Money

ช่วงฤดูฝนแบบนี้รู้ไว้.....เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

Post by | Admin

รถของคุณพร้อมแล้วหรือยัง? สำหรับการขับขี่ในช่วงหน้าฝน หากยังไม่พร้อม หรือไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อให้รถของคุณสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพวันนี้! KKP Advice Center มีสาระดีๆ ในการดูแลรถยนต์ในช่วงหน้าฝนมาฝาก ไปดูกันเลยดีกว่าว่าคุณจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างตามมาดูกันได้เลย

1.ตรวจสอบสภาพยางรถยนต์
ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ยางรถยนต์เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ที่เจ้าของรถทุกคนควรดูแล เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการยึดเกาะถนน ประสิทธิภาพในการรีดน้ำ โดยดูได้จากสภาพของดอกยาง หากดอกยางมีความลึกน้อยกว่า 3 มิลลิเมตร นั่นแสดงว่า ถึงเวลาอันควร ในการเปลี่ยนยางรถยนต์ชุดใหม่ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่


2.ตรวจสอบใบปัดน้ำฝนและน้ำยาฉีดกระจก
ในการขับรถวิสัยทัศน์ในการมองเห็นสำคัญมาก ยิ่งเวลาฝนตกหนักๆ หากการมองเห็นไม่ชัดเจนการขับขี่ลำบาก จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดังนั้นหากใบปัดน้ำฝนใช้งานมานาน ยางก็จะแข็งตัว ทำให้ปัดน้ำไม่หมด ควรเปลี่ยนยางปัดน้ำฝนเป็นประจำทุกปี รวมทั้งน้ำในหม้อน้ำ ปั๊มน้ำและหัวฉีดน้ำว่าตันหรือไม่ การทำงานเป็นปกติหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่


3.ตรวจสอบระบบเบรก
ให้สังเกตเวลาเบรกรถว่าผ้าเบรกสามารถชะลอความเร็วรถได้เต็มประสิทธิภาพหรือเปล่า หรือท้ายรถสะบัดเป๋ไปมาตอนเบรกหรือไม่ หากพบอาการเหล่านี้ แนะนำให้นำรถไปตรวจสอบอย่างละเอียดจากช่างผู้ชำนาญโดยด่วน เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่


4.ตรวจสอบระบบไฟรอบตัวรถ
ควรตรวจสอบระบบไฟทั้งหมดว่าทำงานเป็นปกติหรือไม่ ทั้งไฟหน้า ไฟเบรก ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟตัดหมอกหรือไฟส่องสว่างอื่นๆ หากพบว่ามีหลอดไหนไม่ติด ควรเปลี่ยนให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพราะเมื่อเวลาฝนตกหนักๆ ทัศนวิสัยไม่ดี อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

 

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรใส่ใจ ไม่ควรที่จะประมาท หรือมองข้ามเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น และเพิ่มความมั่นใจให้กับรถและผู้ขับขี่ การเลือกแผนประกันภัยรถยนต์ด้วย KK Easy Box – Motor ที่รับประกันภัยโดยเอเซียประกันภัย มาพร้อมแผนความคุ้มครองรถยนต์ ถึง 3 แผนให้เลือกตามความต้องการ ทั้งคุ้มครองร่างกาย ความเสียหายต่อรถยนต์ และภัยธรรมชาติ (ตามทุนประกันภัยที่ระบุ) สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมโทร KK Contact Center 02-1655555 เพราะเราห่วงใย หน้าฝนนี้อย่าลืมดูแลรถ และสุขภาพกันให้ดีนะ...

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

# อื่นๆที่น่าสนใจ

แนะนำจากบทความ
12 มิ.ย. 2562
มือใหม่อยากได้รถมือสอง ต้องทำยังไง?
Lifestyle
21 พ.ค. 2562
ปลอดฝุ่น ลดโลกร้อน ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า
Lifestyle
12 ก.พ. 2562
รถยนต์ไฟฟ้าอีกหนึ่งทางเลือก เพื่อช่วยลดมลพิษทางอากาศ
Lifestyle
24 ม.ค. 2562
รถจดประกอบคืออะไร???
Lifestyle
24 ม.ค. 2562
ข้อดีข้อเสีย รถไฮบริด (Hybrid Cars)
Lifestyle
24 ม.ค. 2562
การซื้อประกันภัยรถยนต์
Money
24 ม.ค. 2562
ข้อดีข้อเสีย รถอีโคคาร์ (ECO Cars)
Lifestyle
24 ม.ค. 2562
5 Step เลือกรถยนต์ให้ครอบครัว
Lifestyle
24 ม.ค. 2562
เทคนิคเลือกซื้อและผ่อนรถป้ายแดงอย่างชาญฉลาด
Money