Investment KnowlEDGE

นับ 1 ให้ถึงล้าน : รอยรั่วทางการเงินจบได้ด้วยจดบัญชีรับ-จ่าย

  • 19 Apr 22
  • 7,184

ใน Ep.ที่แล้ว ผมได้พูดถึงการตั้งเป้าหมายทางการเงิน คือ เก็บเงินเพื่อทำธุรกิจจำนวน 1 ล้านบาท ภายใน 7 ปี คำนวณออกมาแล้วผมจะต้องเก็บเงินต่อเดือน ที่เดือนละ 9,629 บาท และลงทุนให้ได้ผลตอบแทน 7% ต่อปี Ep.นี้ ผมจะมาพูดถึงการเก็บเงินกันต่อครับ

การจะมีเงินเก็บเดือนละ 9,629 บาท มี 2 ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง คือ รายได้และค่าใช้จ่าย และสิ่งที่จะทำให้คุณทราบว่าตัวเองมีเงินเหลือเก็บแต่ละเดือนหรือไม่ ก็คือ การจดบัญชีรายรับ-รายจ่าย นั่นเองครับ

ถึงตรงนี้หลายคนอาจบอกว่าการจดรายรับรายจ่าย เราทำกันมาตั้งแต่เด็ก ทำจนไม่อยากทำแล้ว แต่เชื่อไหมครับว่า สิ่งเล็กๆ นี้มีประโยชน์กับการวางแผนการเงินของคุณมาก เพราะจะทำให้คุณทราบว่าเงินเดือนแต่ละเดือนที่หมดไป หมดไปกับสิ่งใด? และหากจะปรับลด ควรปรับลดจากส่วนไหน?

ฉะนั้นหากอยากมีเงินเก็บออม สิ่งที่คุณต้องทำมี 2 อย่างคือ 1. อุดรอยรั่วให้มากที่สุด นั่นคือ พยายามลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และ 2. หาทางเพิ่มรายได้ (รายได้เสริม/รายได้จากสินทรัพย์) นั่นคือ เพิ่มก๊อกน้ำที่เติมเงินเก็บออมนั่นเอง

 

และเพื่อให้คุณเข้าใจการจดรายรับ-รายจ่ายได้ง่ายขึ้น ผมอยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับ งบรายได้และค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล (Personal Income and Expense Statement) เป็นงบที่แสดงการเปรียบเทียบรายได้และค่าใช้จ่ายของเราในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง มีสมการคือ รายได้ (1) – ค่าใช้จ่าย (2) = เงินเหลือ หรือ เงินขาด หากทำสมการออกมาแล้วเงินเหลือ คำถามคือเหลือพอที่เดือนละ 9,629 บาทหรือไม่?

 

หากไม่พอสิ่งที่คุณต้องทำก็คือ ถ้าไม่เพิ่มรายได้ให้มากขึ้น ก็ต้องลดค่าใช้จ่ายลงนั่นเอง โดยค่าใช้จ่ายเก็บออมของผมที่แพลนไว้เดือนละ 9,629 บาท จะอยู่ในส่วนค่าใช้จ่ายเพื่อการออมและการลงทุนส่วนแรกฝั่งขวามือ (ซึ่งเงินเก็บออมส่วนนี้ควรเริ่มเก็บ หลังจากที่คุณมีเงินเก็บสำรองฉุกเฉิน 3-6 เท่าของรายจ่ายแล้ว)

หรือหากคุณลองปรับลดค่าใช้จ่ายแล้วแต่เงินเก็บต่อเดือนก็ยังไม่พออีก ให้มามองฝั่งซ้าย คือ การเพิ่มรายได้ ซึ่งจะมาจาก 2 ส่วน ได้แก่

 

- รายได้จากการทำงาน เป็นรายได้ที่คุณต้องใช้กำลังแรงงานของคุณทำงานแลกมา เช่น เงินเดือน เงินรายได้เสริม หากคุณหยุดงานเมื่อไร รายได้ส่วนนี้จะหายไป หรือที่เรียกกันว่า Active Income

 

- รายได้จากสินทรัพย์ เป็นรายได้ที่คุณได้รับจากผลตอบแทนการลงทุนในสินทรัพย์ เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า แม้คุณไม่ได้ทำงาน รายได้ส่วนนี้ก็ยังมีเข้ามาเรื่อยๆ หรือที่เรียกกันว่า Passive Income นั่นเองครับ

 

จะเห็นนะครับว่า ค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนของผมเดือนละ 9,629 บาท จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ รายได้ฝั่งซ้ายของผมมากพอ และต้องมีการจัดการค่าใช้จ่ายคงที่และผันแปรไม่ให้สูงจนเกินไป ดังนั้นนะครับ การทำงบรายได้และค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล จะทำให้คุณเห็นภาพเป้าหมายทางการเงินที่วางไว้ชัดเจนขึ้นครับ

 

จากตารางฝั่งขวาจะเห็นว่า หากเงินเก็บออมของคุณไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายส่วนแรกที่คุณลดได้ง่ายที่สุด นั่นคือ ค่าใช้จ่ายผันแปร ซึ่งจะแปรเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมการใช้จ่ายของคุณ เช่น ค่าอาหารบุฟเฟ่ต์มื้อหรู ค่ากาแฟร้านดัง หรือค่า shopping ของคุณผู้หญิง หากปรับลดลงได้ คุณก็จะมีเงินเหลือเก็บมากขึ้น หรือแม้แต่ค่าใช้จ่ายคงที่ ที่คุณสามารถประมาณการได้ในแต่ละเดือน เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หากมีจำนวนมากเกินไป คุณก็อาจเผชิญปัญหาสภาพคล่องและไม่มีเงินเหลือเก็บได้

 

To do list :

1. จัดทำงบรายได้ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล

2. ตรวจสอบเงินเก็บออมต่อเดือนของคุณ ว่าเพียงพอต่อการลงทุนตามเป้าหมายหรือไม่?

3. หากเงินเก็บออมไม่พอ จะปรับลดค่าใช้จ่ายส่วนไหนหรือเพิ่มรายได้?

4. เมื่อดำเนินการตามข้อ 1 – 3 คุณจะสามารถเก็บออมต่อเดือนตามเป้าหมายได้