Money Matter

สินเชื่อบ้านแลกเงินธนาคารไหนดี 2569 เช็กขั้นตอน เงื่อนไขก่อนยื่นกู้

  • 27 May 26
  • 624
การมีบ้านปลอดภาระเปรียบเสมือนการมีขุมทรัพย์ก้อนใหญ่ไว้ในมือ เพราะในยามที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อขยายธุรกิจ เคลียร์หนี้สิน หรือจัดการกับเหตุฉุกเฉิน บ้านสามารถเปลี่ยนเป็นเงินก้อนได้ผ่านการขอสินเชื่อ

สำหรับใครที่กำลังมองหาข้อมูลว่าในปี 2569 นี้จะเลือก สินเชื่อบ้านแลกเงินธนาคารไหนดี เพื่อให้ได้วงเงินสูงและดอกเบี้ยที่คุ้มค่าที่สุด บทความนี้ด้รวบรวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนยื่นกู้มาฝากกันตั้งแต่การเตรียมตัวไปจนถึงเอกสารที่ต้องใช้ เพื่อให้คุณสามารถขอสินเชื่อบ้านแลกเงินได้อย่างราบรื่นที่สุด

สินเชื่อบ้านแลกเงินคืออะไร

สินเชื่อบ้านแลกเงิน (Home For Cash) คือ การนำอสังหาริมทรัพย์ที่ตนเองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่ผ่อนชำระหมดแล้ว (ปลอดภาระ) หรือบ้านที่ยังอยู่ระหว่างผ่อนชำระอยู่มาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารเพื่อแลกเป็นเงินก้อนนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ โดยวงเงินที่ได้รับขึ้นอยู่กับราคาประเมินทรัพย์สิน ทั้งนี้ ผู้กู้ยังสามารถอยู่อาศัยในบ้านหลังนั้นได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องผ่อนชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนให้กับธนาคารเป็นรายเดือนตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ในสัญญา

สินเชื่อบ้านแลกเงิน VS สินเชื่อบ้านซื้อที่อยู่อาศัย ต่างกันอย่างไร

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น มาดูความแตกต่างระหว่างสินเชื่อทั้งสองประเภทนี้ผ่านตารางด้านล่างนี้

หัวข้อการเปรียบเทียบ สินเชื่อบ้านแลกเงิน สินเชื่อบ้านเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย
วัตถุประสงค์ ใช้จ่ายอเนกประสงค์ เช่น ลงทุนธุรกิจ รวมหนี้ ซ่อมแซมบ้าน หรือใช้ยามฉุกเฉิน ใช้สำหรับซื้อ สร้าง หรือต่อเติมที่อยู่อาศัยเท่านั้น
เงื่อนไขหลักประกัน ต้องเป็นบ้าน/อสังหาฯ ที่ผู้กู้มีกรรมสิทธิ์อยู่แล้ว (บ้านที่ปลอดภาระหรือมีภาระหนี้เหลือน้อย) เป็นบ้าน/อสังหาฯ ใหม่หรือมือสองที่กำลังจะทำการซื้อขาย
อัตราดอกเบี้ย มักจะสูงกว่าสินเชื่อซื้อบ้านเล็กน้อย (แต่ถูกกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลหรือบัตรกดเงินสด) มักจะต่ำกว่า และมักมีโปรโมชันดอกเบี้ยพิเศษในช่วง 1-3 ปีแรก
วงเงินสูงสุด มักอนุมัติประมาณ 70% - 90% ของราคาประเมินหลักประกัน อนุมัติได้สูงสุด 90% - 100% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย
ระยะเวลาผ่อน สูงสุด 15 - 30 ปี (ขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละธนาคารและอายุผู้กู้) สูงสุด 30 - 40 ปี (ขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละธนาคารและอายุผู้กู้)
กลุ่มผู้กู้เป้าหมาย ผู้ที่มีบ้านเป็นของตัวเองและต้องการเงินก้อนใหญ่ ผู้ที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเองเป็นครั้งแรกหรือหลังถัดไป
ข้อดีและข้อควรระวัง
  • ข้อดี: ได้เงินก้อนใหญ่ ดอกเบี้ยถูกกว่าสินเชื่อบุคคล
  • ข้อควรระวัง: หากผิดนัดชำระอาจถูกยึดทรัพย์สินได้
  • ข้อดี: ดอกเบี้ยถูก ระยะเวลาผ่อนนาน
  • ข้อควรระวัง: มีภาระหนี้ผูกพันระยะยาว ต้องมีวินัยทางการเงินสูง

สินเชื่อบ้านแลกเงิน เหมาะกับใครบ้าง

ก่อนจะไปหาคำตอบว่า จํานองบ้านธนาคารไหนดี ลองมาเช็กกันก่อนว่าตัวเราเหมาะสมกับการขอสินเชื่อประเภทนี้หรือไม่ โดยปกติแล้วสินเชื่อประเภทนี้จะตอบโจทย์กลุ่มคนดังต่อไปนี้
  • ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจ: ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง หรือขยายกิจการ โดยได้ดอกเบี้ยที่ถูกกว่าสินเชื่อเพื่อธุรกิจ (SME) ทั่วไป
  • ผู้ที่ต้องการรวมหนี้ (Debt Consolidation): สำหรับคนที่มีหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลหลายใบที่มีดอกเบี้ยสูง สามารถนำบ้านมาแลกเงินก้อนเพื่อปิดหนี้จุกจิกทั้งหมด แล้วเหลือผ่อนกับธนาคารที่เดียวด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง
  • ผู้ที่ต้องการรีโนเวทบ้าน หรือมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน: เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือผ่าตัดฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่

บ้านแบบไหน นำมาจำนองแลกเงินกับธนาคารได้บ้าง

ประเภทหลักประกันที่ธนาคารรับพิจารณา

  • บ้านเดี่ยว / บ้านแฝด / บ้านพร้อมที่ดินที่ปลูกสร้างเอง
  • ทาวน์โฮม / ทาวน์เฮ้าส์ /โฮมออฟฟิศที่ใช้พักอาศัย
  • คอนโดมิเนียม
  • อาคารพาณิชย์เพื่อการอยู่อาศัย
  • ที่ดินเปล่า (หมายเหตุ: ธนาคารบางแห่งรับพิจารณา แต่มีเงื่อนไขเฉพาะและวงเงินที่ได้อาจต่ำกว่าประเภทอื่น ดังนั้นควรสอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งเพื่อความชัดเจน)

เงื่อนไขสำคัญของหลักประกัน

  • หลักประกันและภาระจำนอง: สามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ กรณีปลอดภาระไม่ติดจำนองกับสถาบันการเงินอื่นสามารถยื่นขอสินเชื่อบ้านแลกเงินได้โดยตรง และกรณีติดจำนอง ต้องดำเนินการในรูปแบบรีไฟแนนซ์พร้อมขอวงเงินเพิ่ม (Top-up) ซึ่งเงื่อนไขและวงเงินที่ได้จะแตกต่างออกไป
  • ต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้กู้: ชื่อในโฉนดที่ดินต้องเป็นชื่อของผู้ที่ยื่นขอสินเชื่อ (หรือกู้ร่วมกับผู้ที่มีชื่อในโฉนด)
  • โฉนดที่ดินต้องถูกต้องตามกฎหมาย: ไม่เป็นที่ดินตาบอด ไม่ติดแนวเวนคืน และมีทางเข้า-ออกสาธารณะชัดเจน
  • อายุอสังหาริมทรัพย์มีผลต่อราคาประเมิน: สภาพบ้านและอายุของสิ่งปลูกสร้างอาจส่งผลต่อมูลค่าการประเมินและวงเงินที่จะได้รับอนุมัติ
เมื่อรู้แบบนี้แล้วก็พอจะช่วยเป็นแนวทางในการตัดสินใจได้ว่าควรนำ บ้านแลกเงินธนาคารไหนดี ที่สอดคล้องกับประเภททรัพย์สินที่มี

คุณสมบัติผู้กู้สินเชื่อบ้านแลกเงินมีอะไรบ้าง

คุณสมบัติพื้นฐานที่ธนาคารพิจารณา

โดยทั่วไปผู้กู้ต้องมีสัญชาติไทย อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาการผ่อนชำระแล้วจะต้องไม่เกิน 65-70 ปี ตามแต่เงื่อนไขของแต่ละธนาคาร นอกจากนี้ ต้องมีรายได้สม่ำเสมอตามเกณฑ์ที่กำหนด

ปัจจัยที่ส่งผลต่อวงเงินอนุมัติ

อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยตอบคำถามว่าควรยื่น จํานองบ้านธนาคารไหนดี คือการพิจารณาคุณสมบัติตัวเองควบคู่กับเกณฑ์ของธนาคาร ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อวงเงินมีดังนี้

  • มูลค่าหลักประกัน: อ้างอิงจากราคาประเมินของธนาคาร ยิ่งบ้านทำเลดี สภาพดี วงเงินก็สูงตาม
  • รายได้และความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้: รายได้ต้องสอดคล้องกับค่างวดที่จะเกิดขึ้น
  • ประวัติการชำระหนี้ (เครดิตบูโร): ต้องมีประวัติการชำระเงินที่ดี ไม่ติดประวัติค้างชำระ
  • ภาระหนี้สินเดิมของผู้กู้: หากมีหนี้อื่นอยู่เยอะ วงเงินที่ได้รับอนุมัติอาจลดลง เพื่อไม่ให้ภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) สูงเกินไป โดยทั่วไปธนาคารกำหนดให้ภาระหนี้รวมต่อรายได้ไม่เกิน 40-50% ต่อเดือน
  • ความมั่นคงของอาชีพหรือรายได้: อายุงาน ความมั่นคงของบริษัท หรือความสม่ำเสมอของรายได้กิจการ มีผลต่อการอนุมัติอย่างมาก

ขอสินเชื่อบ้านแลกเงินใช้เอกสารอะไรบ้าง

เอกสารส่วนบุคคลพื้นฐานสำหรับผู้ขอสินเชื่อ

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาทะเบียนสมรส/ใบหย่า/ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

เอกสารสำหรับผู้มีรายได้ประจำ

  • สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน
  • รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน

เอกสารสำหรับผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว / เจ้าของกิจการ

  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือทะเบียนการค้า
  • รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6-12 เดือน
  • เอกสารประกอบการทำธุรกิจอื่น ๆ เช่น ใบเสร็จรับเงิน สัญญาเช่า สัญญาว่าจ้าง

เอกสารสำหรับฟรีแลนซ์หรืออาชีพอิสระ

  • รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6-12 เดือน
  • เอกสารแสดงการรับเงิน เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ทวิ 50) แฟ้มผลงาน หรือสัญญารับจ้าง

เอกสารสำหรับหลักประกัน

  • สำเนาโฉนดที่ดิน หรือสำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด
  • แผนที่ที่ตั้งหลักประกัน

ขอสินเชื่อบ้านแลกเงินมีขั้นตอนอย่างไร

ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ

เริ่มต้นจากการตรวจสอบความพร้อมของตนเองและหลักทรัพย์ จากนั้นเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนแล้วยื่นคำขอสินเชื่อกับธนาคารที่สนใจ

ขั้นตอนที่ 2 : ธนาคารประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่หรือบริษัทตัวแทนเข้าไปสำรวจและประเมินมูลค่าทรัพย์สินตามสภาพจริงและทำเลที่ตั้ง ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมการประเมินหลักทรัพย์เป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้กู้รับผิดชอบ ควรสอบถามอัตราค่าธรรมเนียมกับธนาคารล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อม

ขั้นตอนที่ 3 : พิจารณาและอนุมัติวงเงิน

ธนาคารจะนำมูลค่าประเมินมาคำนวณร่วมกับความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ เพื่อสรุปวงเงินสูงสุด อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาผ่อนชำระ

ขั้นตอนที่ 4 : ทำสัญญาและจดจำนอง

เมื่อสินเชื่อได้รับการอนุมัติ ผู้กู้จะต้องเข้าไปเซ็นสัญญากู้เงินกับธนาคาร และเดินทางไปทำเรื่องจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน โดยต้องนำโฉนดที่ดินตัวจริงไปด้วยและชำระค่าธรรมเนียมจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้

ขั้นตอนที่ 5 : รับเงินเข้าบัญชี

หลังจากจดจำนองเสร็จสิ้น ธนาคารจะทำการโอนเงินกู้เข้าบัญชีของผู้กู้เพื่อให้นำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ต่อไป ทั้งนี้ บัญชีที่ใช้รับโอนเงินอาจต้องเป็นบัญชีของธนาคารผู้ให้สินเชื่อ โปรดสอบถามเงื่อนไขกับเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า หากยังไม่มีบัญชีอาจต้องเปิดบัญชีเพิ่มเติมก่อนรับเงิน

ค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้ก่อนทำสินเชื่อบ้านแลกเงิน

  • ค่าธรรมเนียมการขอสินเชื่อ

บางธนาคารอาจมีค่าธรรมเนียมในการจัดการสินเชื่อ หรือค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Front-end Fee) ซึ่งอาจจะฟรีโปรโมชันหรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของวงเงิน

  • ค่าธรรมเนียมจดจำนอง

ชำระที่สำนักงานที่ดิน ในอัตรา 1% ของวงเงินจำนอง (สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท) ทั้งนี้ อาจมีการปรับลดค่าธรรมเนียมตามมาตรการของภาครัฐ

  • ค่าธรรมเนียมสำรวจและประเมินหลักประกัน

ค่าใช้จ่ายในการให้บริษัทประเมินเข้ามาดูบ้าน มักจะอยู่ที่ประมาณ 2,500 - 3,500 บาท อย่างไรก็ตามค่าธรรมเนียมสำรวจและประเมินหลักประกันขึ้นอยู่กับธนาคารและประเภททรัพย์สิน

  • ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย

เป็นเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนดให้ต้องทำตลอดอายุสัญญา เพื่อคุ้มครองตัวบ้านจากเหตุไฟไหม้หรือภัยพิบัติ

  • ค่า Prepayment (ค่าปิดกู้ก่อนกำหนด)

หากนำเงินก้อนมาปิดหนี้ทั้งหมดก่อนระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด (มักจะภายใน 3 ปีแรก) อาจโดนปรับอยู่ที่ประมาณ 2–3% ของวงเงินกู้คงเหลือ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับธนาคารอีกครั้ง

  • ค่าอากรแสตมป์: 0.05% ของวงเงินกู้

คิดในอัตรา 0.05% ของวงเงินกู้ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

  • ค่าประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA)

เป็นการทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินกู้ หากผู้กู้เสียชีวิต ประกันจะชำระหนี้แทนเพื่อไม่ให้ภาระตกสู่ทายาท ซึ่งเป็นประกันที่ไม่ได้บังคับ แต่หากทำอาจได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละธนาคาร)

ทั้งหมดนี้คือรายจ่ายแฝงที่ควรนำมาคำนวณร่วมด้วยเสมอเวลาเปรียบเทียบว่า บ้านแลกเงินธนาคารไหนดี และคุ้มค่าที่สุด

เทคนิคเลือกสินเชื่อบ้านแลกเงินธนาคารไหนดี พิจารณาอะไรบ้าง?

หากมาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วยังลังเลว่า สินเชื่อบ้านแลกเงินธนาคารไหนดี ให้ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ

1. เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก่อนตัดสินใจ

โปรโมชันดอกเบี้ยถูกอาจมาพร้อมกับค่าธรรมเนียมที่สูง ให้ลองนำค่าใช้จ่ายในข้อที่ผ่านมาบวกเข้าไปในต้นทุนรวม เพื่อดูว่าสรุปแล้วธนาคารไหนให้ความคุ้มค่ามากกว่ากัน

2. ดูอัตราดอกเบี้ย "ตลอดอายุสัญญา" ไม่ใช่แค่ช่วงโปรโมชัน

อย่าดูแค่อัตราดอกเบี้ยปีแรกที่ต่ำมากเพียงอย่างเดียว แนะนำให้คุณควรดูอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก และอัตราดอกเบี้ยลอยตัวในปีถัด ๆ ไป หรือ Effective Rate ตลอดอายุสัญญา

3. ระวังเงื่อนไข Prepayment และช่วงล็อกดอกเบี้ย

อ่านเงื่อนไขให้ดีว่าสามารถรีไฟแนนซ์หรือโปะปิดยอดได้ในปีที่เท่าไหร่ เพื่อวางแผนการเงินในอนาคตได้อย่างอิสระ

4. ตรวจสอบวงเงินสูงสุดที่ได้รับจริง (LTV Ratio)

แต่ละธนาคารให้วงเงินอนุมัติ (Loan to Value) ไม่เท่ากัน หากต้องการเงินก้อนใหญ่ ให้เลือกธนาคารที่ให้ LTV สูง อย่างไรก็ตาม ควรกู้เท่าที่จำเป็นและสอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้

5. เลือกประเภทดอกเบี้ยให้เหมาะกับแผนการเงิน

บางธนาคารมีดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) ในช่วงแรก ซึ่งเหมาะกับช่วงที่ดอกเบี้ยขาขึ้น ส่วนดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) อาจเหมาะกับการกู้ที่ตั้งใจจะโปะให้หมดไว

6. ประเมินความสามารถในการชำระคืนอย่างรอบคอบ

เลือกธนาคารที่ให้ระยะเวลาผ่อนชำระสอดคล้องกับรายรับ โดยค่างวดรวมทุกหนี้ไม่ควรเกิน 40-50% ของรายได้ต่อเดือนเพื่อไม่ให้กระทบสภาพคล่องในชีวิตประจำวัน

หวังว่าข้อมูลทั้งหมดนี้จะช่วยให้หลายคนได้คำตอบแล้วว่าควรเลือกสินเชื่อบ้านแลกเงินธนาคารไหนดีที่ตอบโจทย์ทั้งความต้องการทางการเงิน ความคุ้มค่าของดอกเบี้ย และความสามารถในการผ่อนชำระ

หากคุณกำลังมองหาแหล่งเงินทุนก้อนใหญ่เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ รวบหนี้บัตรเครดิตดอกเบี้ยสูงให้เป็นก้อนเดียว หรือจัดการกับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในครอบครัว สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน KKP HOME LOAN REFINANCE ให้วงเงินอนุมัติสูงสุด 50 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนชำระนานสูงสุด 20 ปี ทำให้ค่างวดต่อเดือนเบาสบาย ไม่ตึงมือ พร้อมรับวงเงินสำรองพร้อมใช้ที่สามารถกดเบิกถอนได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน KKP Better ไม่มีค่าธรรมเนียมการเบิก และไม่เสียดอกเบี้ยหากไม่ได้ใช้งาน

คำเตือน: กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) อยู่ระหว่าง 6.296% - 7% ต่อปี สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MLR ณ วันที่ 5 มีนาคม 2569 = 7.45% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัว สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ โดยเป็นอัตราดอกเบี้ย สำหรับสินเชื่อบ้าน วงเงิน 5 ล้านบาท อายุสัญญา 20 ปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) ของวงเงิน KKP HOME FLEXI อยู่ระหว่าง 5.925% - 15% ต่อปี
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: หากยังผ่อนบ้านกับธนาคารอยู่ สามารถขอสินเชื่อบ้านแลกเงินเพิ่มได้หรือไม่?

A: สามารถทำได้ผ่านวิธีการขอเพิ่มวงเงินสินเชื่อกับธนาคารเดิม (Top-up) หรือทำการรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารใหม่เพื่อขอวงเงินกู้เพิ่มจากยอดหนี้คงเหลือ โดยวงเงินที่ได้จะขึ้นอยู่กับราคาประเมินบ้านและการคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้

Q: สินเชื่อบ้านแลกเงินมีระยะเวลาผ่อนสูงสุดกี่ปี?

A: โดยทั่วไปธนาคารจะให้ระยะเวลาผ่อนชำระได้นานสูงสุด 15 ถึง 30 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารและอายุของผู้กู้รวมกับระยะเวลาผ่อนชำระ ซึ่งมักจะต้องไม่เกิน 65 - 70 ปี

Q: หากรายได้ไม่สม่ำเสมอ เช่น ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของกิจการ สามารถขอสินเชื่อได้หรือไม่?

A: สามารถขอสินเชื่อได้ แต่ต้องเตรียมเอกสารยืนยันรายได้ที่ชัดเจน เช่น รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6-12 เดือน เอกสารการเสียภาษี หรือสัญญาว่าจ้าง เพื่อให้ธนาคารใช้ประเมินรายได้เฉลี่ยต่อเดือนและความสามารถในการผ่อนชำระ

Q: ใช้เวลาพิจารณาสินเชื่อบ้านแลกเงินนานแค่ไหน?

A: หลังจากยื่นเอกสารครบถ้วนและมีการประเมินหลักทรัพย์แล้ว โดยปกติจะใช้เวลาพิจารณาอนุมัติประมาณ 7 - 14 วันทำการ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเอกสารและกระบวนการของแต่ละธนาคาร

Q: บ้านแลกเงินกับธนาคารดีกว่าจำนองกับบุคคลทั่วไปอย่างไร?

A: การนำหลักทรัพย์ไปจำนองกับธนาคารมีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยตามกฎหมายมากกว่า มีการทำสัญญาที่ชัดเจนและเป็นธรรม ได้รับอัตราดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด มีกระบวนการทางกฎหมายที่ชัดเจนและเป็นธรรม นี่คือเหตุผลสำคัญที่ต้องศึกษาให้ดีว่าควรนำ จํานองบ้านธนาคารไหนดี เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทรัพย์สิน

-->