Investment KnowlEDGE

นับ 1 ให้ถึงล้าน : รายได้เท่านี้ เสียภาษีเท่าไหร่?

  • 11 Oct 22
  • 5,818

นับ 1 ให้ถึงล้าน…เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายในซีรีส์นี้กับตอน รายได้เท่านี้ เสียภาษีเท่าไหร่? หลายครั้งหากคุณไม่ได้ลองคำนวณภาษีด้วยตัวเอง คุณจะไม่ทราบเลยว่าภาษีที่ต้องเสียในแต่ละปีเป็นจำนวนเท่าไหร่? บางครั้งภาษีที่คุณจ่าย อาจจะเท่ากับเงินเดือนหลายเดือนของคุณเลยก็ได้ Ep. นี้อยากมาชวนคุณลองวางแผนภาษีของตัวเองไปด้วยกันครับ

จากภาพเป็นตัวอย่างชายคนหนึ่งที่วางแผนภาษีของตนเองในปี 2565 เริ่มจากข้อมูลส่วนตัว ชายคนนี้อายุ 40 ปี เป็นผู้บริหารบริษัทเอกชน มีเงินเดือน เดือนละ 100,000 บาท ได้รับโบนัสเป็นจำนวน 4 เดือน เขาออมสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ที่ 5% ของเงินเดือนทุกเดือน ภรรยาของเขาก็ทำงานบริษัทเอกชนเช่นกัน และปัจจุบันเขามีบุตรชายหนึ่งคนอายุ 5 ปี เรามาดูรายละเอียดการวางแผนภาษีของเขากันครับ

โดยเริ่มจากกรณีที่ 1 ชายคนนี้ไม่มีการออมและลงทุนเพิ่มเพื่อลดหย่อนภาษี จากรายได้รวมตลอดปีของเขาอยู่ที่ 1,600,000 บาท (เงินเดือน + โบนัส) หักค่าใช้จ่ายตามประเภทของเงินได้ที่ 100,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ค่าลดหย่อนบุตร 30,000 บาท หักประกันสังคม(มาตรา 33) ของปี 2565 ที่ 6,300 บาท (สามารถอัพเดทอัตราเงินสมทบประกันสังคมได้ที่ : คลิก) หักเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ 5% รวมแล้วเหลือเป็นรายได้สุทธิของชายคนนี้ที่ 1,343,700 บาท

 

เมื่อนำไปคำนวณภาษี พบว่าชายคนนี้เสียภาษีฐานสูงสุดที่ 25% คิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 200,925 บาท หรือคิดเป็นเงินเดือน 2 เดือนของเขาเลยทีเดียวครับ!!! และเมื่อเห็นจำนวนเงินที่จะต้องจ่ายภาษี ชายคนนี้เลยลองวางแผนภาษีใหม่ในกรณีที่ 2 ดังนี้ครับ

กรณีที่ 2 เขามีการออมและลงทุนเพิ่มเพื่อลดหย่อนภาษี โดยในครั้งนี้เขาทดลองวางแผนภาษีโดยใช้สิทธิที่ได้รับเต็มจำนวน เริ่มจากปรับสัดส่วนการออมเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เพราะเป็นแหล่งเงินออมไว้ใช้หลังเกษียณที่สำคัญ โดยเพิ่มสัดส่วนสะสมจาก 5% เป็น 15% หรือ จากปีละ 60,000 บาท เป็นปีละ 180,000 บาท จากนั้นลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) จำนวน 200,000 บาท เพื่อเป้าหมายเป็นเงินเก็บไว้ใช้หลังเกษียณเช่นกัน และลงทุนในกองทุนส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF) อีกจำนวน 120,000 บาท

 

และเมื่อนำไปคำนวณภาษีอีกครั้ง พบว่าชายคนนี้จะเหลือฐานภาษีสูงสุดที่ต้องจ่ายอยู่ที่ 20% คิดเป็นจำนวนเงิน 95,740 บาท และเขาสามารถประหยัดภาษีไปได้ถึง 105,185 บาท!!

 

สำหรับความแตกต่าง เงื่อนไข และรายละเอียดกองทุนรวม SSF และ RMF ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ผมมีข้อมูลมาฝากเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน ดังภาพครับ

หลังจากคำนวณวางแผนภาษีทั้ง 2 กรณีแล้ว แน่นอนครับว่าชายคนนี้เลือกกรณีที่ 2 ในการลงทุนเพื่อลดหย่อน โดยเงินภาษีที่ชายคนนี้ได้คืนมา เขาสามารถนำไป re-investment ต่อได้ เช่น อาจนำไปซื้อหน่วยลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีในปีถัดไป หรืออาจนำไปลงทุนต่อ ตามเป้าหมายการเงินอื่นๆ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินเก็บของตัวเองเลย

 

แต่ทั้งนี้ก็ควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าเงินที่ใช้ลงทุนในการลดหย่อนภาษีด้วยนะครับ อย่างกรณีชายคนนี้ใช้เงินลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีไป 500,000 บาท (PVD 180,000 บาท + RMF 200,000 บาท + SSF 120,000 บาท) หากคุณไม่ได้มีฐานภาษีที่สูงมาก การลงทุนตรงนี้อาจจะไปกระทบสภาพคล่องทางการเงินของคุณได้ หรือคุณอาจไปเลือกลงทุนในกองทุนรวมประเภทอื่นๆ (ที่ไม่ใช่ RMF/SSF) ซึ่งไม่ติดเงื่อนไขระยะเวลาถือครองและสามารถขายทำกำไรในระยะเวลาไม่นานมากนัก แต่หากคุณสามารถบริหารการลงทุนของตัวเองได้ การลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีก็มีข้อดีตรงเป็นการบังคับตัวคุณให้เก็บออมไว้ใช้หลังเกษียณที่ดีตัวหนึ่งเลยครับ ดังนั้น ลองไปวางแผนภาษีให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์การลงทุนของคุณดูนะครับ

 

จะเห็นนะครับว่า การวางแผนภาษี ไม่ใช่การเลี่ยงภาษี แต่เป็นการวางแผนให้เราเสียภาษีอย่างคุ้มค่ามากที่สุด ดังนั้น การศึกษาทำความเข้าใจเรื่องวางแผนภาษีจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น แม้คุณจะมีรายได้หลักล้าน คุณก็สามารถวางแผนภาษีได้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดครับ ลองไปวางแผนภาษีด้วยการทำ To do list ด้านล่างนะครับ

To do list :

1. ทดลองวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของคุณในปี 2565
2. เปรียบเทียบภาษีที่ต้องเสีย ระหว่างการใช้สิทธิและไม่ใช้สิทธิลดหย่อน
3. ศึกษารายละเอียดเงื่อนไขกองทุนรวม SSF และ RMF

Suggested Content
17 Oct 2023
Money Journey
Reading Room
26 Oct 2023
Money Journey Tax
26 Oct 2023
Money Journey Investment