Money

กลยุทธ์การลงทุนแบบยั่งยืน อีกหนึ่งเคล็ดลับของการลงทุน (ตอน1)

Post by | Admin

ตลาดหุ้นปัจจุบันมีการตอบสนองอย่างฉับไวต่อปัจจัยต่าง ๆ ที่มากระทบ ทั้งการระบาดของไวรัส COVID-19 ความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีน หรือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน

การลงทุนที่สร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว แบบไม่เสี่ยงและไม่ผันผวนจนเกินไปจึงดูเป็นเรื่องยาก แต่ก็ยังสามารถทำได้ ด้วยเคล็ดลับการลงทุนในหุ้นที่คาดว่าจะเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งเคล็ดลับนั้นก็คือ การลงทุนแบบ ESG

ESG คืออะไร?
E คือ สิ่งแวดล้อม (Environment)

S คือ สังคม (Social)
G คือ การบริหารงานที่ดี โปร่งใสและตรวจสอบได้ (Governance)

โดยสรุปคือการพิจารณารายละเอียดของหุ้นในระดับนโยบาย ประกอบด้วยนโยบายการบริหารงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ความใส่ใจสังคมและความเท่าเทียมทั้งภายในบริษัทหรือชุมชนโดยรอบ รวมถึงการจัดการธุรกิจที่ดี รัดกุมและสามารถตรวจสอบได้

จากการจัดลำดับกองทุนหุ้นประเทศสหรัฐฯ ของบริษัทมอนิ่งสตาร์ ณ วันที่ 30 ก.ย. 63 ได้ผลว่าในกลุ่มกองทุนที่มีผลตอบแทนดีมากและสม่ำเสมอในระยะยาว (กองทุนที่ได้ 5 ดาว) เป็นกองทุนที่ให้ความสำคัญกับ ESG มากกว่าครึ่งของกองทุนทั้งหมด และมีเพียง 20% ที่เป็นกองทุนที่มีคะแนน ESG ต่ำ ในขณะที่กองทุนที่ได้มอนิ่งสตาร์ 1ดาว เป็นกองทุนที่มีคะแนน ESG ต่ำ มากกว่าครึ่ง

กราฟแสดงสัดส่วนกองทุนหุ้นประเทศสหรัฐฯ ESG ของแต่ละลำดับกลุ่มกองทุนมอนิ่งสตาร์(1ดาว-5ดาว)

 

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยถึงการสร้างผลกำไรของหุ้น ESG ในระยะยาว พบว่า 63% จากงานวิจัยทั้งหมดทั่วโลกชี้ว่า ESG ทำเงินได้จริง และมีเพียง 8% เท่านั้นที่ได้ผลตรงกันข้าม

ดังนั้น จึงไม่แปลกที่จะเห็นนักลงทุนให้ความสนใจกับหุ้น ESG และกองทุนรวม ESG มากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากปริมาณเงินที่ไหลเข้ากองทุนกลุ่ม ESG อย่างต่อเนื่อง ทั้งในอเมริกา ยุโรป และเอเชีย

ไม่เพียงเท่านั้น ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา กองทุนที่เกี่ยวกับ ESG ทั่วโลก มีมูลค่ารวมกันสูงถึงล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ (ขนาดประมาณ GDP ประเทศไทย 2 ประเทศรวมกัน) ซึ่งเทียบกับเมื่อ 2 ปีก่อน มีขนาดเพียง 5 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เท่านั้น

ย้อนกลับมาที่ฝั่งไทย บริษัทมอนิ่งสตาร์ (ประเทศไทย) ได้รวบรวมข้อมูลกองทุนหุ้นในประเทศไทยเพื่อทำการเปรียบเทียบ และได้ผลมาในลักษณะเดียวกันกับกองทุนหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งก็คือกองทุนที่มีผลตอบแทนดีมากและสม่ำเสมอในระยะยาว (กองทุนที่ได้ 5 ดาว) มีพอร์ตการลงทุนเป็นหุ้นที่คำนึงถึง ESG สูงถึงเกือบ 80% และมีเพียง 20% เป็นกองทุนหุ้นที่มีคะแนน ESG ต่ำ


กราฟแสดงสัดส่วนกองทุนหุ้นไทย ESG ของแต่ละลำดับกลุ่มกองทุนมอนิ่งสตาร์(1ดาว-5ดาว)

 

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่ากองทุน ESG เป็นมากกว่าสิ่งที่หลาย ๆ คนคิดกันว่า เป็นการลงทุนเพื่อทำความดี สะสมแต้มทำบุญ หรือสร้างคุณธรรมภายในตัวเองเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว กองทุน ESG เป็นกองทุนที่สามารถช่วยสร้างผลตอบแทน และเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้กับผู้ลงทุนได้แบบยั่งยืน

อีกหนึ่งแหล่งข้อมูลที่สนับสนุนคือผลวิจัยจาก Goldman Sachs (GS SUSTAIN) ที่ศึกษาด้าน ESG โดยเฉพาะ ได้ค้นพบว่าหุ้นที่ทำนโยบาย ESG ดี จะได้กำไรต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในระยะยาวสูงกว่าบริษัทที่ไม่ทำนโยบาย ESG

ซึ่งการที่บริษัทที่มี ESG ที่ดีกว่า สามารถทำให้ผลกำไรดีกว่านั้น บริษัทวิจัยที่มีชื่อเสียงอย่าง McKinsey ได้ให้เหตุผลไว้ทั้งหมด 5 ข้อ คือ 1.บริษัทจะขายของได้ดีกว่า เนื่องจากผลิตภัณฑ์จะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากกว่า 2.ลดต้นทุนได้มากกว่า 3.ได้ประโยชน์จากภาครัฐมากกว่าทั้งในรูปแบบตัวเงินหรือความร่วมมือ 4.ประสิทธิภาพของพนักงานในองค์กรเพิ่มขึ้น 5.ลงทุนในโปรเจคที่ได้ผลตอบแทน (IRR) สูงกว่า ซึ่งเป็นโปรเจคที่สามารถสร้างรายได้ในระยะยาวมากกว่า

จากข้อมูลอ้างอิงข้างต้น ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่าในระยะยาวแบบยั่งยืนแล้วนั้น นโยบาย ESG ที่ดีมีส่วนช่วยให้บริษัททำกำไรได้ดี และมีกำไรสะสมในระยะยาวมากขึ้น

บลจ.เกียรตินาคินภัทร จึงขอนำเสนอกองทุน ESG ในรูปแบบหน่วยลงทุนชนิดทั่วไปและหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม (SSF) ในชื่อกองทุน PHATRA SET50 ESG และ PHATRA SET50 ESG-SSF ซึ่งเน้นลงทุนตามดัชนี SET50 โดยจะคัดเลือกหุ้นตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทจัดการกำหนด เช่น หลักเกณฑ์ด้านปัจจัยพื้นฐาน หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล จึงมั่นใจได้ว่ากองทุน ESG โดย บลจ.เกียรตินาคินภัทร ได้คัดสรรหุ้นที่ดี มีคุณภาพ และมีความยั่งยืน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ตมองหาสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว

*การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และควรศึกษาข้อมูลสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม รวมถึงกฎหมายภาษีอากรที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมก่อนตัดสินใจลงทุน

 

 

Reference

https://www.mckinsey.com/business-functions/sustainability/our-insights/the-esg-premium-new-perspectives-on-value-and-performance

https://medium.com/the-esg-advisor/sustainable-funds-continue-to-rake-in-assets-during-the-second-quarter-ab07c6f411a4

https://www.morningstarthailand.com/th/news/199760/esg-กับการลงทุน.aspx

https://www.mckinsey.com/business-functions/strategy-and-corporate-finance/our-insights/five-ways-that-esg-creates-value

https://global.rbcgam.com/resources/documents/pdf/whitepapers/responsible-investing-whitepaper.pdf

https://medium.com/the-esg-advisor/sustainable-stock-funds-held-their-own-in-second-quarter-rally-4080c56be378

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

แนะนำจากบทความ
28 ต.ค. 2563
จากมาตรการเยียวยา สู่มาตรการกระตุ้นรอบใหม่ บทบาทภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ไหน
Economic
26 ต.ค. 2563
การลงทุนแบบ DCA vs ซื้อหวย อย่างไหนรวยมากกว่ากัน
Money
19 ต.ค. 2563
เงินเฟ้อติดลบ มีผลกับเราหรือไม่
Money