Money
กระจายการลงทุนแบบมืออาชีพด้วย ETF
Post by | Admin

กองทุนรวม Exchange-Traded Fund หรือ ETF เป็นอีกหนึ่งประเภทสินทรัพย์ที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลายคนคงไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่ แต่ในต่างประเทศนั้นได้รับความนิยมมานานแล้ว จุดเด่นของ ETF คือเป็นกองทุนที่ผู้ลงทุนสามารถทราบราคาซื้อขายได้ Real-Time เหมือนการซื้อขายหุ้น ไม่ต้องรอเวลาสิ้นวันทำการ แต่ยังมีการกระจายการลงทุนเหมือนกองทุนรวม
กองทุนรวม ETF จัดตั้งและบริหารจัดการโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ซึ่งมีนโยบายสร้างผลตอบแทนตามดัชนีอ้างอิง (Passive Fund) โดยดัชนีอ้างอิงมีได้หลากหลายประเภท อาจเป็นดัชนีราคาหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ น้ำมัน สินค้าโภคภัณฑ์ เป็นต้น ซึ่งการมีนโยบายการลงทุนแบบ Passive นี้ ทำให้ ETF มีค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการกองทุนที่ต่ำกว่ากองทุนที่มีนโยบายการลงทุนแบบ Active
เนื่องจาก ETF เป็นกองทุนที่อ้างอิงกับดัชนี จึงจำเป็นต้องมีผู้ดูแลสภาพคล่องเพื่อให้ราคาซื้อขายสอดคล้องกับดัชนีอ้างอิง โดยบลจ. ที่จัดตั้งกองทุนจะเป็นผู้แต่งตั้งผู้ที่จะรับหน้าที่เป็น Market Maker ของ ETF แต่ละตัวโดย Market Maker จะทำหน้าที่ส่งคำสั่งซื้อขายไปในตลาด เพื่อให้ราคาของ ETF เคลี่ยนไหวตามที่ควรจะเป็น
เนื่องจาก ETF มีความคล้ายทั้งกองทุนรวมและหุ้น ตารางด้านล่างจึงเปรียบเทียบความเหมือนและแตกต่างของกองทุนรวม, หุ้น และ ETF มาให้ดูกัน เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

ประโยชน์ของ ETF
- กระจายความเสี่ยงได้โดยใช้เงินลงทุนน้อยกว่า: ประโยชน์ของกองทุน ETF ที่แตกต่างจากหุ้นคือมีการกระจายการลงทุนไปยังหุ้นหลายๆ ตัว ช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุน นอกจากนี้ยังมีผู้จัดการกองทุนคอยทำหน้าที่บริหารจัดการกองทุนทำให้ผู้ลงทุนไม่ต้องคอยปรับสัดส่วนการลงทุนด้วยตนเอง และยังใช้เงินลงทุนต่ำกว่าการซื้อหุ้นเองรายตัว
- ซื้อขายสะดวก: หากผู้ลงทุนมีบัญชีซื้อขายหุ้นอยู่แล้ว ก็สามารถลงทุนใน ETF ได้เลย โดยซื้อขายเหมือนหุ้นตัวหนึ่ง ในช่วงเวลาซื้อขายปกติของตลาดหลักทรัพย์ฯ
- รู้ราคาซื้อขายแบบ Real-time: จุดเด่นที่สำคัญที่ทำให้ ETF แตกต่างจากกองทุนรวมอื่นๆ คือผู้ลงทุนสามารถรู้ราคาที่ทำการซื้อหรือขายได้ทันที ไม่ต้องรอราคา ณ สิ้นวันเหมือนการซื้อขายกองทุนทั่วไป
ผลตอบแทนจากการลงทุนใน ETF มี 2 รูปแบบคือ
1. กำไรส่วนต่างจากราคาซื้อขาย (Capital Gain)2. เงินปันผล (Dividend) สำหรับกองทุนบางประเภทที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล ซึ่งเงินปันผลที่ได้จากหุ้นหรือหน่วยลงทุนที่กองทุน ETF ไปลงทุนจะถูกหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายก่อนจัดสรรเป็นเงินปันผล
ถ้าคุณอยากจะกระจายการลงทุน ทางเลือกในการลงทุนของคุณคือกองทุนรวม เพราะมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยดูแลการลงทุน แต่หากคุณต้องการทราบราคาซื้อขายแบบ real-time และอยากหลีกเลี่ยงความผันผวนของตลาดหลังส่งคำสั่งซื้อขายไปแล้ว การเลือกลงทุนด้วย ETF อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลการตัดสินใจลงทุน

