Money

ขับขี่รถอย่างไร ให้ปลอดภัยในหน้าฝน

Post by | Admin

ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุง่ายขึ้น ส่งผลให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงขึ้นเนื่องจากถนนลื่น มีน้ำขัง ส่งผลให้ระยะเบรคของรถยาวปกติ การขับขี่ยานพาหนะต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ วันนี้ KKP มีเคล็ดลับง่ายๆ ในการขับขี่อย่างปลอดภัยมาฝากกันค่ะ

1. ตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้พร้อม ในหน้าฝนแบบนี้เราดูแลและเตรียมพร้อมรถยนต์ให้มากกว่าปกติ ทั้งระบบไฟสัญญาณต่างๆ ไฟส่องสว่าง ระบบเบรค หรือแม้กระทั่งยางรถยนต์ ที่จะต้องพร้อมสำหรับการใช้งานอยู่เสมอ

2. เลือกใช้ความเร็วที่เหมาะสม ช่วงเวลาที่ฝนตกควรเลือกใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพท้องถนนและสภาพการมองเห็น เพราะช่วงฝนตกทัศนวิสัยการมองเห็นจะน้อยกว่าปกติ เพื่อความปลอดภัยจึงไม่ควรใช้ความเร็วที่มากเกินไปเพราะจะทำให้การควบคุมรถยาก อาจจะลื่นไถลได้ง่าย

3. ทิ้งระยะห่างจากคันหน้าให้เหมาะสม การขับขี่ในช่วงเวลาฝนตกควรทิ้งระยะห่างจากคันหน้า เป็น 2 เท่า ของช่วงเวลาปกติ เพื่อลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ

4. อย่าเหยียบเบรคกะทันหันหรือเบรคบ่อยเกินจำเป็น ในการขับขี่ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะช่วง ฝน ตก ถนนจะลื่น ควรหลีกเลี่ยงการเหยียบเบรคกะทันหันเพราะการยึดเกาะของยางและถนนจะมีน้อยลง ชึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุได้มากชึ้น

5. พักก่อน ค่อยไปต่อ เมื่อฝนตกหนักทัศนวิสัยการมองเห็นจะต่ำลง หากฝนตกหนักจนไม่สามารถมองเห็นข้างหน้าได้เกินกว่า 10 เมตร ควรหาที่ปลอดภัยจอดพักรถจนกว่าฝนจะเบาลง ยอมเสียเวลาดีกว่าหากไปต่อแล้วเกิดอุบัติเหตุ

เมื่อสภาพอากาศไม่เป็นใจต่อการขับขี่ เราก็ควรจะปลอดภัยไว้ก่อนเพื่อลดอุบติเหตุ ด้วยความห่วงใยจาก ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

 

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

# อื่นๆที่น่าสนใจ

แนะนำจากบทความ
16 ต.ค. 2563
6 Checklists ที่ต้องทำ ก่อนขับรถเที่ยว
Lifestyle
15 ธ.ค. 2563
เคล็บลับง่ายๆ ในการดูแลยางรถยนต์
Lifestyle
15 ธ.ค. 2563
ขับรถขึ้นเขาอย่างไร ให้ปลอดภัยไร้กังวล
Lifestyle
15 ธ.ค. 2563
ขับขี่รถอย่างไร ให้ปลอดภัยในหน้าฝน
Lifestyle
15 ธ.ค. 2563
เทคนิคดูแลรถให้พร้อมใช้ในช่วงหน้าฝน
Lifestyle