Money Matter
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืออะไร ใครบ้างที่ต้องจ่าย สามารถผ่อนชำระได้หรือไม่
- 07 พ.ค. 69
- 15,868

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างช่วยให้เจ้าของทรัพย์สินและนักลงทุนสามารถวางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสม รวมถึงนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจด้านการลงทุนในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืออะไร?
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (Land and Building Tax) หรือ ‘ภดส.’ คือ ภาษีที่จัดเก็บจากผู้ที่มีกรรมสิทธิ์หรือครอบครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่าง ๆ เช่น ที่ดิน บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม หรืออาคารพาณิชย์ โดยต้องชำระภาษีเป็นรายปีตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา โดยใช้แทนภาษีบำรุงท้องที่และภาษีโรงเรือนและที่ดิน
การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายการถือครองที่ดิน กระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างคุ้มค่า รวมทั้งช่วยเพิ่มรายได้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำไปใช้พัฒนาพื้นที่และสาธารณูปโภคต่าง ๆ ในชุมชน
ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง?
หลายคนอาจสงสัยว่า ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง? โดยหลักแล้ว ผู้ที่มีกรรมสิทธิ์หรือครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามที่กฎหมายกำหนด จะมีหน้าที่ต้องชำระภาษีประเภทนี้ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีอาจมีเงื่อนไขการยกเว้นหรือการลดหย่อนภาษีตามข้อกำหนดของกฎหมายด้วย
โดยผู้ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้
1. เจ้าของที่ดิน (มีชื่อในโฉนด)
ผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน แม้จะเป็นที่ดินเปล่าที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ก็มีหน้าที่ต้องชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด2. เจ้าของสิ่งปลูกสร้าง (บ้าน อาคารหรือโรงงาน)
ผู้ที่เป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง เช่น บ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ หรือโรงงาน ซึ่งมีการครอบครองและใช้ประโยชน์จากสิ่งปลูกสร้างนั้น มีหน้าที่ต้องชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเช่นกัน3. เจ้าของห้องชุด (คอนโดมิเนียม)
เจ้าของห้องชุดที่มีชื่อในโฉนดที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ต้องทำการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง4. ผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ
ในกรณีที่ที่ดินเป็นของรัฐ แต่มีบุคคลหรือเอกชนได้รับสิทธิให้ครอบครอง เช่า หรือใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว บุคคลนั้นอาจมีหน้าที่ต้องชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดภาษีที่ดิน ผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าเป็นผู้จ่าย?
ในทางกฎหมายแล้ว ผู้ที่มีหน้าที่ชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือ เจ้าของทรัพย์สินที่มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิ ไม่ใช่ผู้เช่าทรัพย์สิน
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ คู่สัญญาสามารถตกลงเงื่อนไขเพิ่มเติมในสัญญาเช่าได้ เช่น ระบุให้ผู้เช่าเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแทนเจ้าของ โดยต้องเป็นข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายยินยอมร่วมกัน การตกลงดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลงระหว่างคู่สัญญาเท่านั้น ในทางกฎหมายเจ้าของทรัพย์สินยังคงเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามที่กฎหมายกำหนด
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแต่ละประเภท เก็บภาษีต่างกันอย่างไร?
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีการกำหนด อัตราภาษีแตกต่างกันตามลักษณะการใช้ประโยชน์ของทรัพย์สิน โดยกฎหมายแบ่งประเภทของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ ที่ดินเพื่อการเกษตร ที่อยู่อาศัย ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรมหรือใช้ประโยชน์อื่น ๆ และที่ดินว่างเปล่า ซึ่งแต่ละประเภทจะมีเกณฑ์การคำนวณภาษีและเงื่อนไขการยกเว้นที่แตกต่างกัน
โดยทั่วไป อัตราภาษีจะคำนวณจาก มูลค่าประเมินของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และลักษณะการใช้ประโยชน์ของทรัพย์สินนั้น ๆ ดังนี้
1. ที่ดินเกษตรกรรม
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เพื่อการเกษตรมีอัตราภาษีประมาณ 0.01% – 0.1% ของราคาประเมิน โดยบุคคลธรรมดาจะได้รับ การยกเว้นภาษีสำหรับมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวมกันไม่เกิน 50 ล้านบาท ส่วนมูลค่าที่เกินจากนี้จะต้องเสียภาษีตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ขณะที่ นิติบุคคลจะไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี และต้องเสียภาษีตั้งแต่บาทแรก2. ที่อยู่อาศัย
อสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยจะมีการจัดเก็บภาษีตามเงื่อนไขของการถือครองและมูลค่าทรัพย์สิน ดังนี้- กรณีเป็นเจ้าของบ้านและที่ดิน และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หากมีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นภาษี
- กรณีเป็นเจ้าของบ้านอย่างเดียว และมีมูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นภาษีเช่นเดียวกัน
- บ้านหลังอื่น ๆ หรือกรณีที่ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน จะต้องเสียภาษีในอัตรา 0.02% – 0.1% ของมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
- คอนโดมิเนียม ใช้หลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีเช่นเดียวกับที่อยู่อาศัยประเภทบ้าน
3. ที่ดินใช้ประโยชน์อื่น (พาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรม)
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรม เช่น โกดังสินค้า โรงงาน ห้างร้าน โรงแรม หรืออาคารสำนักงาน จะต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตรา 0.3% – 0.7% ของมูลค่าประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด4. ที่ดินว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์
สำหรับใครที่ถือครองที่ดินเปล่า ที่ดินรกร้าง หรือไม่ได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ใด ๆ จะยังคงต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือเรียกว่าภาษีที่ดินว่างเปล่า โดยมีอัตราภาษีประมาณ 0.3% – 0.7% ของมูลค่าประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหากไม่ได้มีการใช้ประโยชน์เป็นระยะเวลา 3 ปีติดต่อกัน อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นอีก 0.3% ทุก ๆ 3 ปี และเพิ่มได้สูงสุดไม่เกิน 3% แต่หากมีการนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ เช่น ใช้เพื่อการเกษตรหรือกิจกรรมอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด อัตราภาษีอาจปรับลดลงตามประเภทการใช้ประโยชน์ของที่ดิน
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2569 อัปเดตล่าสุดเป็นอย่างไร?
ในปี 2569 การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างยังคงใช้หลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 โดยภาครัฐได้กลับมาจัดเก็บภาษีใน อัตราปกติเต็ม 100% หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีมาตรการลดภาษีเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19
ตารางอัตราภาษีเกษตรกรรม 2569
ตารางอัตราภาษีที่อยู่อาศัย 2569
ตารางอัตราภาษีพาณิชยกรรม / อื่น ๆ 2569
ตารางอัตราภาษีที่ดินว่างเปล่า 2569
หมายเหตุ: หากปล่อยที่ดินรกร้างว่างเปล่าโดยไม่ได้ทำประโยชน์ติดต่อกันเกิน 3 ปี อัตราภาษีจะปรับเพิ่มขึ้นอีก 0.3% ในทุก ๆ 3 ปี โดยมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 3% จนกว่าจะมีการนำที่ดินกลับมาใช้ประโยชน์
ที่มา : Supalai และ แสนสิริ
คำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอย่างไร พร้อมตัวอย่าง?
สูตรคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
โดยมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะคำนวณจากข้อมูลดังต่อไปนี้
- มูลค่าที่ดิน = ราคาประเมินต่อตร.วา × จำนวนตร.วา
- มูลค่าสิ่งปลูกสร้าง = ราคาประเมินต่อตร.ม. × พื้นที่ × ค่าเสื่อมราคา
ตัวอย่างที่ 1: บ้านหลังหลัก มูลค่า 5 ล้านบาท
หากคุณเป็นเจ้าของบ้านหลังแรก มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านและโฉนด แต่มูลค่าที่ดินรวมสิ่งปลูกสร้างไม่เกิน 50 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นภาษีตัวอย่างที่ 2: คอนโดหลังรอง มูลค่า 3 ล้านบาท
หากเป็นเจ้าของคอนโดหลังที่สอง และไม่ได้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของทรัพย์สินนั้น จะต้องเสียภาษีในอัตรา 0.02% หรือ 600 บาทต่อปีตัวอย่างที่ 3: ที่ดินว่างเปล่า 100 ตร.วา ราคาประเมิน 50,000/ตร.วา
หากคุณเป็นเจ้าของที่ดินว่างเปล่า จะต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยคำนวณได้จากสูตร 5,000,000 x 0.3% = 15,000 บาทต่อปี
หมายเหตุ: ที่ดินรกร้างจะมีการเพิ่มอัตราภาษีทุก 3 ปี หากยังไม่ใช้ประโยชน์
ตัวอย่างที่ 4: ที่ดินเกษตรกรรม (บุคคลธรรมดา) มูลค่า 60 ล้านบาท
กรณีเป็นเจ้าของที่ดินเกษตรกรรมในรูปแบบบุคคลธรรมดา ซึ่งมีมูลค่า 60 ล้านบาท ใน 50 ล้านบาทแรกจะได้รับการยกเว้นภาษี แต่จะต้องเสียภาษีโดยคิดจากมูลค่า 10 ล้านบาทที่เหลือ โดยคำนวณได้ดังนี้10,000,000 x 0.01% = 1,000 บาท/ปี
ตัวอย่างที่ 5: อาคารพาณิชย์ / โรงงาน มูลค่า 20 ล้านบาท
กรณีเป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์หรือโรงงาน มูลค่า 20 ล้านบาท จะต้องเสียภาษีเป็นจำนวน 20,000,000 × 0.3% = 60,000 บาท/ปี
จ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2569 เมื่อไหร่?
- เดือนมกราคม : ประกาศบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
- เดือนกุมภาพันธ์ : เปิดให้เจ้าของทรัพย์สินตรวจสอบและยื่นคำร้องแก้ไขข้อมูล
- เดือนมีนาคม : อปท. คำนวณภาษีและส่งหนังสือแจ้งประเมินภาษี
- เดือนเมษายน : กำหนดชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
จ่ายภาษีที่ดินที่ไหนบ้าง?
1. จ่ายที่สำนักงาน อปท. (เทศบาล / อบต. / สำนักงานเขต กทม.)
ผู้เสียภาษีสามารถนำ ใบแจ้งภาษี (ภ.ด.ส.6) พร้อมบัตรประชาชน ไปชำระภาษีได้ที่สำนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร2. จ่ายภาษีที่ดินออนไลน์
ปัจจุบันหลายพื้นที่รองรับการชำระภาษีผ่านช่องทางออนไลน์หรือธนาคาร โดยช่องทางที่พบบ่อย ได้แก่- ชำระผ่าน Mobile Banking โดยสแกน QR Code ที่อยู่บนใบแจ้งภาษี
- ชำระผ่าน เคาน์เตอร์ธนาคารที่เข้าร่วมรายการ
- ชำระผ่าน ระบบ e-LAAS ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (บางพื้นที่)
3. จ่ายผ่านที่ทำการไปรษณีย์ (ธนาณัติ / ตั๋วแลกเงิน)
ในบางพื้นที่สามารถชำระภาษีผ่าน ที่ทำการไปรษณีย์ได้ โดยชำระในรูปแบบธนาณัติหรือเช็ค/ตั๋วแลกเงิน ส่งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ออกใบแจ้งภาษีจ่ายภาษีล่าช้าจะเกิดอะไรขึ้น?
- เงินเพิ่ม 1% ต่อเดือน ของภาษีที่ค้างชำระ โดยคิดตามจำนวนเดือนที่ค้างชำระ
- หากยังไม่ชำระหลังจากได้รับหนังสือแจ้งเตือนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อาจถูก คิดเบี้ยปรับเพิ่มเติม และถูกดำเนินการตามกฎหมาย
- ในกรณีที่ยังค้างชำระต่อเนื่อง อปท. มีสิทธิ์ ดำเนินการยึดทรัพย์หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินเพื่อชำระภาษี
ขอผ่อนชำระภาษีที่ดินได้ไหม?
ผู้เสียภาษีสามารถ ขอผ่อนชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นงวดได้ ในกรณีที่ยอดภาษีที่ต้องชำระ เกิน 3,000 บาท โดยต้องยื่นคำร้องต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่เป็นผู้จัดเก็บภาษี
โดยทั่วไปสามารถผ่อนชำระได้ ไม่เกิน 3 งวด ภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนของปีภาษีนั้น ทั้งนี้ เงื่อนไขและกำหนดเวลาอาจแตกต่างกันไปตามประกาศขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่
วิธีลดภาษีที่ดินอย่างถูกกฎหมาย
1. ปลูกพืชหรือใช้ประโยชน์ทางการเกษตร
- พืชเนื้อไม้ : 100-400 ต้น/ไร่ เช่น ไม้สัก ประดู่ พะยูง
- พืชให้ผล : 4-100 ต้น/ไร่ เช่น มะม่วง ทุเรียน ลำไย
- พืชเศรษฐกิจอื่นๆ 57 ชนิดตามเกณฑ์ที่กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงมหาดไทยกำหนด
ดังนั้น เจ้าของที่ดินควรแจ้งหรือให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ตรวจสอบการใช้ประโยชน์ในที่ดิน เพื่อให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปตามประเภทการใช้ประโยชน์ที่ถูกต้อง
2. ย้ายทะเบียนบ้านเข้าที่อยู่อาศัยหลัก
ในกรณีที่มีบ้านมากกว่าหนึ่งหลัง หากต้องการใช้สิทธิยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับ ที่อยู่อาศัยหลักมูลค่าทรัพย์สินไม่เกิน 50 ล้านบาท เจ้าของทรัพย์สินควรมีชื่ออยู่ใน ทะเบียนบ้านของทรัพย์สินนั้น ดังนั้น ในกรณีที่มีบ้านหลายหลัง เจ้าของทรัพย์สินสามารถพิจารณาย้ายชื่อเข้า ทะเบียนบ้านของบ้านที่ต้องการใช้เป็นที่อยู่อาศัยหลัก เพื่อให้เข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิยกเว้นภาษี3. ใช้สิทธิยกเว้นบ้านหลังหลัก (เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง)
กรณีที่เป็นเจ้าของทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านจะสามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับที่อยู่อาศัยหลักได้ โดยทรัพย์สินที่มีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นภาษีตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย หากมูลค่าเกินกว่านั้นจะเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกินจากวงเงินยกเว้น4. จดทะเบียนสิทธิเก็บกิน (Usufruct)
กรณีที่เป็นเจ้าของที่ดิน และต้องการให้สิทธิเก็บกินแก่ลูกหลาน จะต้องทำการจดทะเบียนสิทธิเก็บกินกับกรมที่ดิน เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นได้ตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด หากผู้ได้รับสิทธินำที่ดินไปใช้ประโยชน์จริง เช่น ใช้เพื่ออยู่อาศัยหรือทำการเกษตร ประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินเปลี่ยนแปลงไป อาจมีผลต่ออัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้เช่นกัน5. แบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินให้สมาชิกในครอบครัว
การแบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินให้สมาชิกในครอบครัว โดยการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กับกรมที่ดิน ซึ่งอาจช่วยให้ทรัพย์สินแต่ละรายการมีเจ้าของแยกกันอย่างชัดเจนการแบ่งกรรมสิทธิ์อาจทำให้เจ้าของแต่ละรายสามารถใช้สิทธิทางภาษีได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย เช่น การใช้สิทธิยกเว้นสำหรับที่อยู่อาศัยหลัก อย่างไรก็ตาม การโอนหรือแบ่งกรรมสิทธิ์ควรพิจารณาผลกระทบด้านภาษีและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย

ไม่จ่ายภาษีที่ดิน มีโทษอะไรบ้าง?
1. เบี้ยปรับ
หากไม่ชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างภายในระยะเวลาที่กำหนด จะมีเบี้ยปรับตามระยะเวลาที่ค้างชำระ 10%-40% ของภาษีค้างชำระ2. เงินเพิ่ม
นอกจากเบี้ยปรับแล้ว ผู้เสียภาษีจะต้องชำระ เงินเพิ่มในอัตรา 1% ต่อเดือน ของจำนวนภาษีที่ค้างชำระ โดยคิดตามจำนวนเดือนที่ค้างชำระ และ เงินเพิ่มรวมกันต้องไม่เกินจำนวนภาษีที่ค้าง3. การบังคับคดี
หากไม่ชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หลังจากมีการแจ้งเตือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีอำนาจดำเนินการ ยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สิน เพื่อนำเงินมาชำระภาษีที่ค้างได้ตามขั้นตอนทางกฎหมาย4. แจ้งรายการเท็จหรือหลีกเลี่ยงภาษี
ในกรณีที่มีการ แจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือจงใจหลีกเลี่ยงการเสียภาษี อาจมีโทษตามกฎหมาย ได้แก่ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับคัดค้านหรืออุทธรณ์ภาษีที่ดินได้ไหม มีขั้นตอนอย่างไร?
- ยื่นคำร้องคัดค้านต่อ อปท. ภายใน 30 วัน นับจากได้รับแจ้งภาษี
- อปท. พิจารณาภายใน 60 วัน
- เมื่อผลพิจารณาออกแล้ว ไม่เห็นด้วยกับผลพิจารณา สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน
- หากผลออกมาไม่เป็นตามที่ต้องการ สามารถฟ้องศาลปกครองได้
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือ ภาษีที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ต้องชำระเป็นประจำทุกปี โดยบุคคลธรรมดาที่ถือครองที่อยู่อาศัยอาจได้รับการยกเว้นภาษีตามเงื่อนไขที่กำหนด ขณะที่ที่ดินเชิงพาณิชย์หรือที่ดินเกษตรกรรมที่มีมูลค่าถึงเกณฑ์จะต้องเสียภาษีตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
การวางแผนภาษีควบคู่กับการบริหารสภาพคล่องทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการเงิน KKP Home Flexi วงเงินสินเชื่อสำรองพร้อมใช้ที่มาพร้อมกับสินเชื่อบ้าน ช่วยให้คุณจัดการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้คล่องตัวขึ้น ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) เริ่มต้น 5.925% - 15% ต่อปี ให้คุณจัดการทุกรายจ่ายสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยวงเงินกู้ที่คุ้มค่าและเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม
คำเตือน กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
• อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) ของสินเชื่อบ้าน อยู่ระหว่าง 4.918% - 5.220% ต่อปี สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MLR ณ วันที่ 5 มีนาคม 2569 = 7.45% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัว สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ โดยเป็นอัตราดอกเบี้ย สำหรับสินเชื่อบ้าน วงเงิน 5 ล้านบาท อายุสัญญา 30 ปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) ของวงเงิน KKP HOME FLEXI อยู่ระหว่าง 5.925% - 15% ต่อปี • หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ภาษีที่ดิน คอนโดคิดอย่างไร?
A: คิดตามสัดส่วนกรรมสิทธิ์ห้องชุด หากเป็นคอนโดหลังแรกและเจ้าของมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน จะได้รับการยกเว้นภาษีในกรณีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท แต่หากเป็นคอนโดหลังที่สอง หรือคอนโดที่ปล่อยเช่า จะต้องเสียภาษีตั้งแต่บาทแรกQ: ภาษีที่ดิน บ้านหลังแรกกับบ้านหลังรองต่างกันอย่างไร?
A: บ้านหลังแรกที่เจ้าของมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน จะได้รับการยกเว้นภาษีในกรณีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ขณะที่บ้านหลังรองจะไม่ได้รับสิทธิยกเว้นและต้องเสียภาษีตามเกณฑ์ที่กำหนดQ: ภาษีที่ดินว่างเปล่าคิดอย่างไร และมีมาตรการเพิ่มอัตราภาษีหรือไม่?
A: ที่ดินที่ปล่อยว่างไม่ได้ใช้ประโยชน์ จะเสียภาษีในอัตรา 0.3% – 0.7% ต่อปี และหากปล่อยว่างติดต่อกัน ทุก 3 ปี อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้น 0.3% โดยมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 3%Q: ภาษีที่ดินสำหรับโรงงาน โกดัง หรือคลังสินค้า คิดอย่างไร?
A: จัดอยู่ในประเภท ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อการพาณิชยกรรมหรือใช้ประโยชน์อื่น ๆ โดยทั่วไปจะเสียภาษีในอัตราประมาณ 0.3% - 0.7% ต่อปี ขึ้นอยู่กับมูลค่าทรัพย์สินตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดQ: มรดกที่ดินที่ยังไม่โอนกรรมสิทธิ์ ต้องเสียภาษีหรือไม่?
A: ยังต้องเสียภาษี โดยผู้ที่ครอบครองหรือผู้รับมรดกซึ่งใช้ประโยชน์ในที่ดินจะเป็นผู้มีหน้าที่ชำระภาษีข้อมูลอ้างอิง: พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์