Money Matter
โดนหลอกโอนเงิน? วิธีแจ้งอายัดบัญชีของมิจฉาชีพและเอกสารที่ต้องเตรียม
- 31 มี.ค. 69
- 2,115

บทความนี้เลยจะขอมาสรุปทุกเรื่องที่คุณควรทราบเกี่ยวกับการอายัดบัญชี พร้อมช่องทางติดต่อธนาคารและตำรวจ เอกสารที่ต้องเตรียม กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงไทม์ไลน์การอายัด-ปลดอายัด เพื่อให้คุณรับมือได้เป็นขั้นเป็นตอน ลดความเสียหายให้ได้มากที่สุด
อายัดบัญชีคืออะไร?
การอายัดบัญชี (Account Freeze) คือ การระงับการใช้งานบัญชีธนาคารชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน ถอนเงิน หรือทำธุรกรรมใด ๆ โดยสามารถดำเนินการได้โดยธนาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบัญชีนั้นเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือการกระทำผิดทางการเงิน
เมื่อถูกอายัดบัญชีจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
- ถอนเงินไม่ได้: ถอนผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารหรือ ATM ไม่ได้
- โอนเงินไม่ได้: โอนออกผ่าน Mobile Banking หรือ Internet Banking จะถูกระงับ
- จ่ายบิลไม่ได้: รายการที่ผูกบัญชีไว้ เช่น ตัดบิลอัตโนมัติ หรือสแกน QR Code อาจทำรายการไม่สำเร็จ
ถูกอายัดบัญชี มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง?
การถูกแจ้งอายัดบัญชีไม่ได้หมายความว่าเจ้าของบัญชีทำผิดเสมอไป บางกรณีเกิดจากมาตรการความปลอดภัยหรือการตรวจสอบเส้นทางการเงินเท่านั้น โดยสาเหตุที่พบบ่อย มีดังนี้
ใครมีอำนาจสั่งอายัดบัญชีบ้าง?
หลายคนอาจคิดว่าการอายัดบัญชีเป็นอำนาจของตำรวจเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงมีหลายหน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการได้ตามกฎหมาย ขึ้นอยู่กับสาเหตุและประเภทของคดีที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นคดีอาชญากรรมทางการเงิน คดีแพ่ง หรือการตรวจสอบเส้นทางทรัพย์สิน โดยแต่ละหน่วยงานจะมีฐานอำนาจและขั้นตอนการดำเนินการที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

ที่มา: พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 — กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
แจ้งอายัดบัญชีออนไลน์ได้ที่ไหนบ้าง?
ปัจจุบันการแจ้งอายัดบัญชีสามารถทำได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยวิธีการแจ้งอายัดบัญชีออนไลน์สามารถทำได้ ดังนี้
ที่มา: ศปอส. ตร.
เอกสารและหลักฐานที่ต้องเตรียมสำหรับแจ้งอายัดบัญชีมีอะไรบ้าง?
เพื่อให้การแจ้งอายัดบัญชีเป็นไปอย่างราบรื่น และช่วยเพิ่มเบาะแสให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เอกสารและหลักฐานที่ต้องเตรียมสำหรับแจ้งอายัดบัญชี มีดังนี้

- บัตรประชาชนตัวจริงเพื่อยืนยันตัวตน
- สมุดบัญชี (ถ้ามี) หรือข้อมูลเลขบัญชีที่ได้รับความเสียหาย
- หลักฐานการโอนเงิน (สลิปโอน / e-Slip) ที่มีวัน เวลา และเลขบัญชีปลายทางชัดเจน
- ภาพหน้าจอการสนทนากับมิจฉาชีพ ตั้งแต่บทสนทนาแรกจนถึงขั้นตอนที่ถูกชักชวนให้โอนเงิน
- หลักฐานการโอนเงิน
- ข้อมูลของมิจฉาชีพเท่าที่มีเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์ ชื่อบัญชี เลขบัญชี หรือลิงก์โซเชียลมีเดียที่ใช้ในการหลอกลวง
- ใบแจ้งความ (มีตราครุฑ และระบุคำสั่งอายัดชัดเจน ไม่ใช่แค่บันทึกประจำวัน)
- สำเนาบัตรประชาชน ลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
- สำเนาบันทึกคำให้การต่อพนักงานสอบสวน
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอายัดบัญชีมีอะไรบ้าง? (อัปเดตล่าสุด)
ภาครัฐได้มีการปรับกฎหมายเพื่อลดความเสียหายของผู้เสียหาย และทำให้การอายัดทำได้เร็วขึ้น ซึ่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอายัดบัญชีที่ควรรู้ มีดังนี้
ที่มา: พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 — กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ที่มา: พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 — กรมประชาสัมพันธ์
อายัดบัญชีแล้วจะได้เงินคืนไหม?
การอายัดบัญชีไม่ได้การันตีว่าจะได้เงินคืนเสมอไป แต่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความรวดเร็วในการแจ้งอายัด ความครบถ้วนของหลักฐานที่ใช้ประกอบ รวมถึงสถานะของเงินในบัญชีปลายทางในขณะที่แจ้ง
การอายัดบัญชีใช้เวลากี่วัน?
- 0–72 ชม.: ธนาคารระงับบัญชี-ธุรกรรมชั่วคราวทันทีหลังรับแจ้งภัยไซเบอร์
- ภายใน 72 ชม.: ผู้เสียหายควรเข้าแจ้งความเพื่อขอคำสั่งอายัดต่อ (ในกรณีที่ไม่แจ้ง ธนาคารอาจต้องปลดอายัดตามกฎหมาย)
- 72 ชม. – 10 วัน: พนักงานสอบสวนพิจารณาหลักฐานและส่งคำสั่งอายัดต่อไปยังธนาคาร โดยปกติรวมแล้วไม่เกิน 10 วัน
- หลัง 10 วัน: หากต้องอายัดระยะยาว ต้องมีหมายศาลหรือคำสั่งทางการจากหน่วยงานที่มีอำนาจ
- หากพบว่าเป็นอาชญากรรมจริง: บัญชีจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายเพื่อดำเนินการคืนเงินให้ผู้เสียหายต่อไป
ปลดอายัดบัญชีอย่างไร และใช้เวลากี่วัน? (กรณีถูกอายัดโดยไม่ใช่ความผิดของเรา)
สำหรับผู้ที่ถูกอายัดบัญชี โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด สามารถดำเนินการเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและขอปลดอายัดได้ตามขั้นตอน โดยระยะเวลาในการปลดอายัดขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่ออกคำสั่ง ความซับซ้อนของคดี ดังนี้
- การปลดอายัด: นำบัตรประชาชนและหลักฐานธุรกรรมที่แสดงที่มาของเงิน ติดต่อสาขาเจ้าของบัญชี เพื่อให้ธนาคารตรวจสอบและประสานไปยังหน่วยงานที่สั่งอายัดเพื่อพิจารณาปลดอายัด
- ระยะเวลาในการปลด: หากธนาคารตรวจสอบเบื้องต้นแล้วไม่พบความผิดปกติ และเจ้าของบัญชียื่นเอกสารชี้แจงครบถ้วน มักใช้เวลาประมาณ 1–7 วันทำการ อย่างไรก็ตามหากคดีมีความเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่น เช่น ตำรวจหรือ ปปง. ธนาคารจะไม่สามารถปลดอายัดได้เองจนกว่าจะได้รับคำสั่งจากหน่วยงานนั้น
- การปลดอายัด: หากมีการแจ้งความไว้ ให้เข้าพบพนักงานสอบสวน ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ใจ บางกรณีอาจต้องลงนามยินยอมในข้อตกลงที่ศาลก่อน ธนาคารจึงจะดำเนินการปลดอายัดได้
- ระยะเวลาในการปลด: อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน เนื่องจากต้องดำเนินการสอบปากคำ รวบรวมพยานหลักฐาน และพิสูจน์ให้ได้ว่าบัญชีดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ยิ่งคดีมีผู้เสียหายหลายรายหรือมีบัญชีม้าหลายชั้น ก็อาจยิ่งใช้เวลานานขึ้น
- การปลดอายัด: ต้องยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง. เพื่อชี้แจงที่มาทรัพย์สิน กระบวนการนี้มักใช้เวลาหลายเดือน เพราะตรวจสอบละเอียดตามกฎหมายฟอกเงิน
- ระยะเวลาในการปลด: เป็นกรณีที่ใช้เวลานานที่สุด เนื่องจากต้องไล่ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด โดยทั่วไปอาจใช้เวลาตั้งแต่หลายเดือนไปจนถึงหลายปี ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดีและจำนวนทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง
ป้องกันตัวเองอย่างไรจากการถูกอายัดบัญชี?
แม้บางกรณีการถูกอายัดบัญชีอาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็มีวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ ดังนี้