สินเชื่อส่วนบุคคล vs บัตรกดเงินสด มีอะไรบ้างต้องรู้ก่อนเลือก

ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นในปัจจุบัน ทำให้ใครหลายคน ตั้งแต่พนักงานเงินเดือนไปจนถึงเจ้าของธุรกิจมักต้องการช่องทางหาเงินก้อนสำหรับนำมาหมุนเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมถึงเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง โดย 2 ทางเลือกที่ได้รับความนิยมก็คือสินเชื่อส่วนบุคคล กับ บัตรกดเงินสด
ดังนั้น วันนี้ KKP ADVICE CENTER จึงได้นำข้อแตกต่างของผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั้ง 2 ประเภท ซึ่งถ้าใครอยากรู้ว่าสินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรกดเงินสดคืออะไร มีอะไรบ้าง เพื่อการตัดสินใจเลือกให้ตอบโจทย์ ก็สามารถอ่านด้านล่างได้เลย
วัตถุประสงค์การใช้เงิน
สินเชื่อส่วนบุคคล หรือ Personal Loan คืออะไร ? ตามนิยามคือเงินกู้ที่บุคคลสามารถขอจากสถาบันการเงิน เช่น ธนาคาร หรือบริษัทการเงิน โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน สามารถนำไปใช้จ่ายตามความต้องการส่วนบุคคล เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเงินก้อน และเป็นตัวช่วยสำหรับแผนการเงินในระยะยาว หรือมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินก้อน เช่น การนำเงินก้อนไปซ่อมบ้าน ซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเทอมลูก ปิดหนี้ เป็นต้น ซึ่งสถาบันการเงินจะเป็นผู้อนุมัติ โดยพิจารณาจากอาชีพ รายได้ และเครดิตทางการเงิน ถ้าพิจารณาแล้วว่าผู้กู้มีความสามารถในการจ่ายเงินคืนได้ ก็จะทำการอนุมัติ ถึงแม้ว่าการขอสินเชื่อส่วนบุคคลจะดูยุ่งยากกว่าบัตรกดเงินสด แต่ข้อดีก็คือ สินเชื่อส่วนบุคคลจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า
ส่วนบัตรกดเงินสดคือบัตรที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินออกให้กับลูกค้าเพื่อใช้ในการกดเงินสดจากตู้ ATM หรือใช้ในการเบิกเงินสดล่วงหน้า (Cash Advance) บัตรกดเงินสดสามารถให้ผู้ถือบัตรเข้าถึงเงินสดได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการขอสินเชื่อใหม่ทุกครั้งที่ต้องการใช้เงินเหมาะสำหรับคนที่ต้องการเงินฉุกเฉินมาใช้ในระยะสั้น ๆ ช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้ผู้ถือบัตร เป็นตัวช่วยที่ดีที่คุณสามารถสมัครบัตรเก็บไว้เผื่อใช้ในยามจำเป็น ซึ่งหากคุณไม่ได้ใช้วงเงินในบัตร คุณก็ยังไม่เป็นหนี้
อัตราดอกเบี้ย
สินเชื่อส่วนบุคคลมีอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 25% ต่อปี ถูกกำหนดและควบคุมโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใช้วิธีคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก และมีค่างวดในการผ่อนชำระที่ชัดเจนในแต่ละเดือน ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดจะสูงกว่า โดยเป็นดอกเบี้ยคงที่ในอัตราไม่เกิน 28% ต่อปี (ตามแต่ละสถาบันการเงิน) โดยการคิดดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดจะคิดแบบรายวันบนเงินต้นจำนวนคงที่ไปตลอด โดยเริ่มคิดตั้งแต่วันที่ทำรายการจนถึงวันที่ชำระยอดเงินจนครบ
รูปแบบการชำระเงิน
สินเชื่อส่วนบุคคลจะมีค่างวดในการผ่อนชำระที่เท่ากันในแต่ละเดือน ว่าจะต้องผ่อนเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ จ่ายก่อนวันไหน และเวลาในการผ่อนชำระมีระยะยาวตั้งแต่ 12 - 60 เดือน แต่หากเป็น บัตรกดเงินสด ผู้ใช้บัตรจะชำระเงินเมื่อไหร่ก็ได้ภายในระยะเวลาที่สถาบันการเงินนั้น ๆ กำหนด โดยมีการคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน นอกจากนี้ ผู้ใช้บัตรกดเงินสดสามารถเลือกชำระเต็มยอดที่ใช้จ่าย หรือเลือกชำระเงินขั้นต่ำ เพื่อยืดระยะเวลาการชำระหนี้ออกไปได้
ทั้งหมดนี้คือความแตกต่างระหว่าง 'สินเชื่อส่วนบุคคล' กับ 'บัตรกดเงินสด' ซึ่งต่างก็เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ช่วยให้เรามีสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้น สามารถมีเงินสดมาใช้หมุนเวียนในธุรกิจ หรือการใช้จ่ายในแต่ละวันได้ และถ้าหากคุณสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่าง และข้อดี-ข้อเสียของผลิตภัณฑ์ได้อย่างถ่องแท้ ก็จะสามารถเลือกตัวเลือกที่เหมาะกับสถานการณ์ทางการเงินของคุณได้ดีที่สุด
สุดท้ายแล้วควรเลือกแบบไหนดี ?
- วัตถุประสงค์การใช้เงิน: หากต้องการเงินก้อนใหญ่สำหรับค่าใช้จ่ายระยะยาว สินเชื่อส่วนบุคคลอาจเหมาะสมกว่า แต่ถ้าต้องการความยืดหยุ่นในการใช้เงินสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน บัตรกดเงินสดย่อมตอบโจทย์กว่า
- วงเงินสินเชื่อ: คือจำนวนเงินสูงสุดที่สามารถกู้ยืมได้ โดยสินเชื่อส่วนบุคคล มักให้วงเงินที่สูงกว่า บัตรกดเงินสด
- อัตราดอกเบี้ย: สินเชื่อส่วนบุคคลมักมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าบัตรกดเงินสด จึงเหมาะสำหรับการกู้ยืมในระยะยาวมากกว่า
- ความยืดหยุ่นในการชำระคืน: บัตรกดเงินสด มีความยืดหยุ่นมากกว่าในแง่ของการชำระคืน แต่สินเชื่อส่วนบุคคล มีการกำหนดค่างวดที่ชัดเจน ซึ่งอาจช่วยในการวางแผนการเงินได้ดีกว่า
- ความรวดเร็วในการเข้าถึงเงิน: บัตรกดเงินสดให้ความสะดวกและรวดเร็วในการเข้าถึงเงินมากกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล

