Money Matter

7 บทเรียนการเงินที่ควรสอนลูก Gen Z (ฉบับพ่อแม่ไม่รวย ก็สอนลูกได้)

  • 08 Aug 25
  • 2,953
เพราะทักษะทางการเงินเป็นสิ่งที่ทุกคนควรเรียนรู้ ไม่เว้นแม้แต่เด็ก ๆ ที่กำลังเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังรุ่นใหม่ของประเทศชาติ และพ่อแม่ก็มีส่วนสำคัญที่จะปลูกฝังวินัยทางการเงินและเป็นโค้ชทางการเงินคนแรกให้กับลูกได้ 

1. ให้รู้จักบริหารเงิน ไม่ใช่แค่ใช้เงิน

ควรเปลี่ยนจากการ “ให้เงิน” มาเป็น “ให้ระบบคิดการใช้เงิน” เช่น ให้เงินสัปดาห์/เดือนละกี่บาทบาท แล้วพูดคุยถึงแผนการใช้เงินของลูกว่าลูกใช้วันละกี่บาท คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ แบ่งสัดส่วนใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้กรณีฉุกเฉิน หรือแบ่งเงินเก็บหรือไม่ และหากเจอโฆษณาจากดาราศิลปินที่ลูกชื่นชอบ ลูกจะคล้อยตามและซื้อของตามกระแสนั้นหรือไม่ หากซื้อควรบริหารจัดการเงินอย่างไร เพื่อเป็นการฝึกระบบความคิดการใช้จ่ายเงินแบบ Critical Thinking

2. ใช้แอปช่วยจัดการรายรับรายจ่าย

การจดบัญชีรายรับรายจ่ายถือเป็นสิ่งมีประโยชน์ที่หลายคนมองข้าม พ่อแม่สามารถปลูกฝังและฝึกให้ลูกทำเป็นนิสัยด้วยการทำเป็นตัวอย่างและมาแชร์กัน โดยอธิบายถึงข้อดีของการจดบัญชีรายรับรายจ่ายว่าช่วยทำให้เห็นภาพรวมการใช้จ่ายเงิน หากอยากจะเก็บเงินหรือปรับลดการใช้จ่ายก็สามารถทำได้ง่ายๆ และใช้เป็นตัวช่วยในการตั้งเป้าหมายการเงินได้ ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถจดบัญชีรายรับรายจ่ายได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ

3. ให้เรียนรู้เรื่องเงินผ่านเกมสนุก ๆ

ปัจจุบันมีบอร์ดเกมที่จำลองการใช้ชีวิต (Simulations) สนุก ๆ มากมาย เช่น Monopoly, Cashflow, Budget Town ฯลฯ เกมเหล่านี้ล้วนใช้เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ได้ทั้งเรื่องหนี้ ทรัพย์สิน และการลงทุน ซึ่งเข้าใจง่ายกว่าเรียนทฤษฎี นอกจากได้ความรู้ทางการเงินแล้วยังเป็นการฝึกทักษะการคิดอย่างมีเหตุผล การปฏิบัติตามกฎกติกา และที่สำคัญการเรียนรู้ผ่านเกมคือบทเรียนที่ให้ความรู้สึกโดยไม่ต้องเจ็บในชีวิตจริง

4. ยอมรับและเรียนรู้ว่า "ความล้มเหลวทางการเงิน" เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้

เพราะในชีวิตจริง ความผิดพลาดเรื่องการเงินสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น ในวันที่ลูกทำงานเดือนแรก ลูกอาจเพลิดเพลินกับการใช้จ่ายจนเงินไม่พอใช้ หรือรู้จักกับบัตรเครดิตครั้งแรกอาจรูดจนเต็มวงเงิน และไม่สามารถชำระคืนเต็มจำนวนได้ ซึ่งพ่อแม่สามารถแชร์ข้อผิดพลาดทางการเงินของตัวเองเพื่อให้ลูกได้เรียนรู้และไม่ต้องผิดซ้ำ หรือหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นแล้วก็ต้องรู้จักเรียนรู้ที่จะยอมรับและแก้ไข

5. ออมอย่างเดียวไม่พอ ต้องรู้จักลงทุน

การเก็บออมในยุคที่ผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ อาจไม่เพียงพอสำหรับการวางแผนเก็บเงินของเด็กรุ่นใหม่ ซึ่งต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่ข้าวของราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ การให้ความรู้ด้านการลงทุนกับลูกเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ทั้งสินทรัพย์ที่จะลงทุน เช่น หุ้น กองทุนรวม คริปโต วิธีการหรือกลยุทธ์ในการลงทุนต่าง ๆ เช่น DCA, Asset Allocation ความเสี่ยงจากการลงทุน ตลอดจนความรู้การลงทุนที่ควรอัปเดตและติดตาม และอาจลองเปิดพอร์ตการลงทุนให้กับลูก เพื่อให้เขาเกิดความภาคภูมิใจในการบริหารเงินของตนเอง

6. รู้เท่าทันภัยการเงินยุคดิจิทัล

เนื่องจากเด็กยุค Gen Z เป็นวัยที่เติบโตมากับการใช้มือถือเป็นกระเป๋าเงินออนไลน์ การเผชิญกับภัยไซเบอร์จึงเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ พ่อแม่ควรสอนลูกในเรื่องการตั้งรหัสผ่านให้ปลอดภัย วิธีแยกแยะลิงก์ปลอม ไม่กดลิงก์ที่ส่งมาจากคนแปลกหน้า ไม่ให้ข้อมูลบัตรกับแอปที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือให้หมั่นอัปเดตติดตามภัยการเงินใหม่ ๆ อยู่เสมอ

7. มี Mindset ว่า ความสุขไม่ต้องใช้เงินซื้อเสมอไป

ในยุคที่ความสำเร็จมักวัดกันจาก “สิ่งที่ซื้อได้” ค่านิยมของการโพสต์แชร์รูปผ่านสื่อโซเชียลต่าง ๆ ทำให้เกิดกระแสและนิยมตามแบบอย่าง พ่อแม่ควรช่วยสกรีนหรือแนะนำสิ่งที่เป็นคุณค่าในชีวิตนอกจาก “ตัวเงิน” ให้กับลูก เช่น การใช้เวลากับครอบครัวคนที่เรารัก การดูแลสุขภาพ หรือความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ ในแต่ละวัน โดยไม่ต้องใช้เงินจ่ายเสมอไป สิ่งเหล่านี้ยังช่วยลดความเครียดของเด็กที่เกิดมาในยุคที่มีการแข่งขันสูงได้ดีอีกด้วย

สนใจเปิดบัญชีกับแอป KKP MOBILE ตอบรับทุกความต้องการเงินฝาก ลงทุน สินเชื่อ
ให้ทุกเรื่องเป็นเรื่องง่าย คลิก

Suggested Content
09 Oct 2024
ปัญหาหนี้ของกลุ่ม Gen Z
Money Matter
28 Oct 2021
3 ตัวเร่ง.. ที่ทำให้เงินเก็บงอกเงย
Money Matter
09 Mar 2023
วินัยทางการเงิน สำคัญยังไง?
Money Matter
26 Sep 2022
คริปโตเคอร์เรนซีนำมาใช้แทนเงินได้จริงหรือ?
KKP Research
27 Feb 2025
โอนเงินผิดบัญชี ต้องทำยังไง?
Good Vibes
15 Feb 2023
ลงทุนแบบ DCA เริ่มเลยตั้งแต่ต้นปี
Investment KnowlEDGE
26 Oct 2023
Money Journey Saving
11 Aug 2020
เลือกของขวัญชิ้นไหน ให้ถูกใจคุณแม่
Good Vibes