Money Matter
3 วิธีฝึกความฉลาดทางอารมณ์ ที่จะทำให้เราสุดปังในที่ทำงาน!
- 10 Aug 23
- 9,068
.png)
ถ้าพูดถึงวิธีที่จะอยู่ที่ทำงานให้มีความสุข และมีผลงาน ได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน หลายคนคงคิดว่าต้องมี IQ สูงที่อาจบ่งบอกถึงความฉลาด และต้องมีประสบการณ์ในการทำงานมากมายเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรามีชีวิตดี๊ดีในออฟฟิศ ก็คือ EQ หรือ ‘ความฉลาดทางอารมณ์’ ที่ใครๆ ก็มีได้ ถ้าฝึกฝนเป็นประจำ
เพราะการทำงานมักมีสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น และต้องดีลกับคนทั้งในและนอกบริษัท การมีความฉลาดทางอารมณ์จึงเป็นหนทางที่จะทำให้เรารับมือกับปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น แถมยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคนจนกลายเป็นคน ‘สุดปัง’ ในที่ทำงานไปเลย หากใครอยากลับคมความฉลาดทางอารมณ์ ลองใช้ 3 วิธีนี้เสริมสร้างอีคิวอย่างสม่ำเสมอ รับรองว่าความปังอยู่ใกล้แค่เอื้อม!
1. ฝึก ‘การตระหนักรู้ตนเอง’ (Self-Awareness)
การตระหนักรู้ตนเองคือพื้นฐานสำคัญของการจัดการอารมณ์ เพราะถ้าเรารู้ตัวว่าตอนนี้มีอารมณ์แบบไหน เกิดจากอะไร จะช่วยให้เราจัดการกับอารมณ์ต่างๆ ได้ง่ายขึ้นและทันท่วงที เช่น ถ้าเรารู้สึกโกรธเพราะมีคนมาวิจารณ์งานของเราแบบไม่ถนอมน้ำใจ การรู้ตัวเองว่ากำลังโกรธอยู่ และอารมณ์นี้จะผ่านไปในไม่ช้า ก็จะทำให้เราไม่หุนหันพลันแล่นตอบโต้ด้วยความโกรธ ควบคุมอารมณ์ได้อย่างมืออาชีพ แถมยังทำให้เรามีสติพิจารณาได้ด้วยว่า จากคำวิจารณ์ของเขา เราสามารถนำมาปรับปรุงงานของเราได้จริงหรือไม่
วิธีฝึกฝน:
คนที่พูดเก่ง แชร์สิ่งที่ตัวเองรู้ หรือเล่าเรื่องต่างๆ ได้อย่างถึงอารมณ์นั้นอาจเป็นจุดสนใจในที่ทำงาน หรืออาจดูเหมือนสร้างความประทับใจได้ง่ายกว่าคนพูดน้อย แต่ในหลายครั้ง ‘การฟัง’ ก็ทำให้เรากลายเป็นคนน่าสนใจได้ แม้จะไม่ได้พูดเยอะ! – การฟังอย่างตั้งใจ นอกจากจะช่วยให้ผู้พูดรู้สึกดีแล้ว ยังทำให้เราได้เรียนรู้จากเรื่องราวหรือมุมมองของคนอื่นมากขึ้น ค่อยๆ เป็นคนที่ใจกว้างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และยังสร้างบทสนทนาที่มีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี
วิธีฝึกฝน:
3. ฝึกความเห็นอกเห็นใจ (Empathy)
เพราะมนุษย์ทุกคนมีเรื่องราว มีปัญหา และมีความลำบากในแบบของตัวเอง ความสามารถในการเห็นอกเห็นใจ (Empathy) จึงเป็นทักษะที่สำคัญมากในทุกความสัมพันธ์ เพราจะทำเราเข้าใจถึงความรู้สึกของคนอื่น จนรู้จักระมัดระวังคำพูดหรือการกระทำมากขึ้น ในที่ทำงาน ความเห็นอกเห็นใจจะทำให้ทีมเข้มแข็งขึ้นได้ ทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข รวมถึงพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อีกด้วย เพราะใครๆ ก็รู้สึกดีที่มีคนเข้าใจทั้งนั้น
วิธีฝึกฝน:
ถ้าเรามีความฉลาดทางอารมณ์ที่ดี นอกจากจะเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน (และลูกค้าด้วย) สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานและมีผลงานที่โดดเด่นเป็นที่ยอมรับ เมื่อรู้แบบนี้... มาเริ่มลับคมความฉลาดทางอารมณ์ตั้งแต่วันนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับเรื่องราวต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเราในวันข้างหน้าได้อย่างมั่นคงนั่นเอง
1. ฝึก ‘การตระหนักรู้ตนเอง’ (Self-Awareness)
การตระหนักรู้ตนเองคือพื้นฐานสำคัญของการจัดการอารมณ์ เพราะถ้าเรารู้ตัวว่าตอนนี้มีอารมณ์แบบไหน เกิดจากอะไร จะช่วยให้เราจัดการกับอารมณ์ต่างๆ ได้ง่ายขึ้นและทันท่วงที เช่น ถ้าเรารู้สึกโกรธเพราะมีคนมาวิจารณ์งานของเราแบบไม่ถนอมน้ำใจ การรู้ตัวเองว่ากำลังโกรธอยู่ และอารมณ์นี้จะผ่านไปในไม่ช้า ก็จะทำให้เราไม่หุนหันพลันแล่นตอบโต้ด้วยความโกรธ ควบคุมอารมณ์ได้อย่างมืออาชีพ แถมยังทำให้เรามีสติพิจารณาได้ด้วยว่า จากคำวิจารณ์ของเขา เราสามารถนำมาปรับปรุงงานของเราได้จริงหรือไม่
วิธีฝึกฝน:
- เขียนบันทึกประจำวันที่บอกเล่าความรู้สึกตัวเองต่อสถานการณ์ต่างๆ นอกจากจะได้คุยกับตัวเองแล้ว บันทึกของเรายังช่วยเตือนให้เราไม่ยึดติด ดำดิ่งกับอารมณ์โกรธหรือเศร้า เพราะอารมณ์เหล่านั้นก็จะจางหายไปเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ดังนั้นมุ่งเดินหน้าต่อไปดีกว่า!
- ฝึกทำสมาธิ ไม่ต้องเน้นความนานในการฝึกฝน แต่เน้นความสม่ำเสมอ วันละเพียง 5 นาทีก็ส่งผลดีได้
- หากอยู่ในสถานการณ์ชวนหงุดหงิด ให้ปลีกตัวออกมาอยู่คนเดียวสักพัก ก่อนจะทำการตอบโต้กับใคร
คนที่พูดเก่ง แชร์สิ่งที่ตัวเองรู้ หรือเล่าเรื่องต่างๆ ได้อย่างถึงอารมณ์นั้นอาจเป็นจุดสนใจในที่ทำงาน หรืออาจดูเหมือนสร้างความประทับใจได้ง่ายกว่าคนพูดน้อย แต่ในหลายครั้ง ‘การฟัง’ ก็ทำให้เรากลายเป็นคนน่าสนใจได้ แม้จะไม่ได้พูดเยอะ! – การฟังอย่างตั้งใจ นอกจากจะช่วยให้ผู้พูดรู้สึกดีแล้ว ยังทำให้เราได้เรียนรู้จากเรื่องราวหรือมุมมองของคนอื่นมากขึ้น ค่อยๆ เป็นคนที่ใจกว้างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และยังสร้างบทสนทนาที่มีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี
วิธีฝึกฝน:
- ฟังด้วยสติ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
- ไม่รีบร้อนตอบโต้
- ใช้ภาษากายแสดงออกว่าเราให้ความสนใจจริงๆ
- อาจพูดทวนสิ่งที่ได้ยินเป็นระยะเพื่อให้เราจดจำได้
- ไม่รีบตัดสินว่าเขาคิดผิดหรือคิดถูก หรือเป็นคนอย่างไร
3. ฝึกความเห็นอกเห็นใจ (Empathy)
เพราะมนุษย์ทุกคนมีเรื่องราว มีปัญหา และมีความลำบากในแบบของตัวเอง ความสามารถในการเห็นอกเห็นใจ (Empathy) จึงเป็นทักษะที่สำคัญมากในทุกความสัมพันธ์ เพราจะทำเราเข้าใจถึงความรู้สึกของคนอื่น จนรู้จักระมัดระวังคำพูดหรือการกระทำมากขึ้น ในที่ทำงาน ความเห็นอกเห็นใจจะทำให้ทีมเข้มแข็งขึ้นได้ ทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข รวมถึงพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อีกด้วย เพราะใครๆ ก็รู้สึกดีที่มีคนเข้าใจทั้งนั้น
วิธีฝึกฝน:
- คุยกับคนอื่นบ่อยๆ พยายามจินตนาการว่าถ้าเจอเรื่องราวแบบเดียวกัน เราจะรู้สึกอย่างไร
- หมั่นสังเกตคนรอบข้าง อาจเริ่มจากการสังเกตภาษากายของเพื่อนที่กำลังเล่าเรื่อง เช่นแววตา สีหน้า น้ำเสียง ก็จะรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรขณะกำลังพูดถึงเรื่องต่างๆ
- การอ่านนิยายและจินตนาการตามเนื้อเรื่อง สามารถช่วยให้ฝึกความเห็นอกเห็นใจได้อีกทางหนึ่ง
ถ้าเรามีความฉลาดทางอารมณ์ที่ดี นอกจากจะเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน (และลูกค้าด้วย) สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานและมีผลงานที่โดดเด่นเป็นที่ยอมรับ เมื่อรู้แบบนี้... มาเริ่มลับคมความฉลาดทางอารมณ์ตั้งแต่วันนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับเรื่องราวต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเราในวันข้างหน้าได้อย่างมั่นคงนั่นเอง