Economic
ความไม่แน่นอนเพิ่มความเสี่ยง เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวในครึ่งหลัง
- 30 Jun 25
- 4,738

Key Takeaways:
- KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทรปรับ GDP ปี 2025 ลงเหลือ 1.6% จากประมานการครั้งก่อนที่ 1.7% และปี 2026 ลงเหลือ 1.5% จากระดับ 2.0% โดยแม้เศรษฐกิจโลกจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยตามสถานการณ์สงครามการค้าที่ผ่อนคลายลงบ้าง แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยเฉพาะ คือ นักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอตัวลงแรง ภาคการผลิตยังคงเผชิญปัญหาความสามารถในการแข่งขัน และการบริโภคที่ได้รับแรงกดดันจากการปล่อยสินเชื่อภาคธนาคารที่หดตัว
- ในช่วงครึ่งหลังของปีเศรษฐกิจไทยมีโอกาสเข้าสู่ภาวะถดถอยเชิงเทคนิค (Technical Recession) เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจระยะสั้นหมดไป คือ ฐานต่ำของการลงทุนภาครัฐ การเร่งตัวของการส่งออก และการขยายตัวของนักท่องเที่ยว
- KKP Research ประเมินว่าในระยะสั้นการประเมินภาพเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนและท้าทายมากขึ้นยังต้องจับตาสามปัจจัยเสี่ยงสำคัญ คือ 1) สถานการณ์การเมืองในประเทศที่อาจนำไปสู่ความล่าช้าของการผ่านงบประมาณภาครัฐ 2) การเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐ ฯ ส่งผลต่อระดับภาษีที่ไทยจะถูกเรียกเก็บ และ 3) ราคาน้ำมันที่อาจปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์สงครามอิหร่านอิสราเอลโดยไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิทำให้ได้รับผลทางลบ
- นโยบายการเงินจำเป็นต้องมีบทบาทมากขึ้นในการดูแลสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยปัจจุบันประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในภาวะตึงตัวเมื่อเทียบกับระดับเงินเฟ้อและภาวะทางการเงิน KKP ประเมินธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับลดดอกเบี้ยอีก 0.75% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้ามาที่ระดับ 1.0% จากการคาดการณ์เดิมที่ 1.25% และต้องเร่งแก้ไขข้อจำกัดในการส่งผ่านของนโยบายการเงิน โดยเฉพาะช่องทางการปล่อยสินเชื่อของภาคธนาคาร
