Lifestyle

COVID-19: อาหารเสริมช่วยได้หรือไม่?

Post by | Admin

ไวรัสนั้นมีชีวิตอยู่ด้วยตัวเองไม่ได้ แต่จะต้องบุกรุกเข้าไปในเซลล์ของมนุษย์หรือสัตว์ ไวรัสจะ "มีชีวิต" ได้ก็ต้องมี "เจ้าภาพ" (host) ไวรัสจึงจะสามารถนำเอาทรัพยากรที่อยู่ในเซลล์ของเจ้าภาพไปใช้แบ่งตัวและแพร่ขยายตัวเองได้

ทั้งนี้ การจะบุกรุกเข้ามาไวรัสนั้นจะต้องมี "กุญแจ" ที่เปิดประตูเข้ามา แล้วทำตัวเป็นเสมือนกับผีที่เข้ามา "สิง" เซลล์ของตัวเรา ดังนั้นไวรัสจึงเป็นอันตรายต่อตัวเราในเกือบทุกกรณีและการรักษาจึงจะต้องฆ่าเซลล์ทุกเซลล์ที่ถูก "สิง" ให้หมดไป แต่ไม่สามารถใช้วิธีการไล่ไวรัสออกไปจากเซลล์ได้

ไวรัสแตกต่างจากแบคทีเรียซึ่งเป็นเซลล์ที่มีชีวิตและส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นมิตรกับร่างกายของมนุษย์และสัตว์ เช่นแบคทีเรียในลำไส้ของเรา ซึ่งเป็นประโยชน์เพราะช่วยย่อยอาหาร ในกรณีแบคทีเรียที่เป็นภัยอันตรายต่อมนุษย์ เช่น กาฬโรคหรือ The Black Death ที่ระบาดจากแบคทีเรียในหนูที่ชื่อว่า Yersinia pestisis และทำให้มนุษย์ล้มตายไปหลายสิบล้านคน เมื่อเกือบ 700 ปีที่ผ่านมานั้น ปัจจุบันยังไม่ได้หายไปไหน แต่มนุษย์สามารถฆ่าแบคทีเรียดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยยาปฏิชีวนะ (antibiotics) แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงที่แบคทีเรียจะกลายพันธุ์และดื้อยาได้ หากเรากินยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อและในปริมาณที่ไม่เหมาะสม

สิ่งที่ต้องการชี้ให้เห็นคือการกินยาหรืออาหารเสริมเพื่อให้ไปฆ่าไวรัสและรักษาโรคที่เกิดจากไวรัสนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยากมาก เพราะไวรัสไม่ใช่แบคทีเรียที่มีชีวิตเป็นเอกเทศจากเซลล์ของเราที่จะสามารถจัดการได้โดยง่าย ในวันนี้จึงตอบได้เลยว่าไม่มียาหรืออาหารเสริมใดที่พิสูจน์ได้อย่างแน่ชัดว่าช่วยปราบไวรัสได้


ชาผู่เอ๋อร์และชาดำอาจมีประโยชน์

หลังจากที่โรค SARS ระบาดในปี 2003 ก็ได้มีการทำงานวิจัยมากมายเกี่ยวกับยาและอาหารเสริมที่อาจจะนำมาบรรเทาอาการของโรคร้ายนี้ได้ ซึ่งผมค้นพบงานวิจัยงานหนึ่งจัดทำโดยทีมนักวิจัยที่ไต้หวันและตีพิมพ์ในวารสาร Evidence Based Complement Alternative Medicine ในเดือน มิ.ย.2005 ซึ่งนักวิจัยพบว่าโปรตีน 3C-like Protease (3CL (Pro)) มีบทบาทสำคัญในการทำให้ไวรัส SARS-COV (ที่ทำให้เกิดโรค SARS) สามารถแบ่งตัวและเติบโต

ดังนั้น ทีมวิจัยจึงไปคัดเลือกสารธรรมชาติรวมทั้งสิ้น 720 ชนิดมาทดลองกับ 3CL (Pro) และพบว่ามีสาร 2 ชนิดที่สามารถยับยั้ง 3CL (Pro) และด้วยเหตุนั้นจึงช่วยยับยั้งการแบ่งตัวและเติบโตของไวรัส SAR-COV ได้ คือกรดแทนนิค และ Theaflavin ซึ่งสารดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มโพลีฟินอล (polyphenols) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านอื่นๆ อยู่แล้ว และพบมากในชาผู่เอ๋อร์และชาดำ และมีอยู่บ้างในชาเขียวและชาอู่หลง

เนื่องจากการดื่มชานั้นเป็นที่แพร่หลายอยู่แล้วและมีงานวิจัยมากมายที่พิสูจน์ว่าการกินชาเป็นประโยชน์ต่อร่างกายในหลายด้าน (แต่ก็ควรระวังไม่ให้กินกาเฟอีนเข้าไปจนเกินขนาด และต้องระวังไม่ให้ใบชามีสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ) ดังนั้น หากชาผู่เอ๋อร์และชาดำอาจมีประโยชน์ในการช่วยยับยั้งการขยายแพร่พันธุ์ของไวรัส SARS-COV ได้ ก็อาจจะให้ผลในทำนองเดียวกันกับไวรัส SARS-COV2 ที่ทำให้ป่วยเป็น COVID-19 ได้เช่นกัน แต่ตรงนี้ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านผู้อ่าน


ฟ้าทะลายโจร

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2020 สำนักข่าว AFP รายงานว่า บทความในหนังสือพิมพ์ไทยฉบับหนึ่งที่อ้างว่า “ฟ้าทะลายโจร” มีสรรพคุณในการป้องกัน (prevent) และบรรเทา (relieve) อาการของ COVID-19 นั้นเป็นการกล่าวอ้างที่ทำให้เข้าใจผิด (misleading) เพราะปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานว่าฟ้าทะลายโจรมีสรรพคุณดังกล่าว

ฟ้าทะลายโจรนั้นมองได้ว่าเป็นสมุนไพรที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมานานกว่า 2,000 ปีแล้วในทวีปเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยถูกนำเอาไปรักษาโรคหลายโรค เช่น มะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคเรื้อน ปอดบวม ท้องเสีย ฯลฯ แต่งานวิจัยทางวิชาการที่เป็นที่ยอมรับเพราะเป็นการวิจัยที่เรียกว่า double-blind, placebo-controlled (แบ่งคนที่ทดลองยาเป็น 2 กลุ่ม โดยหนึ่งกลุ่มกินยาเทียมและทั้งผู้แจกยาและผู้กินยาไม่มีใครทราบว่าใครกินยาแท้หรือยาเทียม)

พบว่าฟ้าทะลายโจรสามารถช่วยบรรเทาอาการจากการเป็นไข้หวัดได้จริง และยังช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นไข้หวัดลงไปครึ่งหนึ่ง เนื่องจากไข้หวัดก็เกิดจากไวรัส ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ (แต่ยังไม่เคยมีการทำการทดลอง) ว่าฟ้าทะลายโจรจะเป็นประโยชน์ในการป้องกันหรือบรรเทาอาการจากการติดเชื้อ SARS-COV หรือ SARS-COV2 ได้บ้าง

นอกจากนั้นก็ยังมีงานวิจัยที่พยายามศึกษาถึงศักยภาพของฟ้าทะลายโจร (ชื่อภาษาอังกฤษคือ Andrographis Paniculata) ในการต่อต้านไวรัสที่ทำให้เกิดโรคบางชนิด เช่น ไข้หวัดใหญ่ เอดส์และเริม (herpes) ทั้งนี้สารสำคัญที่สกัดจากฟ้าทะลายโจรที่มีสรรพคุณในการยับยั้งการแบ่งตัวและขยายพันธุ์ของไวรัสคือ Andrographolide

ข้อสรุปคือฟ้าทะลายโจร อาจมีสรรพคุณในการต่อต้านการแบ่งตัวของไวรัสบางชนิด ซึ่งอาจจะรวมถึงไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แต่ยังไม่มีงานวิจัยเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ อย่างไรก็ดี การชะลอการแบ่งตัวของไวรัสนั้นย่อมจะเป็นประโยชน์ในการบรรเทาอาการของโรคและให้เวลากับระบบ


บทความโดย ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ จากนสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 23 มีนาคม 2563

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม