Money

กลยุทธ์การลงทุนแบบยั่งยืน อีกหนึ่งเคล็ดลับของการลงทุน (ตอน4)

Post by | Admin

บาดแผลพันล้านยูโรของ Softbank เจ็บนี้ ลืมไม่ลง

การที่จะเห็นหุ้นร่วงลงมา 99% ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1ปี คงมีไม่บ่อยนัก และยิ่งเป็นหุ้นที่เป็นขวัญใจมหาชนและรัฐบาลด้วยแล้ว ยิ่งหายากไปกันใหญ่ แต่แล้วสวรรค์ก็ประทาน Wirecard หุ้นขั้นเทพในประเทศเยอรมัน มาให้เราเหล่านักลงทุนได้เห็นเป็นขวัญตา และได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของคำว่า “ธรรมาภิบาล” .......ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับธรรมะ, ศีล5 หรือศาสนาแต่อย่างใด แต่มันคือการบริหารงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ของบริษัทต่างหากละ

 

ผลตอบแทนหุ้น Wirecard ร่วงหนักตั้งแต่ต้นปีถึง 99%

เรื่องมีอยู่ว่า Wirecard เป็นบริษัทที่ก่อตั้งมาในปี 1999 จดทะเบียนในเยอรมัน ทำธุรกิจพวกบัตรและระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศเยอรมนีเป็นหลัก ซึ่งตั้งแต่ปี 2011 บริษัทมีการเติบโตที่รวดเร็ว จากการเข้าไปซื้อกิจการต่างๆในประเทศเอเชีย เช่น อินเดีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง และสิงคโปร์ เป็นต้น ซึ่งการเติบโตแบบก้าวกระโดดทำให้บริษัทกลายเป็นขวัญใจมหาชนไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนรายย่อยหรือรายใหญ่อย่าง Softbank บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ที่เข้าลงทุนไปเกือบพันล้านยูโร รวมไปถึงรัฐบาลของเยอรมันที่เอ็นดู Wirecard เป็นพิเศษ โดยนักลงทุนสนใจมากขนาดในปี2019 มูลค่าตลาดมีมูลค่าสูงกว่า ธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับ1และ2 ของเยอรมันอย่าง Deutsche Bank และ Commerzbank ไปแล้ว

แต่การเติบโตแบบก้าวกระโดดของ Wirecard มาพร้อมกับกระแสข่าวด้านลบจากสำนักข่าวชื่อดังอย่าง Financial times เริ่มตั้งแต่ปี 2015 ที่เชื่อว่าการเข้าซื้อกิจการในประเทศต่างๆของ Wirecard เป็นการเข้าซื้อกิจการที่ผลการดำเนินงานไม่ดี และราคาที่เข้าไปซื้อกิจการก็เป็นราคาที่ไม่เหมาะสม เพราะแพงกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น และยังมีข้อพิรุธที่ออกมาตามหน้าสื่อต่างๆ แสดงถึงรายการทางการเงินที่ผิดปกติของการดำเนินงานในบริษัทลูก เช่น บริษัทที่ร่วมทำธุรกิจด้วยกันในประเทศฟิลิปปินส์ ที่มีผู้บริหารใน Wirecard เป็นเจ้าของอยู่ด้วยนั้น ปรากฏว่าที่อยู่ของบริษัทนั้น กลับกลายเป็นที่อยู่ของชาวบ้านคนนึงที่ไม่รู้จัก Wirecard มาก่อนเลย

 

ซึ่งการต่อสู้กับกระแสข่าวลบๆของ Wirecard เป็นไปอย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ เพราะนอกจากจะสวนกลับด้วยรายงานยืนยันงบการเงินจากบริษัทผู้ตรวจสอบบัญชี Big 4 ชื่อดังอย่าง EY แล้วนั้น ยังได้กำลังเสริมจากทางการเยอรมัน ที่ในปี 2017 ได้ดำเนินการสอบสวนคนออกข่าวไม่ดี ในข้อหาปั่นหุ้น หรือสร้างราคา(ในกรณีนี้ก็คือการทุบราคาหุ้น) และช่วงต้นปี 2019 ได้ออกคำสั่งห้ามทำการ Short selling หุ้น Wirecard (ถ้าไม่ได้ถือหุ้น Wirecard ห้ามขาย) โดยอ้างว่า Wirecard มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ ซึ่งการออกกฎห้ามShort หุ้นรายตัวแบบนี้เป็นการเกิดขึ้นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เยอรมัน แต่ถึงกระนั้น กระแสข่าวลบก็ยังไม่วายเข้ามาเรื่อยๆ จนในช่วงตุลาคม 2019 ผู้บริหารต้องการกู้สถานการณ์ จึงได้แต่งตั้งเพิ่มอีกหนึ่งในผู้ตรวจสอบบัญชี Big 4 ซึ่งก็คือ KPMG มาเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีพิเศษ เพื่อจะมายืนยันว่างบการเงินมีการบันทึกถูกต้อง จนผ่านมาถึงเดือนมีนาคม 2020 (เวลาผ่านไป 6 เดือน) ซึ่งเป็นเวลาที่ KPMG ควรจะต้องออกมาเปิดเผยถึงข้อสรุปแล้ว แต่ผลสรุปถูกเลื่อนออกไป จนมาถึงวันที่ 22 เมษายน 2020 นาย Markus Braun CEO ของ Wirecard ออกมาให้ข่าวถึง ข้อสรุปจาก KPMG ว่าถึงแม้จะมีการเลื่อนข้อสรุปออกไป แต่ผลจะออกมาว่าไม่เจออะไรมากเป็นพิเศษ ไม่มีอะไรผิดปกติ เหตุการณ์ผ่านไปไม่ถึง 1 อาทิตย์ ณ วันที่ 28 เมษายน 2020 KPMG ออกมาเผยแพร่เอกสาร ใจความสำคัญว่า ไม่สามารถยืนยันความถูกต้องของรายได้ของ Wirecard จากบริษัทต่างๆ ที่ร่วมทำธุรกิจด้วยกัน ในเอเชียได้ ส่งผลให้หุ้นWirecard ตกแรงทันที

 

เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2020 EY ได้รับคำตอบจากธนาคารในประเทศที่ฟิลิปปินส์ ที่ Wirecard เคยแจ้งว่ามีเงินวางอยู่ 2 พันล้านยูโร ว่าไม่มีอยู่จริง และเอกสารยืนยันบัญชีนั้น เป็นเอกสารปลอม ซึ่ง Wirecard ต่อมา ออกมายอมรับว่าเงินจำนวนนั้นไม่เคยมีอยู่จริง รวมถึงมีการตกแต่งบัญชีมาหลายปี ส่งผลให้ CEO ถูกจับกุม และต่อมาบริษัทยื่นศาลขอล้มละลายในที่สุด

ปัญหาที่เกิดขึ้นใน Wirecard เป็นเพราะบริษัทขาด “ธรรมาภิบาล” หมายความว่ากระบวนการตรวจสอบการบริหารภายในบริษัทยังไม่แข็งแรงมากพอ และมีช่องให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนได้ โดยจากรายงานของ KPMG ที่ได้ถูกแต่งตั้งให้มาตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ในปี 2016-2018 ทาง EY ได้พยายามตรวจสอบการเข้าซื้อบริษัทในประเทศอินเดีย เพราะมีการค้นพบว่า Wirecard ได้เข้าซื้อกิจการจากบริษัทที่มีผู้บริหารระดับสูงใน Wirecard เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ รวมไปถึงการพยายามให้เงินสินบนกับพนักงานใน EY ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหลายทั้งปวงดูแล้วน่ากังวลและมีพิรุธมาก แต่กลับกลายเป็นว่าผลการตรวจสอบอยู่ภายใต้การดูแลของกลุ่มผู้บริหารระดับสูง แทนที่จะรายงานตรงกับ คณะกรรมการบริหาร (Supervisory Board) ที่มีหน้าที่กำกับดูแลการบริหารงานของกลุ่มผู้บริหารระดับสูง ส่งผลให้กระบวนการตรวจสอบของ EY ในขณะนั้น  ถูกนาย Jan Marsalek กรรมการผู้อำนวยการผ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) แทรกแซงและหยุดการตรวจสอบในที่สุด

 

การวางกระบวนการตรวจสอบในบริษัทที่ดี หรือที่เรียกสั้นๆว่า “ธรรมาภิบาล” นั้น จึงเป็นสิ่งที่ถูกให้ความสำคัญมากขึ้นจากนักลงทุน เพราะถ้าบริษัทยิ่งเข้มงวดในธรรมาภิบาลมากขึ้นเท่าไหร่ ความตุกติกมีพิรุธของกลุ่มคนผู้บริหารก็จะยิ่งลดลง เป็นเกราะป้องกันที่สำคัญให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี การไม่พิจารณาธรรมาภิบาลก่อนการลงทุนจึงเปรียบเสมือนเราปล่อยให้ตัวเองเปลือยเปล่าออกไปต่อสู้ และอย่าลืมว่านักลงทุนน้อยใหญ่ไม่ว่าจะเก่งมาจากไหน ขาดเกราะธรรมภิบาลไปก็เจ็บตัวหมดทั้งนั้น ดูตัวอย่างจาก Softbank  บาดแผลราคาพันล้านยูโร เรียกได้ว่าแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ ดังนั้น ประเด็นด้านธรรมาภิบาลจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนควรพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน

 

ESG คืออะไร?

E คือ สิ่งแวดล้อม (Environment)

S คือ สังคม (Social)

G คือ การบริหารงานที่ดี โปร่งใสและตรวจสอบได้ (Governance)

โดยสรุปการลงทุนแบบ ESG คือการพิจารณารายละเอียดของหุ้นในระดับนโยบาย ประกอบด้วยนโยบายการบริหารงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ความใส่ใจสังคมและความเท่าเทียมทั้งภายในบริษัทหรือชุมชนโดยรอบ รวมถึงการจัดการธุรกิจที่ดี รัดกุมและสามารถตรวจสอบได้

การลงทุนในระยะยาวที่ดีต้องมีการพิจารณาถึงประเด็นด้าน ESG ให้ครบถ้วนบลจ.เกียรตินาคินภัทร จึงขอนำเสนอกองทุน ESG ในรูปแบบหน่วยลงทุนชนิดทั่วไปและหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม (SSF) ในชื่อกองทุน KKP SET50 ESG และ KKP SET50 ESG-SSF ซึ่งเน้นลงทุนตามดัชนี SET50 โดยจะคัดเลือกหุ้นตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทจัดการกำหนด เช่น หลักเกณฑ์ด้านปัจจัยพื้นฐาน หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล จึงมั่นใจได้ว่ากองทุน ESG โดย บลจ.เกียรตินาคินภัทร ได้คัดสรรหุ้นที่ดี มีคุณภาพ และมีความยั่งยืน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว

*การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และควรศึกษาข้อมูลสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม รวมถึงกฎหมายภาษีอากรที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมก่อนตัดสินใจลงทุน / กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบลจ.เกียรตินาคินภัทร ได้ตามอัตราส่วนที่กำหนด โดย บลจ.เกียรตินาคินภัทร จะจัดระบบงานที่ป้องกันธุรกรรมที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์อันอาจเกิดจากนโยบายการลงทุนที่เปิดให้มีการลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการเดียวกัน

 

 

Reference:

Suggested
18 Nov 2020
กลยุทธ์การลงทุนแบบยั่งยืน อีกหนึ่งเคล็ดลับของการลงทุน (ตอน3)
Investment
11 Nov 2020
กลยุทธ์การลงทุนแบบยั่งยืน อีกหนึ่งเคล็ดลับของการลงทุน (ตอน2)
Investment
04 Nov 2020
กลยุทธ์การลงทุนแบบยั่งยืน อีกหนึ่งเคล็ดลับของการลงทุน (ตอน1)
Investment
16 Nov 2020
ช้อปดีมีคืน กับการลดหย่อนภาษีที่ควรรู้
Money