน หรือมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน: เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือผ่าตัดฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่
บ้านแบบไหน นำมาจำนองแลกเงินกับธนาคารได้บ้าง
ประเภทหลักประกันที่ธนาคารรับพิจารณา
- บ้านเดี่ยว / บ้านแฝด / บ้านพร้อมที่ดินที่ปลูกสร้างเอง
- ทาวน์โฮม / ทาวน์เฮ้าส์ /โฮมออฟฟิศที่ใช้พักอาศัย
- คอนโดมิเนียม
- อาคารพาณิชย์เพื่อการอยู่อาศัย
- ที่ดินเปล่า (หมายเหตุ: ธนาคารบางแห่งรับพิจารณา แต่มีเงื่อนไขเฉพาะและวงเงินที่ได้อาจต่ำกว่าประเภทอื่น ดังนั้นควรสอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งเพื่อความชัดเจน)
เงื่อนไขสำคัญของหลักประกัน
- หลักประกันและภาระจำนอง: สามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ กรณีปลอดภาระไม่ติดจำนองกับสถาบันการเงินอื่นสามารถยื่นขอสินเชื่อบ้านแลกเงินได้โดยตรง และกรณีติดจำนอง ต้องดำเนินการในรูปแบบรีไฟแนนซ์พร้อมขอวงเงินเพิ่ม (Top-up) ซึ่งเงื่อนไขและวงเงินที่ได้จะแตกต่างออกไป
- ต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้กู้: ชื่อในโฉนดที่ดินต้องเป็นชื่อของผู้ที่ยื่นขอสินเชื่อ (หรือกู้ร่วมกับผู้ที่มีชื่อในโฉนด)
- โฉนดที่ดินต้องถูกต้องตามกฎหมาย: ไม่เป็นที่ดินตาบอด ไม่ติดแนวเวนคืน และมีทางเข้า-ออกสาธารณะชัดเจน
- อายุอสังหาริมทรัพย์มีผลต่อราคาประเมิน: สภาพบ้านและอายุของสิ่งปลูกสร้างอาจส่งผลต่อมูลค่าการประเมินและวงเงินที่จะได้รับอนุมัติ
คุณสมบัติผู้กู้สินเชื่อบ้านแลกเงินมีอะไรบ้าง
คุณสมบัติพื้นฐานที่ธนาคารพิจารณา
ปัจจัยที่ส่งผลต่อวงเงินอนุมัติ
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยตอบคำถามว่าควรยื่น จํานองบ้านธนาคารไหนดี คือการพิจารณาคุณสมบัติตัวเองควบคู่กับเกณฑ์ของธนาคาร ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อวงเงินมีดังนี้
- มูลค่าหลักประกัน: อ้างอิงจากราคาประเมินของธนาคาร ยิ่งบ้านทำเลดี สภาพดี วงเงินก็สูงตาม
- รายได้และความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้: รายได้ต้องสอดคล้องกับค่างวดที่จะเกิดขึ้น
- ประวัติการชำระหนี้ (เครดิตบูโร): ต้องมีประวัติการชำระเงินที่ดี ไม่ติดประวัติค้างชำระ
- ภาระหนี้สินเดิมของผู้กู้: หากมีหนี้อื่นอยู่เยอะ วงเงินที่ได้รับอนุมัติอาจลดลง เพื่อไม่ให้ภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) สูงเกินไป โดยทั่วไปธนาคารกำหนดให้ภาระหนี้รวมต่อรายได้ไม่เกิน 40-50% ต่อเดือน
- ความมั่นคงของอาชีพหรือรายได้: อายุงาน ความมั่นคงของบริษัท หรือความสม่ำเสมอของรายได้กิจการ มีผลต่อการอนุมัติอย่างมาก

ขอสินเชื่อบ้านแลกเงินใช้เอกสารอะไรบ้าง
เอกสารส่วนบุคคลพื้นฐานสำหรับผู้ขอสินเชื่อ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาทะเบียนสมรส/ใบหย่า/ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
เอกสารสำหรับผู้มีรายได้ประจำ
- สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน
- รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน
เอกสารสำหรับผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว / เจ้าของกิจการ
- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือทะเบียนการค้า
- รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6-12 เดือน
- เอกสารประกอบการทำธุรกิจอื่น ๆ เช่น ใบเสร็จรับเงิน สัญญาเช่า สัญญาว่าจ้าง
เอกสารสำหรับฟรีแลนซ์หรืออาชีพอิสระ
- รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6-12 เดือน
- เอกสารแสดงการรับเงิน เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ทวิ 50) แฟ้มผลงาน หรือสัญญารับจ้าง
เอกสารสำหรับหลักประกัน
- สำเนาโฉนดที่ดิน หรือสำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด
- แผนที่ที่ตั้งหลักประกัน
ขอสินเชื่อบ้านแลกเงินมีขั้นตอนอย่างไร
ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ
เริ่มต้นจากการตรวจสอบความพร้อมของตนเองและหลักทรัพย์ จากนั้นเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนแล้วยื่นคำขอสินเชื่อกับธนาคารที่สนใจ
ขั้นตอนที่ 2 : ธนาคารประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่หรือบริษัทตัวแทนเข้าไปสำรวจและประเมินมูลค่าทรัพย์สินตามสภาพจริงและทำเลที่ตั้ง ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมการประเมินหลักทรัพย์เป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้กู้รับผิดชอบ ควรสอบถามอัตราค่าธรรมเนียมกับธนาคารล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อม
ขั้นตอนที่ 3 : พิจารณาและอนุมัติวงเงิน
ธนาคารจะนำมูลค่าประเมินมาคำนวณร่วมกับความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ เพื่อสรุปวงเงินสูงสุด อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาผ่อนชำระ
ขั้นตอนที่ 4 : ทำสัญญาและจดจำนอง
เมื่อสินเชื่อได้รับการอนุมัติ ผู้กู้จะต้องเข้าไปเซ็นสัญญากู้เงินกับธนาคาร และเดินทางไปทำเรื่องจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน โดยต้องนำโฉนดที่ดินตัวจริงไปด้วยและชำระค่าธรรมเนียมจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้
ขั้นตอนที่ 5 : รับเงินเข้าบัญชี
หลังจากจดจำนองเสร็จสิ้น ธนาคารจะทำการโอนเงินกู้เข้าบัญชีของผู้กู้เพื่อให้นำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ต่อไป ทั้งนี้ บัญชีที่ใช้รับโอนเงินอาจต้องเป็นบัญชีของธนาคารผู้ให้สินเชื่อ โปรดสอบถามเงื่อนไขกับเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า หากยังไม่มีบัญชีอาจต้องเปิดบัญชีเพิ่มเติมก่อนรับเงิน

ค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้ก่อนทำสินเชื่อบ้านแลกเงิน
-
ค่าธรรมเนียมการขอสินเชื่อ
บางธนาคารอาจมีค่าธรรมเนียมในการจัดการสินเชื่อ หรือค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Front-end Fee) ซึ่งอาจจะฟรีโปรโมชันหรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของวงเงิน
-
ค่าธรรมเนียมจดจำนอง
ชำระที่สำนักงานที่ดิน ในอัตรา 1% ของวงเงินจำนอง (สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท) ทั้งนี้ อาจมีการปรับลดค่าธรรมเนียมตามมาตรการของภาครัฐ
-
ค่าธรรมเนียมสำรวจและประเมินหลักประกัน
ค่าใช้จ่ายในการให้บริษัทประเมินเข้ามาดูบ้าน มักจะอยู่ที่ประมาณ 2,500 - 3,500 บาท อย่างไรก็ตามค่าธรรมเนียมสำรวจและประเมินหลักประกันขึ้นอยู่กับธนาคารและประเภททรัพย์สิน
-
ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย
เป็นเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนดให้ต้องทำตลอดอายุสัญญา เพื่อคุ้มครองตัวบ้านจากเหตุไฟไหม้หรือภัยพิบัติ
-
ค่า Prepayment (ค่าปิดกู้ก่อนกำหนด)
หากนำเงินก้อนมาปิดหนี้ทั้งหมดก่อนระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด (มักจะภายใน 3 ปีแรก) อาจโดนปรับอยู่ที่ประมาณ 2–3% ของวงเงินกู้คงเหลือ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับธนาคารอีกครั้ง
-
ค่าอากรแสตมป์: 0.05% ของวงเงินกู้
คิดในอัตรา 0.05% ของวงเงินกู้ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
-
ค่าประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA)
เป็นการทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินกู้ หากผู้กู้เสียชีวิต ประกันจะชำระหนี้แทนเพื่อไม่ให้ภาระตกสู่ทายาท ซึ่งเป็นประกันที่ไม่ได้บังคับ แต่หากทำอาจได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละธนาคาร)
ทั้งหมดนี้คือรายจ่ายแฝงที่ควรนำมาคำนวณร่วมด้วยเสมอเวลาเปรียบเทียบว่า บ้านแลกเงินธนาคารไหนดี และคุ้มค่าที่สุด
เทคนิคเลือกสินเชื่อบ้านแลกเงินธนาคารไหนดี พิจารณาอะไรบ้าง?
หากมาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วยังลังเลว่า สินเชื่อบ้านแลกเงินธนาคารไหนดี ให้ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ
1. เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก่อนตัดสินใจ
โปรโมชันดอกเบี้ยถูกอาจมาพร้อมกับค่าธรรมเนียมที่สูง ให้ลองนำค่าใช้จ่ายในข้อที่ผ่านมาบวกเข้าไปในต้นทุนรวม เพื่อดูว่าสรุปแล้วธนาคารไหนให้ความคุ้มค่ามากกว่ากัน
2. ดูอัตราดอกเบี้ย "ตลอดอายุสัญญา" ไม่ใช่แค่ช่วงโปรโมชัน
อย่าดูแค่อัตราดอกเบี้ยปีแรกที่ต่ำมากเพียงอย่างเดียว แนะนำให้คุณควรดูอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก และอัตราดอกเบี้ยลอยตัวในปีถัด ๆ ไป หรือ Effective Rate ตลอดอายุสัญญา
3. ระวังเงื่อนไข Prepayment และช่วงล็อกดอกเบี้ย
อ่านเงื่อนไขให้ดีว่าสามารถรีไฟแนนซ์หรือโปะปิดยอดได้ในปีที่เท่าไหร่ เพื่อวางแผนการเงินในอนาคตได้อย่างอิสระ
4. ตรวจสอบวงเงินสูงสุดที่ได้รับจริง (LTV Ratio)
แต่ละธนาคารให้วงเงินอนุมัติ (Loan to Value) ไม่เท่ากัน หากต้องการเงินก้อนใหญ่ ให้เลือกธนาคารที่ให้ LTV สูง อย่างไรก็ตาม ควรกู้เท่าที่จำเป็นและสอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้
5. เลือกประเภทดอกเบี้ยให้เหมาะกับแผนการเงิน
บางธนาคารมีดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) ในช่วงแรก ซึ่งเหมาะกับช่วงที่ดอกเบี้ยขาขึ้น ส่วนดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) อาจเหมาะกับการกู้ที่ตั้งใจจะโปะให้หมดไว
6. ประเมินความสามารถในการชำระคืนอย่างรอบคอบ
เลือกธนาคารที่ให้ระยะเวลาผ่อนชำระสอดคล้องกับรายรับ โดยค่างวดรวมทุกหนี้ไม่ควรเกิน 40-50% ของรายได้ต่อเดือนเพื่อไม่ให้กระทบสภาพคล่องในชีวิตประจำวัน
หวังว่าข้อมูลทั้งหมดนี้จะช่วยให้หลายคนได้คำตอบแล้วว่าควรเลือกสินเชื่อบ้านแลกเงินธนาคารไหนดีที่ตอบโจทย์ทั้งความต้องการทางการเงิน ความคุ้มค่าของดอกเบี้ย และความสามารถในการผ่อนชำระ
หากคุณกำลังมองหาแหล่งเงินทุนก้อนใหญ่เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ รวบหนี้บัตรเครดิตดอกเบี้ยสูงให้เป็นก้อนเดียว หรือจัดการกับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในครอบครัว สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน KKP HOME LOAN REFINANCE ให้วงเงินอนุมัติสูงสุด 50 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนชำระนานสูงสุด 20 ปี ทำให้ค่างวดต่อเดือนเบาสบาย ไม่ตึงมือ พร้อมรับวงเงินสำรองพร้อมใช้ที่สามารถกดเบิกถอนได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน KKP Better ไม่มีค่าธรรมเนียมการเบิก และไม่เสียดอกเบี้ยหากไม่ได้ใช้งาน
คำเตือน: กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) อยู่ระหว่าง 6.296% - 7% ต่อปี สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MLR ณ วันที่ 5 มีนาคม 2569 = 7.45% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัว สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ โดยเป็นอัตราดอกเบี้ย สำหรับสินเชื่อบ้าน วงเงิน 5 ล้านบาท อายุสัญญา 20 ปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) ของวงเงิน KKP HOME FLEXI อยู่ระหว่าง 5.925% - 15% ต่อปี
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: หากยังผ่อนบ้านกับธนาคารอยู่ สามารถขอสินเชื่อบ้านแลกเงินเพิ่มได้หรือไม่?
A: สามารถทำได้ผ่านวิธีการขอเพิ่มวงเงินสินเชื่อกับธนาคารเดิม (Top-up) หรือทำการรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารใหม่เพื่อขอวงเงินกู้เพิ่มจากยอดหนี้คงเหลือ โดยวงเงินที่ได้จะขึ้นอยู่กับราคาประเมินบ้านและการคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้
Q: สินเชื่อบ้านแลกเงินมีระยะเวลาผ่อนสูงสุดกี่ปี?
A: โดยทั่วไปธนาคารจะให้ระยะเวลาผ่อนชำระได้นานสูงสุด 15 ถึง 30 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารและอายุของผู้กู้รวมกับระยะเวลาผ่อนชำระ ซึ่งมักจะต้องไม่เกิน 65 - 70 ปี
Q: หากรายได้ไม่สม่ำเสมอ เช่น ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของกิจการ สามารถขอสินเชื่อได้หรือไม่?
A: สามารถขอสินเชื่อได้ แต่ต้องเตรียมเอกสารยืนยันรายได้ที่ชัดเจน เช่น รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6-12 เดือน เอกสารการเสียภาษี หรือสัญญาว่าจ้าง เพื่อให้ธนาคารใช้ประเมินรายได้เฉลี่ยต่อเดือนและความสามารถในการผ่อนชำระ
Q: ใช้เวลาพิจารณาสินเชื่อบ้านแลกเงินนานแค่ไหน?
A: หลังจากยื่นเอกสารครบถ้วนและมีการประเมินหลักทรัพย์แล้ว โดยปกติจะใช้เวลาพิจารณาอนุมัติประมาณ 7 - 14 วันทำการ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเอกสารและกระบวนการของแต่ละธนาคาร
Q: บ้านแลกเงินกับธนาคารดีกว่าจำนองกับบุคคลทั่วไปอย่างไร?
A: การนำหลักทรัพย์ไปจำนองกับธนาคารมีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยตามกฎหมายมากกว่า มีการทำสัญญาที่ชัดเจนและเป็นธรรม ได้รับอัตราดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด มีกระบวนการทางกฎหมายที่ชัดเจนและเป็นธรรม นี่คือเหตุผลสำคัญที่ต้องศึกษาให้ดีว่าควรนำ จํานองบ้านธนาคารไหนดี เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทรัพย์สิน