Money Matter
กองทุนรวมลดหย่อนภาษีตัวไหนที่ใช่สำหรับคุณ
- 04 Oct 24
- 33,926

ใกล้สิ้นปีแบบนี้… การลงทุนที่หลายคนให้ความสนใจคงหนีไม่พ้นการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี วันนี้ KKP Advice Center สรุปมาให้ว่ากองทุนรวมลดหย่อนภาษีตัวไหนที่ใช่และเหมาะกับสไตล์การลงทุนของคุณ มาติดตามกับบทความนี้กันครับ
1. กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ย่อมาจาก : Super Savings Fund
วัตถุประสงค์การลงทุน :
เป็นกองทุนรวมที่เน้นส่งเสริมการออมในระยะยาวและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
เป็นกองทุนรวมที่เน้นส่งเสริมการออมในระยะยาวและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
นโยบายการลงทุน :
ลงทุนในสินทรัพย์ได้ทุกประเภททั้งในและต่างประเทศ
ลงทุนในสินทรัพย์ได้ทุกประเภททั้งในและต่างประเทศ
สัดส่วนการลงทุน :
ไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีและไม่เกิน 200,000 บาท
ไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีและไม่เกิน 200,000 บาท
(เมื่อรวมกับการออมเพื่อการเกษียณอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท)
ลดหย่อนภาษีได้ในปี 2563 - 2567
ระยะเวลาการถือครอง :
10 ปี ขึ้นไปนับจากวันที่ซื้อ (นับแบบวันชนวัน)
10 ปี ขึ้นไปนับจากวันที่ซื้อ (นับแบบวันชนวัน)
เงื่อนไขการลงทุน :
ไม่มีขั้นต่ำและไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี
ไม่มีขั้นต่ำและไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี
เหมาะกับ :
ผู้ที่ต้องการออมเงินตามเป้าหมายในระยะยาวและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
ผู้ที่ต้องการออมเงินตามเป้าหมายในระยะยาวและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
2. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ย่อมาจาก : Retirement Mutual Fund
วัตถุประสงค์การลงทุน :
เป็นกองทุนรวมที่เน้นส่งเสริมการออมเพื่อการเกษียณและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
เป็นกองทุนรวมที่เน้นส่งเสริมการออมเพื่อการเกษียณและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
นโยบายการลงทุน :
ลงทุนในสินทรัพย์ได้ทุกประเภททั้งในและต่างประเทศ
ลงทุนในสินทรัพย์ได้ทุกประเภททั้งในและต่างประเทศ
สัดส่วนการลงทุน :
ไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีและไม่เกิน 500,000 บาท (เมื่อรวมกับการออมเพื่อการเกษียณอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท)
ระยะเวลาถือครอง :
ถือครองจนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันที่ซื้อ
ไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีและไม่เกิน 500,000 บาท (เมื่อรวมกับการออมเพื่อการเกษียณอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท)
ระยะเวลาถือครอง :
ถือครองจนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันที่ซื้อ
เงื่อนไขการลงทุน :
ไม่มีขั้นต่ำแต่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี
ไม่มีขั้นต่ำแต่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี
เหมาะกับ :
ผู้ต้องการวางแผนเกษียณและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
ผู้ต้องการวางแผนเกษียณและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
3. กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ย่อมาจาก : Thailand ESG Fund
วัตถุประสงค์การลงทุน :
เป็นกองทุนรวมระยะยาวที่ลงทุนในกิจการเน้นความยั่งยืนและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
เป็นกองทุนรวมระยะยาวที่ลงทุนในกิจการเน้นความยั่งยืนและได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
นโยบายการลงทุน :
ลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ไทยในกลุ่ม ESG
ลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ไทยในกลุ่ม ESG
สัดส่วนการลงทุน :
ไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีและไม่เกิน 300,000 บาท (ไม่นับรวมกับการออมเพื่อการเกษียณอื่นๆ ที่ไม่เกิน 500,000 บาท)
ไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีและไม่เกิน 300,000 บาท (ไม่นับรวมกับการออมเพื่อการเกษียณอื่นๆ ที่ไม่เกิน 500,000 บาท)
ลดหย่อนภาษีได้ในปี 2567 - 2569
ระยะเวลาการถือครอง :
ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับจากวันที่ซื้อหน่วยลงทุน
ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2569 (นับแบบวันชนวัน)
ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับจากวันที่ซื้อหน่วยลงทุน
ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2569 (นับแบบวันชนวัน)
เงื่อนไขการลงทุน :
ไม่มีขั้นต่ำและไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี
ไม่มีขั้นต่ำและไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี
เหมาะกับ :
ผู้ต้องการลงทุนในธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืนและผู้ที่ต้องการได้รับวงเงินลดหย่อนภาษีเพิ่ม
ผู้ต้องการลงทุนในธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืนและผู้ที่ต้องการได้รับวงเงินลดหย่อนภาษีเพิ่ม
ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษี นอกจากรายละเอียดข้างต้นที่สามารถใช้ตัดสินใจในการลงทุนได้แล้ว ยังสามารถใช้เกณฑ์เรื่องอายุเข้ามาช่วยในการตัดสินใจได้
เช่น ถ้าคุณมีอายุน้อยกว่า 45 ปี อาจเลือกลงทุนกองทุนรวม SSF เพราะถือครองสั้นกว่า แต่หากคุณมีอายุมากกว่า 45 ปี อาจเลือกลงทุนกองทุนรวม RMF เพราะถือครองสั้นกว่า
และหากคุณมีฐานภาษีที่สูง มีการลงทุนกองทุนรวม SSF, RMF และการออมเพื่อการเกษียณส่วนอื่นๆ จนเต็มเงื่อนไขสิทธิการลงทุนแล้ว ก็อาจเลือกลงทุนกองทุนรวม Thai ESG เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มได้อีกไม่เกิน 300,000 บาทด้วย
สนใจลงทุนกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษี คลิก
สนใจลงทุนกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษี คลิก
* หมายเหตุ : การออมเพื่อเกษียณอื่นๆ ที่ไม่เกิน 500,000 บาท ได้แก่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., กองทุนสงเคราะห์ครูฯ, กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.), ประกันชีวิตแบบบำนาญ, กองทุนรวม SSF, กองทุนรวม RMF
* ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน รวมถึงควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าวด้วย / ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัท