Money Matter

ประกันภัยรถยนต์มีกี่ประเภท

  • 26 Jun 24
  • 5,847

ทุกวันนี้การเดินทางใช้รถบนท้องถนน เราปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจเกิดเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้ทุกเมื่อ การทำประกันภัยรถยนต์เป็นตัวช่วยหนึ่งที่จะเข้ามาแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและรับความเสี่ยงด้านความเสียหายในเรื่องต่างๆ แทนเรา ซึ่งวันนี้ KKP ADVICECENTER จะชวนคุณมารู้จักกับประเภทประกันภัยรถยนต์กันครับ

การประกันภัยรถยนต์ คือ การประกันภัยที่คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากรถยนต์ ประกอบด้วยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากรถยนต์และความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลผู้ประสบภัย ซึ่งประกอบด้วยบุคคลภายนอกและผู้โดยสารที่อยู่ภายในรถยนต์ แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) คือ การทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ซึ่งกำหนดให้รถยนต์/รถจักรยานยนต์ทุกคันต้องทำประกันภัยภาคบังคับนี้ เพื่อคุ้มครองชีวิต ร่างกายของผู้ประสบภัย โดยแบ่งวงเงินความคุ้มครองต่อคนออกเป็นส่วนค่าเสียหายเบื้องต้นและค่าเสียหายส่วนเกินจากค่าเสียหายเบื้องต้น

2. ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ คือ การทำประกันภัยรถยนต์ที่เจ้าของรถทุกคนสามารถเลือกที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ เป็นประกันที่มีความคุ้มครองเพิ่มเติมจากประกันภัยภาคบังคับ แบ่งความคุ้มครองตามกรมธรรม์ได้ดังนี้
  • ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย
  • ความเสียหายต่อทรัพย์สิน
  • ความเสียหายต่อตัวรถยนต์ที่เอาประกัน
  • คุ้มครองรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้
  • คุ้มครองผู้ขับขี่และผู้โดยสาร


ในประเทศไทยจะแบ่งเป็นประเภทของกรมธรรม์ที่เราคุ้นเคยกันออกเป็น 5 ประเภท คือ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 , ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ , ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 และประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+


ซึ่งการจะเลือกทำประกันประเภทไหนก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของผู้เป็นเจ้าของรถ โดยประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภทคำนวณเบี้ยมาจากปัจจัยดังนี้ ประเภทรถยนต์, ประเภทกรมธรรม์, ลักษณะการใช้รถ, ขนาดเครื่องยนต์, กลุ่มรถยนต์, อายุรถยนต์, จำนวนเงินเอาประกันภัย, การติดอุปกรณ์เพิ่มพิเศษ เป็นต้น รวมทั้งยังมีการลดเบี้ยประกันภัยในกรณีประวัติดีและยังมีการเพิ่มเบี้ยประกันภัยกรณีประวัติไม่ดีอีกด้วย

โดยรวมแล้วประกันภัยรถยนต์เป็นตัวช่วยถ่ายโอนความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้รถของเรา ไปยังบริษัทรับประกันภัย ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของตัวเราและบุคคลภายนอก ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันมาช่วยดำเนินการแทน แต่ถ้าหากเราไม่มีประกันก็ต้องรับผิดชอบทั้งค่าใช้จ่ายและดำเนินการเองหมดทุกขั้นตอน

เพราะรถยนต์ของใครหลายคนอาจเป็นสินทรัพย์ที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงาน หรือการประกอบอาชีพดังนั้นการทำประกันภัยรถยนต์จึงเป็นการคุ้มครองรถที่ดี ซึ่งช่วยป้องกันความเสี่ยงในเรื่องต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต สนใจประกันภัยรถยนต์ คลิก

หรือหากต้องการเงินทุนสำหรับการประกอบธุรกิจในยามจำเป็น สามารถนำรถมาเปลี่ยนเป็นเงินกับสินเชื่อรถเรียกเงินได้ รถยังมีขับเหมือนเดิม สนใจ คลิก

 

 

Suggested Content
22 Dec 2023
ทำไมต้องมีประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ
Money Matter
27 Feb 2024
เช็กการเงินให้พร้อม ก่อนตัดสินใจซื้อรถ
Money Matter
05 Jan 2024
ค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้ก่อนรีไฟแนนซ์รถ
Money Matter
29 Nov 2023
7 เรื่องที่เราไม่อยากให้คุณพลาด เมื่อใช้สินเชื่อรีไฟแนนซ์รถยนต์
Money Matter
17 Jul 2023
9 รายจ่ายที่มาพร้อมกับรถ
Money Matter