Money

ช้อปออนไลน์อย่างไรให้ปลอดภัยและคุ้มค่า

Post by | Admin

จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ผลักดันให้รูปแบบการดำเนินชีวิตของเราแตกต่างไปจากอดีต กระแสความเปลี่ยนแปลงที่หล่อหลอมเข้ากับการปรับตัวให้คงอยู่สู่รูปแบบวิถีชีวิตใหม่ที่เรียกติดปากว่า New Normal กระแสของการเว้นระยะห่างแต่ไม่กว้างเกินเอื้อม ระยะที่เว้นคือระยะที่ปลอดภัยแต่ระยะไหนๆ ก็แพ้ความต้องการอยู่ดี เพียงแต่วิธีที่จะได้มาแตกต่างไปจากเดิม เช่นการสั่งอาหารผ่านช่องทาง Delivery หรือการ สั่งซื้อของออนไลน์ ที่มันง่ายดายมาก เพียงคลิกสั่งซื้อสินค้าก็ส่งตรงถึงมือได้เลย อีกทั้งโปรโมชั่นส่วนลด มีเครดิตเงินคืน รวมถึงบริการส่งฟรี ที่ขนกันมาเอาใจให้ช็อปปิ้งกันอย่างเพลิดเพลิน “แต่!!” จะแน่ใจได้อย่างไรว่าการชื้อของออนไลน์จะปลอดภัยข้อมูลไม่รั่วไหลหรือโดนโกง วันนี้ KKP Advice center มีข้อมูลดีๆจากการซื้อของออนไลน์อย่างปลอดภัยมาฝาก

ตรวจสอบให้ดี ว่ามีความน่าเชื่อถือ
ก่อนตัดสินใจซื้อของออนไลน์ สิ่งแรกที่ไม่ควรละเลยคือ ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านค้า โดยตรวจเช็คจากข้อมูลของร้านค้า เช่น ที่ตั้งบริษัท ช่องทางการติดต่อที่ติดต่อได้จริง มีการจดทะเบียนร้านค้าสำหรับร้านค้าออนไลน์ นอกจากนี้ควรเช็คด้วยว่าร้านเปิดมาในระยะเวลาเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะมีแจ้งที่หน้าเว็บ และดูเว็บบอร์ดว่ามีการอัพเดท อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ หากร้านเปิดมาได้ 1-2 วัน แล้วปิดไป ให้คิดเอาไว้เลยว่าอาจเป็นพวกมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามา

ดูรีวิวจากลูกค้าที่เคยซื้อ
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง แนะนำให้หารีวิวของลูกค้าที่เคยซื้อของจากร้านค้าที่เราต้องการซื้อเสียก่อน เพราะอาจมีคนมาโพสต์แจ้งเตือนภัยเกี่ยวกับร้านค้าที่เราต้องการซื้อของ เช่น สินค้าของจริง ไม่ตรงกับรูปที่ลง วิธีการขนส่งที่ไม่ระมัดระวังจนทำสินค้าเสียหาย รวมถึงการแพคสินค้าไม่ดี ถ้าเรารู้ข้อมูลแบบนี้ก่อนจะได้ตัดสินใจถูกว่าจะสั่งซื้อจากร้านนี้หรือไม่ และจะได้ไม่เสียดายเงินด้วยความเจ็บใจภายหลังอีกด้วย

อย่าเห็นแก่คุณสมบัติสินค้าเกินจริงและของถูก!
หากร้านค้าออนไลน์ที่คุณกำลังสนใจ บรรยายคุณสมบัติสินค้าเอาไว้เสียโอเวอร์ ให้ระวังเอาไว้เลยว่าอาจโดนมิจฉาชีพหลอกเอาเงิน! เนื่องจากเป็นสรรพคุณที่เกินจริงเอามากๆ และไม่มีทางเป็นได้อย่างเด็ดขาด หากซื้อมาอาจมีความเสี่ยงเกิดอันตรายก็เป็นได้ เช่นเดียวกับของถูกและดีมีอยู่จริง แต่ไม่ใช่กับทุกอย่างบนโลกใบนี้! เพราะหากเป็นร้านค้าของพวกมิจฉาชีพ ก็มีความเสี่ยงที่จะได้ของไม่มีคุณภาพ หรือของที่ไม่ถูกลิขสิทธิ์ ยิ่งถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ความงามด้วยแล้วยิ่งอันตราย! เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ ซึ่งนอกจากเสียเงินแล้ว ยังเสียโฉมอีกด้วย

อย่าไว้ใจ WIFI สาธารณะฟรี!
อย่าโอนเงินผ่าน WIFI สาธารณะเป็นอันขาด! เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการโดนขโมยข้อมูลทางการเงินได้ เพราะฉะนั้นหากอยู่ในบ้าน แนะนำให้ใช้ WIFI ของตนเองดีที่สุด

เช็คก่อนโอน!
ก่อนโอนเงินค่าสินค้าแนะนำให้ตรวจเช็คเสียก่อนว่า ร้านนี้มีประวัติการโกงหรือไม่ โดยการเอาชื่อร้านค้า และเลขบัญชีไปเช็คในอินเตอร์เน็ตจะได้ไม่เสียเงินให้กับมิจฉาชีพที่มาหลอกลวงเรา

เก็บหลักฐานการโอนเงินให้ครบ
หลังจากโอนเงินเรียบร้อยและรอของที่สั่งมาส่ง ควรเก็บหลักฐานในการสั่งซื้อ หลักฐานการโอนเงิน หลักฐานการชำระเงิน หรือแคปเจอร์หน้าจอประวัติการสนทนาซื้อขายไว้ให้ครบ เผื่อว่าในอนาคตอาจจำเป็นต้องใช้ และอีกอย่างที่สำคัญคือ ชื่อ-นามสกุล เลขบัญชีของผู้ขาย ชื่อของร้านค้า หรือทางที่ดีควรขอเบอร์ติดต่อและให้ร้านค้าถ่ายรูปบัตรประชาชนให้ด้วยเพื่อเป็นหลักฐานหากเกิดการโกงขึ้น

เปรียบเทียบราคาและโปรโมชั่นส่วนลด
สินค้าแบบเดียวกันบางทีแต่ละร้านก็ขายในราคาไม่เท่ากัน เราต้องไล่เทียบดูว่าร้านไหนถูกที่สุด นอกจากนี้ก็ควรเปรียบเทียบในเรื่องของค่าส่งสินค้าด้วย เพราะบางร้านสินค้าอาจจะราคาถูกกว่าแต่พอบวกค่าส่งไปแล้วแพงกว่าอีกร้านหนึ่งที่ราคาสินค้าแพงกว่าแต่ค่าส่งถูกกว่า สิ่งที่ต้องเปรียบเทียบอีกอย่างคือโปรโมชั่นของบัตร บางบัตรอาจมีโปรโมชั่นส่วนลด โปรโมชั่นเครดิตเงินคืน เป็นต้น

ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดช้อปปิ้งออนไลน์หรือจะเป็นมือโปร หากเราเรียนรู้และรอบคอบกับเรื่องการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ก็จะทำให้ลดปัญหาเรื่องการถูกหลอก และมีความสุขกับการช้อปปิ้งออนไลน์ได้มากขึ้นแน่นอน และหากคุณกำลังมองหาโปรโมชั่นบัตรเพื่อชื้อของออนไลน์ ทางธนาคารเกียรตินาคินมีโปรโมชั่นบัตรกดเงินสดที่ให้ เครดิตเงินคืนสูงสุด 200 บาท/เดือน เพียงใช้บัตรกดเงินสด KK Cash Card ซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ (E-commerce) สนใจดูรายละเอียด หรือ สนใจสมัคร คลิก

 

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

Suggested
20 Mar 2020
“บัตรกดเงินสด” รู้ไว้ใช้ให้เป็น
Money