Money

พร้อมไว้ ชัวร์กว่า กับ 5 กองทุนเพื่อวัยเกษียณ

Post by | Admin

5_Fund_for_Early_Retire-628x443

เคยคิดกันไหมครับ ว่าหลังเกษียณที่คุณไม่มีรายได้แล้ว คุณจะใช้จ่ายในชีวิตประจำวันด้วยเงินจากแหล่งใด? ถ้าคำตอบคือเงินเก็บ คำถามคือ...คุณมีเพียงพอแล้วหรือยัง? วันนี้เรามีกองทุนที่เป็นแหล่งเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณมาฝาก มีอะไรบ้างไปติดตามกันครับ

1. กองทุนประกันสังคม เป็นกองทุนที่เป็นหลักประกันแก่ผู้ประกันตนว่าจะได้รับประโยชน์ทดแทนเมื่อเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต รวมไปถึงกรณีคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ว่างงาน และชราภาพ โดยเงินสมทบนี้จะมีการจ่ายเข้ากองทุน 3 ส่วนด้วยกัน นั่นคือ จากลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐบาล ซึ่งผลประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพนี้จะได้รับเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
  • ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ : กรณีจ่ายเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน
  • ได้รับเงินบำนาญชราภาพ : กรณีจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือนขึ้นไป
ตัวอย่าง : กรณีเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 (มนุษย์เงินเดือน) ได้รับค่าจ้างเฉลี่ยเดือนสุดท้ายสูงสุดที่ 15,000 บาท สมทบครบ 180 เดือน (15 ปี) จะได้รับบำนาญเดือนละ 3,000 บาททุกเดือน และหากสมทบเกิน 180 เดือน (15 ปี) ก็จะได้เงินบำนาญเพิ่มปีละ 225 บาท (รายละเอียดเพิ่มเติม : สำนักงานประกันสังคม)

2. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เป็นกองทุนที่นายจ้างและลูกจ้าง จัดตั้งขึ้นร่วมกันด้วยความสมัครใจ ส่งเสริมให้ลูกจ้างมีเงินออมไว้ใช้หลังเกษียณ ออกจากกงาน หรือทุพพลภาพ แหล่งเงินออมจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบ่งได้เป็น 4 ส่วนดังนี้
provident_fund-628x548
โดยเงินจากกองทุนทั้ง 4 ส่วนนี้ ลูกจ้างจะได้รับเมื่อพ้นสภาพจากการเป็นสมาชิกกองทุน กรณีออกจากงานอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และเป็นสมาชิกกองทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือพ้นสภาพจากเหตุทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต เงินจากกองทุนดังกล่าวจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีทั้งจำนวน แต่หากคุณออกจากงานก่อนอายุครบ 55 ปี คุณควรนำเงินที่ได้รับดังกล่าวไปลงทุนต่อใน RMF for PVD เพื่อเป็นแหล่งเงินออมไว้ใช้หลังเกษียณ และจะได้รับยกเว้นภาษี

3. กองทุนรวมส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ทั้ง 2 กองนอกจากจะส่งเสริมการออมระยะยาว เป็นแหล่งเงินออมเพื่อการเกษียณแล้ว การลงทุนในกองทุน ทั้ง 2 กองนี้ คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และยังได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนอีกด้วย
SSF-RMF_Compare-628x718
4. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณแก่ข้าราชการเมื่อออกจากราชการ มีลักษณะใกล้เคียงกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงานเอกชน ประกอบไปด้วยเงิน 4 ส่วนนั่นคือ เงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย เงินประเดิม โดยกองทุนจะนำเงินไปลงทุนเพื่อขยายดอกผลตามนโยบายที่ประกาศไว้ และเมื่อข้าราชการซึ่งก็คือสมาชิกกองทุนสิ้นสุดสมาชิกภาพ เช่น เกษียณอายุราชการเมื่ออายุครบ 60 ปี ก็จะสามารถเลือกรับเงินกองทุน เป็นบำเหน็จหรือบำนาญไว้ใช้หลังเกษียณได้ (รายละเอียดเพิ่มเติม : กองทุนบำเหน็จบำนาญข้ารายการ)

5. กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) คือ กองทุนการออมภาคสมัครใจที่รัฐจัดให้กับแรงงานนอกระบบที่มีอายุตั้งแต่ 15-60 ปี ไม่อยู่ในระบบสวัสดิการบำเหน็จบำนาญอื่นของรัฐ หรือเป็นผู้ประกันตน ม.40 ทางเลือก 1 ได้มีเงินเก็บออมไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณ โดยจะได้รับสิทธิเงินบำนาญรายเดือนขั้นต่ำ 600 บาท เมื่อส่งเงินออมสะสม 13,200 บาท/ปี อย่างน้อย 10 ปี ซึ่งหากส่งเงินสะสมในระยะเวลาที่มากกว่า 10 ปี เงินบำนาญรายเดือนก็จะมากขึ้นตามไปด้วย (รายละเอียดเพิ่มเติม : กองทุนการออมแห่งชาติ)

จะเห็นนะครับว่า กองทุนที่เป็นแหล่งเงินออมเพื่อการเกษียณมีอยู่หลายกองให้คุณเลือกลงทุนได้ ตามอาชีพหรือความสมัครใจ แต่ไม่ว่าจะกองทุนไหนล้วนแต่ส่งเสริมให้คุณเห็นความสำคัญของการมีเงินเก็บออมไว้ใช้หลังเกษียณ…อ่านบทความนี้จบแล้ว ก็อย่าลืมเลือกลงทุนในกองทุนเพื่อการเกษียณที่เหมาะกับตัวคุณ ผมหวังว่าคุณจะมีความสุขกับชีวิตเมื่อเกษียณทุกคนครับ
Suggested
06 Dec 2019
สิทธิประโยชน์ทางภาษีต้องรู้กับกองทุนรวม SSF และ RMF ตอน 1
Investment
10 Apr 2020
สิทธิประโยชน์ทางภาษีต้องรู้กับกองทุนรวม SSF, RMF และ TESG
Investment
08 Dec 2020
เลือกกองทุน SSF ยังไง กับโค้งสุดท้ายของการลดหย่อนภาษี
Investment