Money Matter
บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล เลือกใช้อย่างไรให้คุ้มค่า
- 12 Jun 23
- 12,917

เคยสงสัยกันไหมครับว่า ผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั้ง 3 ประเภทที่กล่าวไป มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้อย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด วันนี้ KKP Advice Center มีคำตอบมาฝากครับ
1. บัตรเครดิต
หากคุณต้องการรูดซื้อสินค้าล่วงหน้าโดยไม่ต้องใช้เงินสดให้คุณเลือกใช้บัตรเครดิต เพราะประโยชน์หลักของบัตรเครดิตคือ การที่คุณสามารถใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องพกเงินสด ซึ่งปัจจุบันสะดวกสบายและเหมาะกับยุคสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) โดยคุณจะได้รับระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยประมาณ 45-50 วัน (ขึ้นกับบัตรเครดิตแต่ละประเภท)
และบางครั้งบัตรเครดิตสามารถซื้อสินค้าและบริการได้ในราคาที่ถูกลงจากการสะสมแต้มหรือ Point หรืออาจมีบริการผ่อนชำระ 0% แต่ข้อควรระวังในการใช้บัตรเครดิตก็คือ คุณควรชำระให้ตรงเวลาและเต็มจำนวน เพราะหากชำระแค่ขั้นต่ำหรือผิดนัดชำระ นอกจากจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงแล้ว ยังมีการคิดดอกเบี้ยทั้งจากยอดค้างจ่ายและจากยอดที่รูดไป ทำให้ยอดหนี้ของคุณถูกทับซ้อนเป็นเงินก้อนใหญ่ไม่จบสิ้น คุณสามารถศึกษาวิธีการคิดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตได้ ที่นี่
2. บัตรกดเงินสด
หากคุณต้องการใช้เงินสดฉุกเฉินเพื่อสภาพคล่อง คุณควรใช้บัตรกดเงินสด ประโยชน์หลักของบัตรกดเงินสดคือ สามารถเบิกถอนเงินสดออกมาใช้ได้ตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติ (หากกดเงินสดจากบัตรเครดิต อัตราดอกเบี้ยจะค่อนข้างสูง) บัตรกดเงินสดเหมาะกับกรณีที่คุณอาจขาดสภาพคล่องในช่วงสั้นๆ เช่น มีความจำเป็นต้องใช้เงินสดแต่เงินเดือนหมด อีกไม่กี่วันเงินเดือนออก คุณสามารถกดเงินสดออกมาใช้ และเมื่อเงินเดือนออกก็รีบนำไปชำระเต็มจำนวน กรณีนี้ดอกเบี้ยที่คุณเสียจะไม่สูงมากนัก เพราะดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดถูกคำนวณเป็นรายวัน
หลังจากชำระเงินจะได้รับวงเงินในบัตรกลับคืนทันทีโดยขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ชำระ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งในการเป็นแหล่งเงินสำรองฉุกเฉิน คุณสามารถสมัครบัตรกดเงินสดไว้ใช้ในยามจำเป็น เพราะหากยังไม่มีการกดหรือใช้บัตรกดเงินสดจะไม่มีการคิดดอกเบี้ย และยังสามารถใช้ผ่อนชำระสินค้าหรือบริการแบบ 0% ได้เช่นกัน แต่ข้อควรระวังที่สำคัญคือ การที่คุณเข้าถึงแหล่งเงินสดได้ง่าย หากไม่มีวินัยในการใช้จ่าย บัตรกดเงินสดก็อาจสร้างหนี้ก้อนใหญ่ให้คุณได้เช่นกัน และปัจจุบันการสมัครใช้บริการบัตรกดเงินสดก็สามารถทำได้สะดวกรวดเร็ว อยู่ที่ไหนก็สมัครได้ สามารถทำได้ผ่านแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือ สนใจรายละเอียดบัตรกดเงินสด
3. สินเชื่อส่วนบุคคล
หากคุณต้องการใช้เงินก้อนที่คาดการณ์จำนวนและระยะเวลาการใช้ที่ค่อนข้างแน่นอน หรือต้องการรวมหนี้หลายก้อนเข้าด้วยกัน คุณควรใช้สินเชื่อส่วนบุคคล เพราะนอกจากจะได้เงินก้อนจำนวนมากกว่า ได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงแล้ว (คำนวณอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก) คุณยังสามารถยืดระยะเวลาการผ่อนชำระออกเป็นรายงวด ช่วยเพิ่มสภาพคล่องการใช้จ่ายแต่ละเดือนได้
ความแตกต่างที่เด่นชัดของสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด คือ สินเชื่อส่วนบุคคลมักได้รับวงเงินสินเชื่อก้อนใหญ่กว่า (อาจมีหรือไม่มีหลักทรัพย์/บุคคลค้ำประกันก็ได้) สามารถกำหนดยอดและระยะเวลาผ่อนชำระได้แน่นอน เช่น เดือนละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 6 ปี และในปัจจุบันการสมัครใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลก็ทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก หากคุณมีความจำเป็นต้องใช้เงินสด เช่น การต่อยอดธุรกิจ ศึกษาต่อ ภาระค่าใช้จ่ายในบ้าน หรือใช้เงินสดในกรณีที่จำเป็น สินเชื่อส่วนบุคคลถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการเลือกใช้บริการ
และสินเชื่อส่วนบุคคลยังเป็นประโยชน์อย่างมาก หากคุณกำลังประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่องของบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด หรืออาจจะเริ่มผ่อนชำระขั้นต่ำไม่ไหว การรวมหนี้หลายก้อนมาไว้ที่สินเชื่อส่วนบุคคลก้อนเดียวและขยายเวลาผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ถือเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ช่วยคุณแก้ปัญหาและจัดการหนี้สินได้เป็นอย่างดี สนใจรายละเอียดสินเชื่อส่วนบุคคล
อย่าลืมนะครับ!! ผลิตภัณฑ์ทางการเงินทุกชนิดเกิดขึ้นมาจากโจทย์เพื่อแก้ปัญหาทางการเงินให้กับผู้ใช้งาน สิ่งสำคัญคือ ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ เปรียบเทียบสิทธิประโยชน์และความคุ้มค่าที่ได้รับก่อนตัดสินใจสมัครใช้ผลิตภัณฑ์ และควรเลือกใช้ในกรณีที่จำเป็น ไม่เลือกใช้เพื่อก่อหนี้ในสิ่งที่ฟุ่มเฟือย (อ่านบทความบริหารหนี้ได้ด้วยตัวคุณเอง)
สิ่งสำคัญ คือ ควรใช้อย่างมีวินัย ชำระยอดให้เต็มจำนวนและตรงเวลา คุณก็จะได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ทางการเงินเหล่านี้ และถือเป็นการวางแผนการเงินส่วนบุคคลขั้นพื้นฐานในส่วนของ “การสร้างความมั่งคั่ง” (Wealth Creation) อีกด้วยครับ (อ่านบทความสร้างความมั่งคั่งสู่อิสรภาพทางการเงิน)
หากคุณต้องการรูดซื้อสินค้าล่วงหน้าโดยไม่ต้องใช้เงินสดให้คุณเลือกใช้บัตรเครดิต เพราะประโยชน์หลักของบัตรเครดิตคือ การที่คุณสามารถใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องพกเงินสด ซึ่งปัจจุบันสะดวกสบายและเหมาะกับยุคสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) โดยคุณจะได้รับระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยประมาณ 45-50 วัน (ขึ้นกับบัตรเครดิตแต่ละประเภท)
และบางครั้งบัตรเครดิตสามารถซื้อสินค้าและบริการได้ในราคาที่ถูกลงจากการสะสมแต้มหรือ Point หรืออาจมีบริการผ่อนชำระ 0% แต่ข้อควรระวังในการใช้บัตรเครดิตก็คือ คุณควรชำระให้ตรงเวลาและเต็มจำนวน เพราะหากชำระแค่ขั้นต่ำหรือผิดนัดชำระ นอกจากจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงแล้ว ยังมีการคิดดอกเบี้ยทั้งจากยอดค้างจ่ายและจากยอดที่รูดไป ทำให้ยอดหนี้ของคุณถูกทับซ้อนเป็นเงินก้อนใหญ่ไม่จบสิ้น คุณสามารถศึกษาวิธีการคิดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตได้ ที่นี่
2. บัตรกดเงินสด
หากคุณต้องการใช้เงินสดฉุกเฉินเพื่อสภาพคล่อง คุณควรใช้บัตรกดเงินสด ประโยชน์หลักของบัตรกดเงินสดคือ สามารถเบิกถอนเงินสดออกมาใช้ได้ตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติ (หากกดเงินสดจากบัตรเครดิต อัตราดอกเบี้ยจะค่อนข้างสูง) บัตรกดเงินสดเหมาะกับกรณีที่คุณอาจขาดสภาพคล่องในช่วงสั้นๆ เช่น มีความจำเป็นต้องใช้เงินสดแต่เงินเดือนหมด อีกไม่กี่วันเงินเดือนออก คุณสามารถกดเงินสดออกมาใช้ และเมื่อเงินเดือนออกก็รีบนำไปชำระเต็มจำนวน กรณีนี้ดอกเบี้ยที่คุณเสียจะไม่สูงมากนัก เพราะดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดถูกคำนวณเป็นรายวัน
หลังจากชำระเงินจะได้รับวงเงินในบัตรกลับคืนทันทีโดยขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ชำระ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งในการเป็นแหล่งเงินสำรองฉุกเฉิน คุณสามารถสมัครบัตรกดเงินสดไว้ใช้ในยามจำเป็น เพราะหากยังไม่มีการกดหรือใช้บัตรกดเงินสดจะไม่มีการคิดดอกเบี้ย และยังสามารถใช้ผ่อนชำระสินค้าหรือบริการแบบ 0% ได้เช่นกัน แต่ข้อควรระวังที่สำคัญคือ การที่คุณเข้าถึงแหล่งเงินสดได้ง่าย หากไม่มีวินัยในการใช้จ่าย บัตรกดเงินสดก็อาจสร้างหนี้ก้อนใหญ่ให้คุณได้เช่นกัน และปัจจุบันการสมัครใช้บริการบัตรกดเงินสดก็สามารถทำได้สะดวกรวดเร็ว อยู่ที่ไหนก็สมัครได้ สามารถทำได้ผ่านแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือ สนใจรายละเอียดบัตรกดเงินสด
3. สินเชื่อส่วนบุคคล
หากคุณต้องการใช้เงินก้อนที่คาดการณ์จำนวนและระยะเวลาการใช้ที่ค่อนข้างแน่นอน หรือต้องการรวมหนี้หลายก้อนเข้าด้วยกัน คุณควรใช้สินเชื่อส่วนบุคคล เพราะนอกจากจะได้เงินก้อนจำนวนมากกว่า ได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงแล้ว (คำนวณอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก) คุณยังสามารถยืดระยะเวลาการผ่อนชำระออกเป็นรายงวด ช่วยเพิ่มสภาพคล่องการใช้จ่ายแต่ละเดือนได้
ความแตกต่างที่เด่นชัดของสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด คือ สินเชื่อส่วนบุคคลมักได้รับวงเงินสินเชื่อก้อนใหญ่กว่า (อาจมีหรือไม่มีหลักทรัพย์/บุคคลค้ำประกันก็ได้) สามารถกำหนดยอดและระยะเวลาผ่อนชำระได้แน่นอน เช่น เดือนละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 6 ปี และในปัจจุบันการสมัครใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลก็ทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก หากคุณมีความจำเป็นต้องใช้เงินสด เช่น การต่อยอดธุรกิจ ศึกษาต่อ ภาระค่าใช้จ่ายในบ้าน หรือใช้เงินสดในกรณีที่จำเป็น สินเชื่อส่วนบุคคลถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการเลือกใช้บริการ
และสินเชื่อส่วนบุคคลยังเป็นประโยชน์อย่างมาก หากคุณกำลังประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่องของบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด หรืออาจจะเริ่มผ่อนชำระขั้นต่ำไม่ไหว การรวมหนี้หลายก้อนมาไว้ที่สินเชื่อส่วนบุคคลก้อนเดียวและขยายเวลาผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ถือเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ช่วยคุณแก้ปัญหาและจัดการหนี้สินได้เป็นอย่างดี สนใจรายละเอียดสินเชื่อส่วนบุคคล
อย่าลืมนะครับ!! ผลิตภัณฑ์ทางการเงินทุกชนิดเกิดขึ้นมาจากโจทย์เพื่อแก้ปัญหาทางการเงินให้กับผู้ใช้งาน สิ่งสำคัญคือ ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ เปรียบเทียบสิทธิประโยชน์และความคุ้มค่าที่ได้รับก่อนตัดสินใจสมัครใช้ผลิตภัณฑ์ และควรเลือกใช้ในกรณีที่จำเป็น ไม่เลือกใช้เพื่อก่อหนี้ในสิ่งที่ฟุ่มเฟือย (อ่านบทความบริหารหนี้ได้ด้วยตัวคุณเอง)
สิ่งสำคัญ คือ ควรใช้อย่างมีวินัย ชำระยอดให้เต็มจำนวนและตรงเวลา คุณก็จะได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ทางการเงินเหล่านี้ และถือเป็นการวางแผนการเงินส่วนบุคคลขั้นพื้นฐานในส่วนของ “การสร้างความมั่งคั่ง” (Wealth Creation) อีกด้วยครับ (อ่านบทความสร้างความมั่งคั่งสู่อิสรภาพทางการเงิน)