Money
ช้อปดีมีคืน กับการลดหย่อนภาษีที่ควรรู้
Post by | Admin

ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อช่วยภาคธุรกิจและผู้บริโภคในหลายๆ รูปแบบ หลังจากเศรษฐกิจได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19
หนึ่งในมาตรการที่ออกมาช่วยผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคือ ช้อปดีมีคืน ซึ่งผู้ซื้อสินค้าและบริการสามารถนำใบกำกับภาษีมาลดหย่อนภาษีได้ สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท โดยสินค้าและบริการที่นำมาลดหย่อนได้จะต้องอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือ สินค้าโอทอป หรือ หนังสือรวมถึงอีบุ๊ค
นอกจากนี้ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิโครงการช้อปดีมีคืน จะต้องไม่เป็นผู้ใช้สิทธิในโครงการคนละครึ่งและไม่เป็นผู้ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คือเลือกได้อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
สำหรับโครงการช้อปดีมีคืน เงื่อนไขการใช้สิทธิมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ทำให้หลายคนมีข้อสงสัย หรือยังสับสนในหลายเรื่อง วันนี้ KKP Advice Center จึงได้หยิบเอาประเด็นที่คนมักจะสับสนมาเล่าให้ฟัง
ใบเสร็จรับเงิน ไม่เท่ากับ ใบกำกับภาษี
การใช้สิทธิในโครงการช้อปดีมีคืน ผู้ใช้สิทธิจะต้องมีเอกสารที่ยืนยันว่ามีการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการที่เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการจริง เอกสารที่จะใช้ยืนยันและจะต้องเก็บเป็นหลักฐานไว้เผื่อกรณีมีการเรียกดูเอกสาร ได้แก่
- ใบกำกับภาษี สำหรับสินค้าและบริการที่อยู่ในระบบ VAT
- ใบเสร็จรับเงิน กรณีที่เป็นสินค้าโอทอป หรือ หนังสือกับอีบุ๊ค ซึ่งได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
บางคนอาจจะยังสับสนระหว่างใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงิน หรือคิดว่าใช้ได้เหมือนกัน ซึ่งไม่ถูกต้องซะทีเดียว ทั้งนี้เอกสารที่ใช้ยืนยันเพื่อใช้สิทธิจะต้องระบุชัดเจนว่าเป็นเอกสารใบกำกับภาษี ใส่ชื่อและนามสกุลที่ตรงกับชื่อผู้เสียภาษี และมีที่อยู่ปัจจุบันที่ติดต่อได้
ซื้อของ 30,000 บาท ไม่ใช่ได้ภาษีคืน 30,000 บาท
สิทธิลดหย่อนได้สูงสุด 30,000 บาท หมายความว่าผู้เสียภาษีสามารถนำเอายอด 30,000 นี้ไปหักออกจากเงินได้ แล้วจึงนำเงินได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนไปคำนวณภาษีอีกที ดังนั้นจำนวนเงินภาษีที่ได้คืนขึ้นอยู่กับขั้นอัตราภาษีของแต่ละคน ตารางด้านล่างแสดงเงินภาษีที่จะได้คืนสูงสุดจากโครงการช้อปดีมีคืนของแต่ละขั้นภาษี

ซื้อของแบ่งจ่ายรายเดือน ลดหย่อนภาษีได้
การซื้อสินค้าแบบที่มีการแบ่งจ่ายเป็นรายเดือนผ่านบัตรเครดิต หากเป็นการซื้อสินค้าในช่วงเวลาที่โครงการกำหนด จะถือว่าเป็นการซื้อสินค้าที่ตรงตามเงื่อนไขและสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ส่วนการผ่อนชำระนั้น เป็นเหมือนการขอสินเชื่อกับธนาคาร ซึ่งไม่ได้ผิดเงื่อนไขของโครงการช้อปดีมีคืน
Shopping Online ก็ลดหย่อนภาษีได้
ปัจจุบันการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันสำหรับคนทั่วไป ที่นอกจากจะสะดวก ใช้งานง่าย หลายๆ ครั้งการซื้อของออนไลน์ยังให้ส่วนลดที่มากกว่าการเดินทางไปซื้อของด้วยตนเองอีก ซึ่งหากเป็นการซื้อผ่านร้านออนไลน์ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็สามารถแจ้งให้ร้านค้าออกใบกำกับภาษีและนำมาใช้ลดหย่อนภาษีในโครงการช้อปดีมีคืนได้เช่นกัน
รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนอื่นๆ แล้วไม่ถึง150,000 บาท ไม่ได้ช่วยประหยัดภาษี
สำหรับผู้ที่มีรายการลดหย่อนอื่นๆ อยู่แล้ว หากคำนวณรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แล้วไม่ถึง 150,000 บาท กรณีนี้รายได้อยู่ในขั้นภาษีที่ได้รับการยกเว้นอยู่แล้ว การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มจากโครงการช้อปดีมีคืน จะไม่ได้ช่วยให้ได้ประโยชน์จากการประหยัดภาษีเพิ่มขึ้น
ซื้อทอง หรือ เติมน้ำมัน ใช้ลดหย่อนไม่ได้ เนื่องจากสินค้าทั้งสองอย่างนี้ไม่ได้อยู่ในระบบ VAT
สำหรับบางคนอาจมองถึงสินค้าที่สะสมได้และมูลค่าอาจเพิ่มขึ้นเช่นทองคำ ว่าหากลดหย่อนภาษีได้ด้วยก็เหมือนได้กำไรมาแล้ว หรืออาจมองถึงค่าใช้จ่ายก้อนโตอย่างค่าน้ำมันรถเป็นต้น แต่ในความเป็นจริงแล้วสินค้าทั้งสองประเภทนี้ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงไม่เข้าเงื่อนไขที่จะใช้สิทธิลดหย่อนในโครงการ
สุดท้ายนี้ก่อนที่จะพิจารณาว่าสินค้าและบริการไหนที่เข้าเงื่อนไขลดหย่อนภาษีได้บ้าง ผู้เสียภาษีควรจะพิจารณาความคุ้มค่าของสิ่งที่จะซื้อและฐานภาษีของตนเองด้วย นอกจากนี้หากการซื้อสินค้า 30,000 บาทเพื่อลดหย่อนภาษีได้หลักพันแต่ต้องกู้หนี้ยืมสิน หรือนำเงินในอนาคตมาใช้ก็อาจจะไม่คุ้มกับเงินภาษีที่คืนมาก็ได้

