Money Matter
แน่ใจมั้ย ว่าใช่เวลาที่ต้องใช้เงินออมฉุกเฉิน
- 02 Feb 23
- 7,761

คุณคิดว่าเงินออมก้อนไหนควรมีก่อน?
สำหรับเงินออมก้อนแรกที่จำเป็นต้องสร้างขึ้นก่อนก็คือเงินออมฉุกเฉิน ซึ่งเป็นเงินเก็บที่จะสามารถนำออกมาใช้ได้ทันที เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรือไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล รถเสีย การซ่อมแซมบ้าน หรือแม้แต่การถูกเลิกจ้างกะทันหัน
โดยการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคลเป็นวิธีที่จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายมีเงินออมฉุกเฉินได้ตามต้องการ ซึ่งสิ่งแรกที่เราควรจะทำคือการบริหารรายได้และค่าใช้จ่าย เพื่อให้เราเห็นถึงที่มาที่ไปของเงิน และพฤติกรรมการใช้เงินของตนเองได้ดีมากขึ้น ที่สำคัญยังช่วยให้เราสามารถวางแผนออมเงินเพื่อเดินทางไปสู่เป้าหมายทางการเงินที่ต้องการได้
สำหรับมนุษย์เงินเดือน ในสภาวะปกติควรมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไว้อย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน แต่หากเป็นภาวะที่ไม่ปกติเช่นมีการแพร่ระบาดของโควิด หรือในช่วงที่เศรษฐกิจถดถอยก็ควรเตรียมเงินสำรองในส่วนนี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 9-12 เดือน
ถึงแม้ว่าเงินออมฉุกเฉินที่เก็บไว้นั้นจะเป็นเงินของเราเองแต่ก็ไม่ควรนำออกมาใช้จ่ายในกรณีที่ไม่จำเป็น บทความนี้มีตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่อาจทำให้เข้าใจผิดคิดได้ว่าสามารถนำเงินออมฉุกเฉินออกมาใช้ได้ แต่ความจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น
1. ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไม่บ่อย แต่คาดการณ์ได้อยู่แล้ว
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจดูเหมือนโผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้เราคิดว่ามีเหตุผลสมควรที่จะนำเอาเงินออมฉุกเฉินออกมาใช้ แต่ความจริงเรารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายเหล่านี้เกิดขึ้นเพียงแต่อาจลืมไป ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้แก้ไขได้ด้วยการจดบันทึกและใส่ไว้ในแผนรายรับรายจ่าย ส่วนใหญ่จะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นปีละ 1-2 ครั้ง เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าต่อทะเบียนรถ ค่าเบี้ยประกัน ภาษีเงินได้ ค่าของขวัญวันเกิด เป็นต้น
2. ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
ก่อนจะนำเงินออมฉุกเฉินออกมาใช้ในเหตุการณ์บางอย่างที่ดูเหมือนเป็นกรณีเร่งด่วน อย่าลืมถามตัวเองอีกทีว่าสิ่งนั้นจำเป็นต่อการดำรงชีวิตหรือไม่ เช่น การเปลี่ยนโทรศัพท์รุ่นใหม่ การซื้อของลดราคา การท่องเที่ยว หรือเรื่องฉุกเฉินของคนอื่นที่ไม่ได้ส่งผลต่อชีวิตของเราจึงไม่เข้าข่ายที่จะนำเงินออมฉุกเฉินออกมาใช้
3. เป้าหมายทางการเงินที่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก
อีกสิ่งที่หลายคนมักเข้าใจผิดคือการมีเงินออมฉุกเฉินนั้น แท้จริงแล้วเป็นหนึ่งในเป้าหมายทางการเงินที่สำคัญ ไม่ใช่แหล่งเงินออมที่สามารถนำมาใช้จ่ายได้ตามใจ และไม่ควรนำมาใช้จ่ายกับเป้าหมายทางการเงินอื่นๆ เช่น ใช้เป็นเงินทุนสำหรับเริ่มต้นทำธุรกิจ ใช้เป็นค่าดาวน์บ้านหรือดาวน์รถ หรือใช้เป็นเงินออมสำหรับการเกษียณ เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ต้องใช้เงินจำนวนมาก และมีเป้าหมายทางการเงินในตัวของมันเอง จึงควรมีแผนการเก็บเงินแยกออกมา ไม่ควรใช้เงินออมฉุกเฉิน
การแยกแยะว่ากรณีไหนจำเป็นหรือไม่จำเป็นต้องนำเงินออมฉุกเฉินออกมาใช้อาจดูเป็นเรื่องที่ชวนสับสนอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าเราสามารถแยกความจำเป็นออกจากความต้องการได้ จะช่วยให้สามารถตัดสินใจได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น ความจำเป็นคือเรื่องที่เป็นความอยู่รอดของชีวิต หน้าที่การงาน หรือสินทรัพย์ที่ใช้ในการดำรงชีพ ขณะที่ความต้องการมักจะเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์ หรือตอบโจทย์ความต้องการอื่นๆ ในชีวิต
ควรเก็บเงินออมฉุกเฉินแบบไหนดี
หากพิจารณาแล้วพบว่าสถานการณ์ที่เผชิญอยู่เป็นเหตุจำเป็นจริงๆ ก็สามารถนำเงินออมฉุกเฉินออกมาใช้ได้ และเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะออมเงินกลับเข้าไปให้ครบตามเดิมด้วย
โดยเงินสำรองฉุกเฉินนี้ควรเก็บในรูปแบบที่มีสภาพคล่องสูง เพื่อให้สามารถนำออกมาใช้ได้ภายใน 1-2 วันหากเกิดความจำเป็นขึ้น โดยอาจเลือกลงทุนในหน่วยลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำและสภาพคล่องสูง เช่น ตราสารหนี้ระยะสั้น หรือกองทุนรวมตลาดเงิน หรือฝากไว้ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันก็มีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์รูปแบบดิจิทัล ที่ให้ดอกเบี้ยสูง สามารถเปิดบัญชีออนไลน์ได้สะดวก ไม่ต้องไปสาขา และยังทำธุรกรรมฝาก โอน ได้ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ
สำหรับใครที่กำลังมองหาเงินฝากดอกเบี้ยสูง มีอยู่จริง เงื่อนไขไม่จุกจิก เราขอแนะนำ KKP SAVVY ที่ให้ดอกเบี้ยสูงสุด 1.6% ต่อปี* เปิดบัญชีเองได้ง่ายๆ ผ่านแอป KKP MOBILE สนใจเปิดบัญชี KKP SAVVY คลิก