Money Matter
ปัญหาหนี้ของกลุ่ม Gen Z
- 09 Oct 24
- 6,555

KKP สำรวจเจาะพฤติกรรมการเงินของ Gen Z พบว่ามักจะให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ มากกว่าการวางแผนทางการเงิน
โดยการวิเคราะห์ข้อมูลจากกิจกรรมในแคมเปญ #เรื่องเงินอย่าปล่อยให้รู้งี้ ที่ KKP ได้เชิญชวนพนักงานในโครงการจิตอาสา ลงพื้นที่แจกแบบสอบถามกลุ่มคนอายุต่ำกว่า 24 ปีในย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ พบว่า 34% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากที่สุด เลือกคำจำกัดความแนวทางการใช้ชีวิตและการเงินของตนเองว่า "เกิดมาทั้งทีใช้ชีวิตให้เต็มที่ ของมันต้องมี ชีวิตมันต้องใช้" สะท้อนทัศนคติการบริโภคและการใช้จ่ายเพื่อความพึงพอใจในปัจจุบัน ยิ่งกว่านั้น การสำรวจพบว่า 66% ของคน Gen Z ไม่มีการออมเงินหรือการลงทุน และแม้ในบรรดาคนที่ออมเงินหรือลงทุนเกือบครึ่งหนึ่ง (47%) มีแนวโน้มออมเงินเพียงเพื่อซื้อของที่อยากได้
อย่างไรก็ตาม มีคน Gen Z บางส่วนที่รู้จักการเก็บออมและการวางแผนทางการเงินสำหรับอนาคตเช่นกัน หากมีสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับคนที่มีพฤติกรรมใช้จ่ายเกินตัว เช่น Gen Z ประมาณ 24% เห็นความสำคัญของการออมเงินหรือการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต ขณะที่มีประมาณ 23% ของคนที่มีเงินออมหรือลงทุนที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการออมเงินเพื่อสำรองใช้กรณีฉุกเฉิน
ทั้งนี้ การใช้ชีวิตของคน Gen Z ถูกกระตุ้นโดยสภาพแวดล้อมและค่านิยมที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อ social media ที่เป็นปัจจัยสำคัญทำให้เกิดการใช้จ่ายเกินตัวเพิ่มขึ้น โดย 85% ของคน Gen Z ที่ตอบแบบสำรวจยอมรับว่า social media มีผลทำให้พวกเขาใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น และกว่า 1 ใน 5 ของคนกลุ่มนี้ใช้จ่ายเงินไปกับสิ่งที่อาจถูกจัดกลุ่มเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ความงาม หรือท่องเที่ยว มากที่สุดในแต่ละเดือน
เมื่อสำรวจเจาะเฉพาะคนที่เป็นหนี้ด้วยเหตุผลว่า #ของมันต้องมี พบว่ามีถึง 30% ที่ใช้จ่ายเงินส่วนมากไปกับสิ่งของเหล่านี้ และมีอีก 10% ที่ใช้จ่ายเงินส่วนมากไปกับการผ่อนชำระหนี้ สอดคล้องกับผลลัพธ์จากการทำ focus group ของ KKP กับกลุ่มคนอายุน้อยภายใต้แคมเปญ “เรื่องเงินอย่าปล่อยให้รู้งี้” เกี่ยวกับปัญหาการเป็นหนี้บัตรเครดิต ซึ่งพบว่าค่านิยมของคน Gen Z มักให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และการแสดงสถานะทางสื่อโซเซียลจนนำไปสู่การใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินตัวและเกิดเป็นปัญหาหนี้เรื้อรัง
การสำรวจยังพบอีกว่าค่านิยมและแรงกระตุ้นทางสังคมทำให้คน Gen Z มีแนวโน้มจะใช้จ่ายเกินตัวและเป็นหนี้ได้ โดยเฉพาะการใช้ชีวิตแบบ #รูดก่อนจ่ายทีหลัง และการขาดความรู้ทางการเงิน Gen Z จำนวนมากจึงอยู่ในกับดักหนี้สิน เห็นได้จาก ในกลุ่มคน Gen Z ที่ตอบแบบสำรวจ ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพารายได้จากพ่อแม่เป็นหลัก มีคนเป็นหนี้แล้วราว 11%
และสำหรับกลุ่มคนที่เป็นหนี้บัตรเครดิตแบบไม่สามารถจ่ายคืนเต็มจำนวนได้ ทุกคนยอมรับว่าสาเหตุของหนี้ของตนมาจากค่านิยม #ของมันต้องมี จะเห็นได้ว่าการรูดก่อนจ่ายทีหลังกลายเป็นทางออกหลักของคน Gen Z สำหรับการซื้อของที่ต้องการ แต่การไม่ได้ประเมินกำลังซื้อและภาระดอกเบี้ยที่ติดตามมา ทำให้ Gen Z จำนวนไม่น้อยต้องตกอยู่ในกับดักการเป็นหนี้
ในยุคที่รายล้อมไปด้วยสินค้าและบริการมากมาย โซเชียลมีเดียและการตลาดเชิงรุกในยุคใหม่ ได้กระตุ้นความต้องการใช้จ่ายจนเกิดเป็นหนี้สินผูกพันในระยะยาว ความรู้ทางการเงิน และวินัยในการเก็บออม จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะชวยให้เรามีสติในการใช้จ่าย ลดภาระหนี้ที่ไม่จำเป็น นำไปสู่ความมั่นคงทางการเงิน เพื่อไม่ต้องเสียใจกับคำว่า “รู้งี้” ในภายหลัง
สำหรับแคมเปญ "#เรื่องเงินอย่าปล่อยให้รู้งี้" ของ KKP เป็นแคมเปญที่มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการเงินให้กับสังคม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการเงินส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง และบรรลุเป้าหมายทางการเงิน โดย KKP เชื่อว่าความรู้ทางการเงินที่ดี จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและสุขภาพทางการเงินที่แข็งแรงให้กับคนไทย และจะนำไปสู่ความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมต่อไป