Money Matter
มือใหม่ควรลงทุนอะไรดี ลงทุนมีอะไรบ้าง เริ่มต้นอย่างไรไม่ให้พลาด?
- 20 Apr 26
- 430

ความจริงคือ การลงทุนไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ สิ่งสำคัญคือความเข้าใจพื้นฐาน วางเป้าหมายให้ชัดเจน และเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะกับระดับความเสี่ยงในการลงทุนที่ยอมรับได้ของตัวเอง การเรียนรู้แนวทางการลงทุนสำหรับมือใหม่ในปี 2026 พร้อมคำแนะนำที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ และวางรากฐานทางการเงินที่แข็งแรงตั้งแต่วันนี้
การลงทุนคืออะไร?
ทำไมทุกคนควรเริ่มลงทุนตั้งแต่วันนี้?
การลงทุน คือ การนำเงินที่มีไปต่อยอดให้เกิดผลตอบแทนในอนาคต ไม่ว่าจะในรูปแบบของกำไร ดอกเบี้ย เงินปันผล หรือมูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักคือ สร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งมีหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งหุ้น กองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจส่วนตัว หรือสินทรัพย์ดิจิทัล ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย ระยะเวลา และระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนยอมรับได้
ทำไมทุกคนควรเริ่มลงทุนตั้งแต่วันนี้? เพราะฝากเงินอย่างเดียวไม่พออีกต่อไป เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อที่ราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในเงินจำนวนเท่าเดิม มูลค่าเงินที่แท้จริงจะค่อย ๆ ลดลง การลงทุนที่เหมาะสมจึงสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าในระยะยาว แม้มีความเสี่ยง แต่หากศึกษาข้อมูลและกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม ย่อมเพิ่มโอกาสเติบโตของเงิน จึงควรเริ่มลงทุนตั้งแต่วันนี้ เพื่อเป็นก้าวสำคัญสู่ความมั่นคงทางการเงินในอนาคต
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์
การลงทุนมีอะไรบ้าง? รู้จักสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมดก่อนตัดสินใจ
การเข้าใจสินทรัพย์ลงทุนแต่ละแบบ คือหัวใจสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะมีระดับความเสี่ยง ผลตอบแทน และสภาพคล่องแตกต่างกัน ไม่มีการลงทุนแบบใดดีที่สุด ควรเลือกให้สอดคล้องกับการรับความเสี่ยงของตนเอง
บัญชีเงินฝากประจำและบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง
เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นลงทุนหรือผู้ที่ต้องการรักษาเงินต้นเป็นหลัก โดยบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงมักให้อัตราดอกเบี้ยมากกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป แต่อาจมีการกำหนดเงื่อนไขบางอย่าง เช่น การจำกัดจำนวนครั้งในการถอนเงินอย่างไรก็ตาม บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ KKP SAVVY ให้โอกาสรับดอกเบี้ยสูงสุดถึง 1.60% ต่อปี พร้อมความยืดหยุ่นในการฝากและถอนเงินได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเก็บออมเงินไว้ใช้จ่ายในอนาคต พร้อมรับดอกเบี้ยในอัตราที่คุ้มค่าไปพร้อมกัน
หมายเหตุ: อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารเกียรตินาคินภัทรกำหนด โปรดศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์โดยละเอียด
- ข้อดี: ปลอดภัยสูง สภาพคล่องดี เหมาะกับเก็บเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน จุดเริ่มต้นการลงทุน
- ข้อจำกัด: ผลตอบแทนไม่สูงมากพอที่จะชนะเงินเฟ้อและสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว
สลากออมทรัพย์
สำหรับผู้ที่อยากออมเงินแต่ไม่อยากให้เงินฝาก “นิ่งอยู่เฉย ๆ” สลากออมทรัพย์ เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะได้รับเงินต้นคืนเมื่อครบกำหนดแล้ว ยังมีโอกาสลุ้นรับรางวัลในแต่ละงวด โดยที่เงินต้นยังคงอยู่ครบสลากออมทรัพย์เป็นผลิตภัณฑ์เงินฝากของธนาคารรัฐที่มีรูปแบบแตกต่างจากเงินฝากทั่วไป โดยผลตอบแทนบางส่วนจะอยู่ในรูปแบบของ รางวัลจากการจับสลาก แทนการรับดอกเบี้ยทั้งหมด ผู้ที่ซื้อสลากยังคงเป็นเจ้าของเงินต้นเต็มจำนวน และในแต่ละงวดจะมีการออกรางวัลทุกวันที่ 16 ของเดือน โดยดำเนินการออกรางวัลผ่านสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งใช้ระบบเดียวกับการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล
- ข้อดี: ความเสี่ยงต่ำมาก ถือจนครบกำหนดเวลาเงินต้นแทบไม่สูญหาย บางรุ่นให้ผลตอบแทนดีกว่าฝากออมทรัพย์
- ข้อจำกัด: สภาพคล่องไม่สูงเท่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หากถอนก่อนกำหนดอาจไม่ได้สิทธิ์ลุ้นรางวัลหรือผลตอบแทนต่ำลง
พันธบัตรรัฐบาล
คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยกระทรวงการคลังหรือหน่วยงานภาครัฐ เพื่อระดมทุนไปใช้พัฒนาเศรษฐกิจหรือชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ผู้ลงทุนจึงมีสถานะเป็น เจ้าหนี้ของรัฐบาล และจะได้รับดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนด พร้อมรับเงินต้นคืนเมื่อครบกำหนดไถ่ถอนโดยทั่วไปพันธบัตรรัฐบาลให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 3% ต่อปี ซึ่งมักสูงกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป และมีความผันผวนน้อยกว่าการลงทุนในหุ้น อย่างไรก็ตาม ตราสารหนี้ยังรวมถึง หุ้นกู้เอกชน ซึ่งมีผลตอบแทนและความเสี่ยงแตกต่างกันตามอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของผู้ออกตราสาร
- ข้อดี: ความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนสูงกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์
- ข้อจำกัด: ผลตอบแทนต่ำกว่าหุ้นในระยะยาว
กองทุนรวม
คือ การนำเงินของผู้ลงทุนหลายคนมารวมกัน โดยมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพบริหารจัดการเงินกองทุนตามนโยบายที่กำหนด ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงสินทรัพย์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมตลาดเงิน กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมหุ้น หรือกองทุนรวมผสม ลดความยุ่งยากของการเลือกลงทุนด้วยตัวเองและยังช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีขึ้นอีกด้วยสำหรับใครที่กำลังสนใจเริ่มต้นลงทุนในกองทุนรวม และอยากมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิด การลงทุนกับกองทุนรวมของ บลจ.เกียรตินาคินภัทรเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองทุนรวม
หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
- ข้อดี: กระจายความเสี่ยง เหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่มีเวลาศึกษาหุ้นรายตัว เริ่มต้นด้วยเงินไม่มาก
- ข้อจำกัด: มีความผันผวนตามสภาวะตลาด ไม่รับประกันเงินต้นและผลตอบแทน
ETF และ Index Fund
สำหรับผู้ที่มองหาโอกาสเติบโตไปพร้อมกับตลาดหุ้นสหรัฐ โดยเฉพาะดัชนี S&P 500 ซึ่งเป็นหนึ่งในดัชนีชั้นนำของโลก กองทุนเปิด KKP US500 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่นักลงทุนมือใหม่ไม่ควรพลาด
หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
- ข้อดี: ค่าธรรมเนียมต่ำ โปร่งใส กระจายความเสี่ยงในหุ้นหลายตัวพร้อมกัน
- ข้อจำกัด: มีความผันผวนตามสภาวะตลาด
การลงทุนในหุ้น
คือ การซื้อความเป็นเจ้าของบางส่วนของบริษัท โดยผลตอบแทนมาจากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นและเงินปันผล นักลงทุนต้องมีความรู้และมีวินัยในการลงทุน โดยหุ้นต่างประเทศกระจายความเสี่ยงได้ดี แต่เสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน- ข้อดี: มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงในระยะยาว
- ข้อจำกัด: ราคามีความผันผวนมาก
กองทุนอสังหาริมทรัพย์ REITs
คือ กองทุนที่นำเงินไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เช่น ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม หรือคลังสินค้า ผู้ลงทุนจะได้รับรายได้จากค่าเช่าในรูปแบบเงินปันผลสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและบริหารจัดการโดยมืออาชีพ กองทุนเปิด KKP PROP?D เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยนโยบายลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากการลงทุน
หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
- ข้อดี: กระแสเงินสดสม่ำเสมอ ใช้เงินเริ่มต้นไม่สูงเหมือนการซื้ออสังหาริมทรัพย์เอง
- ข้อจำกัด: ราคาหน่วยลงทุนอาจผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ย
ทองคำ
มักถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจผันผวนหรือเงินเฟ้อสูง ราคาทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับตลาดหุ้นบางช่วง- ข้อดี: เหมาะกับการกระจายความเสี่ยง
- ข้อจำกัด: ไม่มีเงินปันผลหรือดอกเบี้ย ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับส่วนต่างราคาเป็นหลัก
คริปโทเคอร์เรนซี
เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน เหมาะกับผู้ที่เข้าใจเทคโนโลยีและรับความเสี่ยงได้สูง ควรลงทุนในสัดส่วนเล็ก ๆ ของพอร์ต และไม่ใช้เงินที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต- ข้อดี: ทำธุรกรรมข้ามประเทศได้รวดเร็วโดยไม่ผ่านตัวกลาง สร้างผลตอบแทนสูง
- ข้อจำกัด: มีความผันผวนสูงมากในระยะสั้น มีโอกาสขาดทุนหนัก
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
เช่น บ้าน คอนโด หรือที่ดิน มีโอกาสสร้างรายได้จากค่าเช่าและกำไรจากราคาที่เพิ่มขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีเงินทุนพร้อมและมองการลงทุนในระยะยาว- ข้อดี: สินทรัพย์จับต้องได้ ใช้ประโยชน์ได้
- ข้อจำกัด: เงินลงทุนสูง มีภาระการดูแลรักษา มีความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง เพราะการขายต่อใช้เวลานาน
ตารางเปรียบเทียบ
ความแตกต่างในการลงทุนแต่ละรูปแบบ
ตารางเปรียบเทียบการลงทุนในแต่ละแบบ มีความแตกต่างกันอย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง
ที่มา: กลต., ตลาดหลักทรัพย์
มือใหม่ควรลงทุนอะไรดี? จัดอันดับตามงบประมาณเริ่มต้น
เพราะแต่ละคนมีงบประมาณและเป้าหมายทางการเงินต่างกัน การเลือกการลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงและเงินตั้งต้นเป็นสิ่งสำคัญ

มีเงิน 1,000 - 5,000 บาท ลงทุนอะไรดี?
เป้าหมายหลัก : เริ่มต้นด้วยสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ เน้นสร้างวินัยในการออมและการลงทุน เรียนรู้ระบบการลงทุนก่อนขยับไปสินทรัพย์ที่เสี่ยงสูงขึ้นตัวเลือกที่เหมาะสม: กองทุนรวมตลาดเงิน, สลากออมทรัพย์, การลงทุนแบบ DCA ในกองทุนรวม
- กองทุนรวมตลาดเงิน ความเสี่ยงต่ำมาก สภาพคล่องสูง ถอนง่าย เหมาะกับการพักเงินและเรียนรู้ระบบการลงทุน เริ่มต้นตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันบาท
- สลากออมทรัพย์ ความเสี่ยงต่ำ เงินต้นปลอดภัยและมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลเพิ่มผลตอบแทน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินแบบมีแรงจูงใจ
- ลงทุนแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) ในกองทุนรวม คือ การทยอยลงทุนจำนวนเงินเท่า ๆ กันทุกเดือน เช่น เดือนละ 1,000 บาท ในกองทุนรวมหุ้นหรือกองทุนรวมผสม มือใหม่ที่ต้องการลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด
มีเงิน 10,000 บาท ลงทุนอะไรดี?
เป้าหมายหลัก: เริ่มสร้างพอร์ตการลงทุนอย่างจริงจัง คำนึงถึงการกระจายความเสี่ยง ไม่ควรลงทุนทั้งหมดในสินทรัพย์เดียว ควรวางแผนระยะยาวมากกว่าเก็งกำไรระยะสั้น และเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ อาจแบ่งบางส่วนในหุ้น หรือกระจายบางส่วนไปยังกองทุนรวมเพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ตตัวเลือกที่เหมาะสม: กองทุน ETF, กองทุนรวมหุ้น, การเปิดพอร์ตหุ้น
- กองทุน ETF / Index Fund เน้นกระจายลงทุนในหุ้นหลายตัวพร้อมกัน ค่าธรรมเนียมต่ำ เหมาะกับลงทุนระยะยาว ลดความเสี่ยงจากการเลือกหุ้นรายตัว เหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการลงทุนในหุ้นแต่ยังไม่มั่นใจเลือกหุ้นเอง
- กองทุนรวมหุ้น มีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพบริหารจัดการ เลือกลงทุนได้ทั้งหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ ความเสี่ยงปานกลางถึงสูง มีโอกาสเติบโตดีในระยะยาว เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาศึกษาหุ้น แต่ต้องการผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้
- เปิดพอร์ตหุ้นและลงทุนเอง เลือกซื้อหุ้นรายตัวได้เอง โอกาสสร้างผลตอบแทนสูง แต่ความผันผวนสูงเช่นกัน ต้องศึกษาพื้นฐานบริษัท งบการเงิน และแนวโน้มอุตสาหกรรม เหมาะกับผู้ที่มีความรู้และรับความเสี่ยงได้มากกว่า
มีเงิน 50,000 - 100,000 บาท ลงทุนอะไรดี?
เป้าหมายหลัก:เริ่มจัดพอร์ตการลงทุนด้วยการกระจายความเสี่ยงในหลายสินทรัพย์ ลดความผันผวน มีการวางแผนการลงทุนระยะยาวและทบทวนพอร์ตทุก 6 – 12 เดือน การลงทุนอย่างสม่ำเสมอและมีวินัยจะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงมากขึ้นในระยะยาวตัวเลือกที่เหมาะสม: จัดพอร์ตลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง ไม่ควรลงทุนทั้งหมดในสินทรัพย์ประเภทเดียว
ตัวอย่างการจัดพอร์ตสำหรับมือใหม่
- พอร์ตสายสมดุล (Balanced Portfolio)
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการเติบโตของเงินลงทุน แต่ยังต้องการควบคุมความผันผวนของพอร์ต
- ตัวอย่างสัดส่วนที่แนะนำ: 40% กองทุนหุ้น / ETF, 30% กองทุนตราสารหนี้, 20% REITs หรือกองทุนอสังหาฯ และ 10% ทองคำ
- พอร์ตสายเติบโต (Growth Portfolio)
- เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้มากขึ้น มีเป้าหมายลงทุนระยะยาว รับความผันผวนได้
- ตัวอย่างสัดส่วนที่แนะนำ: 60 - 70% หุ้นไทย / หุ้นต่างประเทศ / ETF หุ้น 15 - 20% REITs 10% ทองคำ ส่วนที่เหลือเป็นเงินสดหรือกองทุนรวมตลาดเงิน
- พอร์ตสายระมัดระวัง (Conservative Portfolio)
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาเงินต้นเป็นหลัก และเน้นเสถียรภาพของพอร์ต
- ตัวอย่างสัดส่วนที่แนะนำ: 40 – 50% ตราสารหนี้ / พันธบัตรรัฐบาล, 20 – 30% กองทุนหุ้น, 10 – 20% ทองคำ และส่วนที่เหลือเป็นเงินสดสำรอง
มีเงิน 1 ล้านบาทขึ้นไปลงทุนอะไรดี?
เป้าหมายหลัก:วางแผนการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว มีเงินสำรองฉุกเฉินแยกไว้ก่อนลงทุน กระจายความเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ ทบทวนพอร์ตอย่างน้อยปีละครั้ง คาดหวังผลตอบแทนระยะยาวมากกว่าระยะสั้นตัวเลือกที่เหมาะสม: อสังหาริมทรัพย์, หุ้นปันผล, กองทุนหลายประเภท
- อสังหาริมทรัพย์ เหมาะกับผู้ที่ต้องการสินทรัพย์จับต้องได้และสร้างผลตอบแทนในระยะยาว เช่น คอนโดเพื่อปล่อยเช่า บ้านเช่า หรือที่ดิน สร้างรายได้จากค่าเช่าและกำไรจากราคาที่เพิ่มขึ้น
- หุ้นปันผล เหมาะกับผู้ที่ต้องการ Passive Income และรับความผันผวนของตลาดได้ โดยเลือกบริษัทพื้นฐานดี จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ และมีโอกาสได้กำไรจากราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น
- กองทุนหลากหลายประเภท เหมาะสำหรับการจัดพอร์ตการลงทุนแบบเต็มรูปแบบ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาสินทรัพย์เดียว และสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงกับโอกาสเติบโต สามารถกระจายลงทุนในหลายกองทุน เช่น กองทุนรวมหุ้นไทยและต่างประเทศ, ETF ต่างประเทศ, กองทุนรวมตราสารหนี้, REITs, ทองคำ เป็นต้น
ลงทุนอะไรดี ความเสี่ยงน้อย แต่ได้ผลตอบแทนดี?
ความเสี่ยง vs ผลตอบแทน: หลักการพื้นฐานที่ต้องเข้าใจ (Risk - Return Tradeoff)
ยิ่งคาดหวังผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงก็ยิ่งสูงตามไปด้วย ดังนั้น หากพบข้อเสนอการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ ควรระมัดระวังเพราะอาจมีความเสี่ยงซ่อนอยู่ การลงทุนที่ดีควรอยู่บนความรอบคอบ ศึกษาข้อมูลอย่างเหมาะสม และไม่คาดหวังผลตอบแทนเหนือความเป็นจริงแชร์เทคนิคเสี่ยงน้อย ผลตอบแทนดี
- กระจายความเสี่ยง (Diversification) ไม่ควรลงทุนทั้งหมดในสินทรัพย์เดียว การแบ่งเงินลงทุนให้หลากหลายสามารถช่วยลดความผันผวนของพอร์ตได้
- ลงทุนระยะยาว การลงทุนระยะยาวช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนระยะสั้น
- ลงทุนสม่ำเสมอ (DCA) การทยอยลงทุนเป็นประจำจำนวนเท่า ๆ กัน ช่วยลดความเสี่ยงจากการจับจังหวะตลาดผิด และเป็นวิธีเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่
- เลือกสินทรัพย์ตามระดับความเสี่ยงที่รับได้จริง อย่าเลือกการลงทุนจากผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาความเสี่ยงที่สามารถรับได้เพื่อให้พอร์ตเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
มือใหม่ควรเลือกระดับความเสี่ยงเท่าไร?
- หากผลประเมินออกมาว่า รับความเสี่ยงได้ต่ำ ก็เลือกสินทรัพย์ระดับความเสี่ยง 1–3 ตามมาตรฐานกองทุนรวมไทย ซึ่งเป็นตราสารหนี้และตลาดเงินที่ผันผวนน้อยและเหมาะกับผู้ต้องการรักษาเงินต้น
- หากผลประเมินอยู่ที่ ปานกลาง สามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ระดับ 4–5 เช่น กองทุนรวมตราสารหนี้และกองทุนรวมผสมที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการเติบโตแต่ยังไม่ต้องการความเสี่ยงสูงมาก
- หากผลประเมินบอกว่า รับความเสี่ยงได้สูง สามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ระดับ 6–8 เช่น กองทุนรวมหุ้น กองทุนรวมอุตสาหกรรมเฉพาะทาง หรือสินทรัพย์ทางเลือกที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงแต่ผันผวนมากตามมาตรฐานระดับความเสี่ยงของอุตสาหกรรม
ขั้นตอนเริ่มต้นลงทุนสำหรับมือใหม่ทำอย่างไร?
การเริ่มต้นลงทุนอย่างมีระบบเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความผิดพลาด และช่วยวางรากฐานที่มั่นคงให้กับแผนการเงินในระยะยาว โดยมีขั้นตอนสำคัญดังต่อไปนี้

สำรวจสถานะการเงินตัวเอง
ก่อนเริ่มลงทุน ผู้ลงทุนควรทบทวนรายรับ รายจ่าย ภาระหนี้สิน และสภาพคล่องทางการเงิน พร้อมจัดสรรเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3–6 เดือนของค่าใช้จ่ายไว้ในบัญชีสภาพคล่องสูงที่สามารถถอนมาใช้ได้ทันทีหากจำเป็นตั้งเป้าหมายการลงทุนตามช่วงเวลา (ระยะสั้น / กลาง / ยาว)
การกำหนดวัตถุประสงค์และระยะเวลาการลงทุนเป็นขั้นตอนสำคัญในการเลือกผลิตภัณฑ์ทางการ เงินที่เหมาะสม โดยทั่วไปสามารถแบ่งเป้าหมายเป็น ระยะสั้น 1 - 3 ปี ,ระยะกลาง 3 - 7 ปี และระยะยาว 10 ปีขึ้นไปทำแบบทดสอบระดับความเสี่ยง (Risk Profile)
ก่อนลงทุน ผู้ลงทุนควรทำแบบประเมินระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ผ่านแบบทดสอบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถเลือกผลิตภัณฑ์การลงทุนได้อย่างเหมาะสมกับความสามารถในการรับความผันผวนของแต่ละบุคคล โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดระดับความเสี่ยงผลิตภัณฑ์การลงทุนไว้ 8 ระดับ ดังนี้หมายเหตุ:
- การจัดระดับอาจแตกต่างกันตามรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ไม่ใช่แค่ประเภทสินทรัพย์
- กองทุนรวมเดียวกันอาจมีระดับความเสี่ยงต่างกันตามนโยบายการลงทุน
- ก่อนลงทุนควรทำแบบประเมินความเสี่ยงตามที่บริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทจัดการกองทุนกำหนด
เลือกช่องทางและเปิดบัญชีลงทุน
การเปิดบัญชีลงทุนปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคารหรือแพลตฟอร์มการลงทุนต่าง ๆ โดยควรพิจารณาค่าธรรมเนียม ความน่าเชื่อถือ มาตรฐานการให้บริการ และความสะดวกในการใช้งานประกอบการตัดสินใจเริ่มลงทุนด้วยกลยุทธ์ DCA (Dollar-Cost Averaging)
การเริ่มลงทุนด้วยจำนวนเงินเท่า ๆ กันอย่างสม่ำเสมอ (DCA) เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่และมนุษย์เงินเดือน เพราะช่วยสร้างวินัยการลงทุน ลดความเสี่ยงจากการจับจังหวะตลาด และส่งเสริมผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในระยะยาวที่มา: ตลาดหลักทรัพย์
สิ่งที่นักลงทุนมือใหม่ต้องระวังมีอะไรบ้าง?
-
ลงทุนตามกระแสโดยไม่ศึกษาข้อมูล
หลีกเลี่ยงการตัดสินใจลงทุนจากคำชวนหรือกระแสสังคมโดยขาดการวิเคราะห์ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลพื้นฐานของสินทรัพย์ เช่น ความเสี่ยง นโยบายการลงทุน และปัจจัยที่มีผลต่อราคาอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุน -
ไม่กระจายความเสี่ยง (ลงทุนในสินทรัพย์เดียว)
เลือกทุ่มเงินทั้งหมดในหุ้นตัวเดียวหรือสินทรัพย์ประเภทเดียว อาจได้รับผลกระทบเมื่อเกิดความผันผวน แนะนำให้กระจายพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท เพื่อบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม -
นำเงินสำรองฉุกเฉินมาลงทุน
ไม่ควรนำเงินที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือเงินสำรองฉุกเฉินมาลงทุน เนื่องจากอาจจำเป็นต้องขายสินทรัพย์ในช่วงที่ราคาไม่เหมาะสมส่งผลให้ขาดทุนโดยไม่จำเป็น -
ตื่นตระหนกเมื่อตลาดผันผวน (Panic Sell)
ผู้ลงทุนรายใหม่มักเกิดความกังวลเมื่อมูลค่าพอร์ตลดลงและตัดสินใจขายสินทรัพย์ทันที ซึ่งอาจทำให้ขาดทุนโดยไม่จำเป็น การลงทุนควรยึดตามเป้าหมายและระยะเวลาที่กำหนดไว้ พร้อมเข้าใจว่าความผันผวนเป็นส่วนหนึ่งของตลาด -
ขาดเป้าหมายและวินัยในการลงทุน
การลงทุนโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ตามอารมณ์ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงในการขาดทุนสูง ผู้ลงทุนควรกำหนดวัตถุประสงค์ ระยะเวลาการลงทุน และติดตามทบทวนพอร์ตตามระยะเวลาที่วางแผนไว้ -
มองข้ามค่าธรรมเนียมและภาษี
ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ค่าบริหารจัดการกองทุน รวมถึงภาษีที่เกี่ยวข้องอาจส่งผลต่อผลตอบแทนโดยรวม ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดค่าใช้จ่ายให้ครบถ้วน และเลือกผลิตภัณฑ์หรือแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับรูปแบบการลงทุนของตนเอง -
คาดหวังผลตอบแทนเกินจริงหรือหลงเชื่อการลงทุนที่ไม่น่าเชื่อถือ
ข้อเสนอที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติหรือไม่มีความชัดเจนมักเกี่ยวข้องกับการหลอกลวง ผู้ลงทุนควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ และทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
แม้ว่าการลงทุนจะมีความเสี่ยง แต่ก็เป็นโอกาสสร้างผลตอบแทนและเพิ่มความมั่งคั่งในระยะยาว นักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นอย่างมั่นใจควรทำความเข้าใจความเสี่ยงของแต่ละประเภทสินทรัพย์ มีวินัยในการลงทุนและศึกษาข้อมูลประกอบการตัดสินใจอย่างรอบคอบ
สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นลงทุนแต่ยังไม่มั่นใจ กองทุนรวมของ บลจ.เกียรตินาคินภัทรเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยกระจายความเสี่ยง พร้อมเปิดโอกาสให้เข้าถึงสินทรัพย์หลากหลายทั้งในและต่างประเทศ แม้ไม่มีประสบการณ์ก็สามารถเริ่มลงทุนได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างความมั่นคงและเติบโตให้เงินลงทุนในระยะยาว
หากสนใจเริ่มต้นลงทุนในกองทุน สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองทุนรวม ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- กองทุนรวม เหมาะสำหรับผู้ลงทุนมือใหม่หรือผู้ที่ไม่มีเวลาติดตามข้อมูล เนื่องจากมีผู้จัดการกองทุนดูแลการลงทุน และช่วยกระจายความเสี่ยงในพอร์ตได้ดี
- หุ้นรายตัว มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า แต่ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจในธุรกิจ และความสามารถในการรับความผันผวนของตลาด
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์