Money

3 พร้อม! เช็กให้ชัวร์ ก่อนสตาร์ท

Post by | Admin

เช็กความพร้อมของรถให้เรียบร้อย
ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง.. อันดับแรกควรตรวจสอบสภาพรถยนต์ที่ใช้เสียก่อน เพราะระหว่างเดินทางอาจต้องเจอกับสภาพอากาศไม่เป็นใจ หรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น ฝนตก ร้อนจัด หรือการจราจรติดขัด โดยสิ่งที่ควรตรวจสอบเบื้องต้น ได้แก่ สภาพเครื่องยนต์ น้ำยาหล่อเย็น น้ำมันเครื่อง แบตเตอรี่ ที่ปัดน้ำฝน สภาพยางรถ เบรก รวมทั้งต้องมีอุปกรณ์จำเป็นและอะไหล่ต่างๆ ในสภาพพร้อมใช้งานติดรถไว้อยู่เสมอ

เช็กความพร้อมของคนขับ
คนขับควรเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมก่อนการเดินทางทั้งขาไปและขากลับ เช่น ยืดเหยียดแขนและขาให้พร้อมนั่งขับรถในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์หรือยาแก้แพ้ที่อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม เพราะอาจทำให้หลับในเป็นอันตรายทั้งต่อตัวเองและผู้ร่วมทางคนอื่นๆ

เช็กวันหมดอายุประกันภัย พ.ร.บ. และประกันภัยรถยนต์
เพื่อความอุ่นใจให้พร้อมรับมือในทุกสถานการณ์ ทั้งในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หรือภัยพิบัติต่างๆ เช่น ไฟไหม้ หรือรถหาย ควรเตรียมกรมธรรม์ประกันภัยให้พร้อม ทั้งประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และประกันภัยรถยนต์ ซึ่งจะช่วยคุ้มครองทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และลดภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นมา

ตัวอย่างความคุ้มครองของประกันภัย พ.ร.บ.
ทุนประกันภัย กรณีเสียชีวิต 500,000 บาท
ทุนประกันภัย กรณีสูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพอย่างถาวร หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 200,000 - 500,000 บาท ต่อ 1 คน
ทุนประกันภัย กรณีได้รับความเสียหายต่อร่างกายหรืออนามัย รับค่ารักษาพยาบาลตามความเสียหายที่แท้จริงแต่ไม่เกิน 80,000 บาท ต่อ 1 คน

ดังนั้น ก่อนออกเดินทางทุกครั้งควรตรวจสอบวันหมดอายุของประกันภัยทุกประเภท เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประกันภัย พ.ร.บ. ที่นอกจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองแล้วยังโดนปรับตามกฎหมายอีกด้วย นั่นคือถูกปรับไม่เกิน 10,000 บาท และเมื่อไม่มีประกันภัย พ.ร.บ. ก็ทำให้ต่อภาษีรถไม่ได้ ซึ่งหากถูกจับเพราะป้ายวงกลมหมดอายุ ก็จะต้องเสียค่าปรับประมาณ 400-1,000 บาท เมื่อไปต่ออีกครั้งก็จะโดนค่าปรับดอกเบี้ยอีกเดือนละ 1% และถ้าหากปล่อยทิ้งไว้นานเกิน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับการใช้งานและโดนโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาทอีกด้วย ซึ่ง พ.ร.บ. รถยนต์จะไม่สามารถซื้อย้อนหลังได้ แต่สามารถซื้อความคุ้มครองล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน

สนใจประกันภัย พ.ร.บ. หรือประกันภัยรถยนต์ 2+ Care / 3+ Care ของ บมจ.เมืองไทยประกันภัย คลิกอ่านรายละเอียดได้ที่นี่ https://link.kkpfg.com/kHxLE 

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

Suggested
09 Mar 2022
เติมพลังชีวิต กับเคล็ดลับฝึกคิดบวก
Lifestyle
07 Mar 2022
LTF ครบกำหนดแล้ว ควรถือต่อหรือพอแค่นี้
Investment
29 Mar 2022
เคล็ดไม่ลับ วิธีเคลียร์หนี้นอกระบบ
Money