Money Matter
Thai ESG กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน ตัวช่วยลดหย่อนภาษี
- 23 Aug 24
- 11,014

เมื่อไม่นานมานี้ เราคงเคยได้ยินชื่อกองทุนรวมน้องใหม่ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี Thai ESG และในปีนี้ก็มีการปรับปรุงเงื่อนไขมาตรการการลดหย่อนภาษี กองทุนรวมนี้น่าสนใจในการเข้าไปลงทุนอย่างไร? และมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีใหม่อะไรบ้าง? มาติดตามกับบทความนี้กันครับ
กองทุนรวม Thai ESG ย่อมาจาก Thailand ESG Fund หรือกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน ที่ส่งเสริมการออมระยะยาวในกิจการที่มุ่งเน้นความยั่งยืน โดยเงินลงทุนสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งการลงทุนตามหลัก ESG จะประกอบไปด้วย 3 ด้านหลักที่สำคัญคือ สิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance)
สำหรับนโยบายการลงทุนของกองทุนรวม Thai ESG จะมุ่งเน้นลงทุนในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างที่ผู้ออกเป็นกิจการหรือภาครัฐไทยโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีตั้งแต่ 80% ของ NAV ในธุรกิจ 5 กลุ่มตามข้อกำหนดนโยบายการลงทุนเป็นไปตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.กำหนด ได้แก่ หุ้นจดทะเบียนที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้าน ESG, หุ้นที่มีการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตามมาตรฐานสำนักงาน ก.ล.ต.), ตราสารหนี้ด้าน ESG, พันธบัตรรัฐบาลด้าน ESG และโทเคนดิจิตัลเพื่อการลงทุนด้าน ESG (ที่มา : www.thailandesg.com)
และสำหรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับการจากการลงทุนกองทุนรวม Thai ESG ได้แก่
1. ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน หรือ สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อคน/ปี (เงื่อนไขเดิม : ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท)
2. ต้องถือครองหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี (นับแบบวันชนวัน) สำหรับการซื้อหน่วยลงทุนระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2569 (เงื่อนไขเดิม : ระยะเวลาถือครองหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 8 ปี)
3. ไม่นับรวมกับวงเงินออมกลุ่มเพื่อการเกษียณที่รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท
(ได้แก่ กองทุนรวม SSF, กองทุนรวม RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.), กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน, กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ)
4. ไม่กำหนดจำนวนขั้นต่ำในการซื้อหน่วยลงทุน และไม่กำหนดเงื่อนไขการซื้อต่อเนื่องทุกปี
สำหรับผู้สนใจลงทุนกองทุนรวม Thai ESG กับบริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทรมีให้เลือกลงทุนถึง 2 กองทุนด้วยกัน คือ
- KKP GB THAI ESG ลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐไทยและตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนสามารถลงทุนได้ ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยปัจจุบันกองทุนมีเป้าหมายเน้นลงทุนในตราสารระยะยาว (Portfolio Duration 8-10 ปี) ให้สอดคล้องกับระยะเวลาในการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี
- KKP EQ THAI ESG ลงทุนในหุ้นไทยที่มีผลการประเมิน ESG ที่ดีเป็นหลัก และพิจารณาลงทุนในบริษัทที่มีความสามารถในการปรับปรุงประเด็น ESG เพื่อให้ได้คะแนนการประเมินที่ดีขึ้นได้ โดยพอร์ตการลงทุนโดยรวมจะมีค่าเฉลี่ย SET ESG Rating ในรอบปีบัญชีไม่ตํ่ากว่า A ตามวิธีการคำนวณของ บลจ.
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก
* ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน รวมถึงควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าวด้วย / ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัท
สำหรับนโยบายการลงทุนของกองทุนรวม Thai ESG จะมุ่งเน้นลงทุนในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างที่ผู้ออกเป็นกิจการหรือภาครัฐไทยโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีตั้งแต่ 80% ของ NAV ในธุรกิจ 5 กลุ่มตามข้อกำหนดนโยบายการลงทุนเป็นไปตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.กำหนด ได้แก่ หุ้นจดทะเบียนที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้าน ESG, หุ้นที่มีการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตามมาตรฐานสำนักงาน ก.ล.ต.), ตราสารหนี้ด้าน ESG, พันธบัตรรัฐบาลด้าน ESG และโทเคนดิจิตัลเพื่อการลงทุนด้าน ESG (ที่มา : www.thailandesg.com)
และสำหรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับการจากการลงทุนกองทุนรวม Thai ESG ได้แก่
1. ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน หรือ สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อคน/ปี (เงื่อนไขเดิม : ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท)
2. ต้องถือครองหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี (นับแบบวันชนวัน) สำหรับการซื้อหน่วยลงทุนระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2569 (เงื่อนไขเดิม : ระยะเวลาถือครองหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 8 ปี)
3. ไม่นับรวมกับวงเงินออมกลุ่มเพื่อการเกษียณที่รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท
(ได้แก่ กองทุนรวม SSF, กองทุนรวม RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.), กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน, กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ)
4. ไม่กำหนดจำนวนขั้นต่ำในการซื้อหน่วยลงทุน และไม่กำหนดเงื่อนไขการซื้อต่อเนื่องทุกปี
สำหรับผู้สนใจลงทุนกองทุนรวม Thai ESG กับบริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทรมีให้เลือกลงทุนถึง 2 กองทุนด้วยกัน คือ
- KKP GB THAI ESG ลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐไทยและตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนสามารถลงทุนได้ ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยปัจจุบันกองทุนมีเป้าหมายเน้นลงทุนในตราสารระยะยาว (Portfolio Duration 8-10 ปี) ให้สอดคล้องกับระยะเวลาในการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี
- KKP EQ THAI ESG ลงทุนในหุ้นไทยที่มีผลการประเมิน ESG ที่ดีเป็นหลัก และพิจารณาลงทุนในบริษัทที่มีความสามารถในการปรับปรุงประเด็น ESG เพื่อให้ได้คะแนนการประเมินที่ดีขึ้นได้ โดยพอร์ตการลงทุนโดยรวมจะมีค่าเฉลี่ย SET ESG Rating ในรอบปีบัญชีไม่ตํ่ากว่า A ตามวิธีการคำนวณของ บลจ.
ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก
* ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน รวมถึงควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าวด้วย / ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัท