Good Vibes
‘Off-Grid Travel’ เทรนด์การท่องเที่ยวมาแรง เมื่อคนอยากพักร้อนเพื่อตัดขาดจากโลกภายนอกสักระยะ
- 04 ก.ค. 66
- 8,331
อินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียทำให้เราติดต่อกันได้ง่ายขึ้นไม่ว่าจะอยู่ไกลกันแค่ไหนก็ตาม แต่ความสะดวกสบายนี้เองที่ทำให้เราได้รับข่าวสารมากจนเกินไปในแต่ละวันและเหมือนถูกตามตัวตลอดเวลา แม้กระทั่งในช่วงพักผ่อนส่วนตัว จึงไม่แปลกที่หลายคนจะโหยหาช่วงเวลาที่ตัดขาดจากทุกช่องทางสื่อสาร เพื่ออยู่กับตัวเองและตกตะกอนไอเดียในการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ชีวิต พร้อมสนุกไปกับบรรยากาศรอบตัวที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างเต็มที่
เพราะความต้องการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ทำให้คนรุ่นใหม่เริ่มท่องเที่ยวในวิถี ‘Off-Grid Travel’ มากขึ้น ซึ่งเป็นการเที่ยวแบบเอาตัวเองออกมาจากความวุ่นวายต่างๆ ในชีวิตประจำวันแล้วออกไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเป็นเวลาหลายวัน จะไปคนเดียวก็ได้หรือจะไปกับคนรู้ใจก็ดี อาจเป็นการไปตั้งแคมป์หรือเดินเทรคกิ้งกลางป่าเขา ไปเช่าบ้านพักบนเกาะกลางทะเล หรือแม้กระทั่งไปเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านที่อยู่นอกตัวเมือง โดยพึ่งพาสิ่งอำนวยความสะดวกให้น้อยที่สุด และพยายามใช้อินเทอร์เน็ตให้น้อยที่สุด ไม่ก็อาจจะไปอยู่ในที่ที่ไม่มีสัญญานเลยก็ได้!
แต่นอกจากการได้พักสมองจากการ ‘เชื่อมต่อ’ ตลอดเวลาแล้ว Off-Grid Travel ก็ยังให้ประโยชน์กับเราได้อีกเยอะเลย จึงไม่แปลกที่เป็นเทรนด์การท่องเที่ยวที่ฮิตขึ้นเรื่อยๆ แล้วเราได้อะไรจากการท่องเที่ยววิถีนี้บ้าง? ไปดูกันเลย
ให้โอกาสเราได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
หลายครั้งที่ความจำเป็นที่ต้อง ‘รีบ’ ในทุกๆ วันก็อาจทำให้เราเครียดสะสม และอาจทำให้เรารู้สึกผิดเวลาตอบข้อความต่างๆ ช้า หรือต้องอัปเตดข่าวสารตลอดเวลา แต่ในช่วงที่เราได้ออกมาท่องเที่ยวแบบพักเบรกจากการเชื่อมต่อและปิดรับข่าวสารต่างๆ เปิดโอกาสให้เราได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มกว่าที่เคย และปล่อยตัวเองให้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศหรือโฟกัสกับการทำกิจกรรมต่างๆ ตรงหน้าได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีใครมากวนใจ และได้ใช้ชีวิตช้าลงเสียหน่อย
เปิดโอกาสสู่ไอเดียดีๆ
พอได้ใช้ชีวิตช้าลงกว่าที่เคย สมองและจิตใจของเราก็จะปลอดโปร่ง ทำให้เราได้ทบทวนตัวเองมากขึ้นจนได้พบเรื่องราวน่าสนใจที่อาจมองข้ามไปในวันก่อนๆ หรืออาจเกิดไอเดียใหม่ๆ ในช่วงที่เรารู้สึก ‘สดชื่น’ อย่างแท้จริงจากการที่ได้อยู่ในสถานที่ที่เงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติสวยๆ ซึ่งอาจจะนำไปสู่โอกาสบางอย่างที่ทำให้การงานหรือชีวิตของเราก้าวหน้าแบบที่เราคาดไม่ถึงก็ได้นะ
ได้รู้จักเพื่อนใหม่ พร้อมบทสนทนาที่ให้แรงบันดาลใจกับเรา
ถ้าเราเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา เราก็ต้องจดจ่ออยู่กับหน้าจอมือถือตลอดเวลาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเสิร์ชหาโลเคชันที่ต้องการจะไป หรือหาสิ่งบันเทิงฆ่าเวลาตอนไม่มีอะไรทำ แต่พอได้ใช้ชีวิตแบบไร้อินเทอร์เน็ตแล้ว เราก็จะได้เงยหน้าขึ้นมาพูดคุยกับผู้คนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนท้องถิ่นหรือนักท่องเที่ยวที่เราพบระหว่างทาง ซึ่งนำไปสู่โอกาสในการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ นอกจากนี้ เรายังได้เพื่อนใหม่หรือได้พบเจอเรื่องราวที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจที่อาจพาเราไปพบเจอโอกาสดีๆ ในอนาคตด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถหาได้ในอินเทอร์เน็ต
จะเห็นได้ว่าการท่องเที่ยวแบบ Off-Grid Travel นั้น นอกจากจะช่วยให้เราได้รีเฟรชทั้งกายและใจอย่างเต็มที่แล้ว ก็ยังพาเราไปพบเจอโอกาสดีๆ ได้อีกมากมายในแบบที่เราคิดไม่ถึงมาก่อน ทั้งจากตัวเราเองที่มีสมองปลอดโปร่ง พร้อมปิ๊งไอเดียดีๆ มากขึ้น หรือจากเพื่อนใหม่และเรื่องราวน่าสนใจที่ได้พบระหว่างทาง รู้แบบนี้แล้ว ลองแพลนเที่ยวแบบ Off-Grid Travel ในวันหยุดครั้งต่อไปก็น่าจะดีต่อชีวิตและจิตใจไม่ใช่น้อยๆ เลย