Lifestyle
5 วิธีสู่ ‘หลังสุขภาพดี’ ที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นชัดเจน
- 14 Aug 23
- 1,908
ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ วิถีชีวิตที่ต้องนั่งหน้าจอคอมนานๆ และขยับตัวน้อยๆ อาจทำให้หลายคนมีอาการ ‘ปวดหลัง’ จนรู้สึกเหมือนเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็เป็นกัน แต่อันที่จริงแล้ว ‘สุขภาพหลัง’ เป็นเรื่องที่ต้องให้ความใส่ใจและลงทุนดูแลกว่าที่คิด เพราะหลังช่วยพยุงให้เราทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างคล่องตัวและพร้อมลุยในทุกสถานการณ์ ทั้งยังช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูดีอีกด้วย ที่สำคัญคือ เราควรเริ่มดูแลแลทะนุถนอมหลังให้เร็วที่สุด เพราะหากเกิดความผิดปกติขึ้นแล้วจะรักษาไม่ได้ง่ายๆ เลยนะ
สำหรับใครที่อยากบรรเทาอาการปวดหลังของตัวเอง หรืออยาก ‘กันไว้ดีกว่าแก้’ ลองใช้ 5 วิธีดูแลหลัง เพื่อสุขภาพหลังที่ดีไปอีกยาวๆ!
1. เลือกรองเท้าที่ซัปพอร์ตดี
แม้ว่ารองเท้าจะดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับสุขภาพหลังสักเท่าไหร่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว รองเท้าที่ออกแบบเพื่อการซัปพอร์ตที่ดีจะช่วยพยุงหลังช่วงล่างได้ด้วย โดยเฉพาะในขณะวิ่งออกกำลังกาย ทั้งยังช่วยปรับท่าทางของร่ายกายให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่แอ่นหรืองอตัวจนทำให้ปวดหลังเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ก็ต้องเลือกรองเท้าที่มีขนาดพอดี ไม่หลวมหรือรัดจนเกินไป
2. หาฟูกนอนที่เหมาะสม
เนื่องจากเราต้องใช้เวลาบนฟูกหลายชั่วโมงต่อวัน จึงควรลงทุนเพื่อฟูกนอนที่เหมาะสมกับสรีระและทำจากวัสดุคุณภาพดีเพื่อเพิ่มคุณภาพการนอนหลับและถนอมรักษากระดูกสันหลัง และถึงแม้ว่าฟูกนอนสุดนิ่มฟูจะดูนอนสบาย แต่มันอาจทำให้กระดูกสันหลังอยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสม ฟูกนอนที่ดีต่อสุขภาพหลังควรมีความแน่นปานกลางให้พียงพอที่จะรับน้ำหนักของร่างกายในแต่ละส่วนได้ และมีความอ่อนนุ่มแบบพอดีกับการรองรับสรีระและกระจายน้ำหนักขณะนอนด้วย
3. ลงทุนกับเก้าอี้ดีๆ
เก้าอี้ที่ออกแบบมาเพื่อการซัปพอร์ตหลังโดยเฉพาะนั้นสำคัญมาก โดยเฉพาะเก้าอี้ทำงานที่เราต้องนั่งหลายชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเก้าอี้ที่รองรับสรีระหลังจะช่วยล็อคท่านั่งให้อยู่ในท่าที่เหมาะสม ไม่เผลองอหลังหรือแอ่นหลังติดกันเป็นเวลานาน และควรมีที่รองเท้าช่วยเสริมการจัดท่าทาง แม้อาจจะดูราคาแพงกว่าเก้าอี้ปกติ แต่การลงทุนในเก้าอี้ดีๆ เป็นการป้องกันหลังบาดเจ็บนั้นคุ้มค่าแน่นอน เพราะราคาการรักษานั้นสูงกว่าเยอะ
4. เสริมกล้ามเนื้อแกนกลาง
อีกหนึ่งตัวช่วยบรรเทาอาการปวดหลังที่หลายคนอาจมองข้ามคือ การออกกำลังกายในท่าที่เสริมกล้ามเนื้อแกนกลางและหลังให้แข็งแรง เนื่องจากเป็นส่วนของร่างกายที่ไม่ค่อยได้ใช้งานในชีวิตประจำวัน จึงต้องใส่ใจกับการออกกำลังกายในท่าที่ ‘โดน’ แกนกลางและหลัง เพื่อให้ร่างกายมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงช่วยพยุงช่วงตัวให้มั่นคง ไม่บาดเจ็บง่ายๆ แถมวิธีเสริมกล้ามเนื้อก็ไม่ยาก ทำได้ทั้งที่ยิมและที่บ้าน แต่ต้องระวังเรื่องทำท่าทางให้ถูกต้องด้วยนะ
5. นวดเพื่อสุขภาพ
นี่คงเป็นวิธีการที่หลายคนชอบที่สุด แต่การนวดนั้นไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความผ่อนคลายเท่านั้น แต่การนวดช่วยเสริมการไหลเวียของเลือดในร่างกาย ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ จึงช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บต่างๆ ได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรเลือกนวดกับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น โดยเฉพาะการนวดเพื่อการรักษาเฉพาะทาง
หากเราเลือกลงทุนและใส่ใจดูแลสุขภาพหลังของเราอย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่าแน่นอน เพราะนอกจากจะรู้สึกคล่องแคล่ว สบายตัวมากขึ้นแล้ว หลังที่สุขภาพดียังช่วยเสริมให้เรามีบุคลิกที่ดีขึ้น และมีความพร้อมลุยเมื่อโอกาสดีๆ มาถึงอยู่เสมอ ไม่ต้องถอยจากกิจกรรมที่อยากทำเพียงเพราะ ‘ปวดหลัง’ อีกต่อไปแล้ว
1. เลือกรองเท้าที่ซัปพอร์ตดี
แม้ว่ารองเท้าจะดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับสุขภาพหลังสักเท่าไหร่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว รองเท้าที่ออกแบบเพื่อการซัปพอร์ตที่ดีจะช่วยพยุงหลังช่วงล่างได้ด้วย โดยเฉพาะในขณะวิ่งออกกำลังกาย ทั้งยังช่วยปรับท่าทางของร่ายกายให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่แอ่นหรืองอตัวจนทำให้ปวดหลังเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ก็ต้องเลือกรองเท้าที่มีขนาดพอดี ไม่หลวมหรือรัดจนเกินไป
2. หาฟูกนอนที่เหมาะสม
เนื่องจากเราต้องใช้เวลาบนฟูกหลายชั่วโมงต่อวัน จึงควรลงทุนเพื่อฟูกนอนที่เหมาะสมกับสรีระและทำจากวัสดุคุณภาพดีเพื่อเพิ่มคุณภาพการนอนหลับและถนอมรักษากระดูกสันหลัง และถึงแม้ว่าฟูกนอนสุดนิ่มฟูจะดูนอนสบาย แต่มันอาจทำให้กระดูกสันหลังอยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสม ฟูกนอนที่ดีต่อสุขภาพหลังควรมีความแน่นปานกลางให้พียงพอที่จะรับน้ำหนักของร่างกายในแต่ละส่วนได้ และมีความอ่อนนุ่มแบบพอดีกับการรองรับสรีระและกระจายน้ำหนักขณะนอนด้วย
3. ลงทุนกับเก้าอี้ดีๆ
เก้าอี้ที่ออกแบบมาเพื่อการซัปพอร์ตหลังโดยเฉพาะนั้นสำคัญมาก โดยเฉพาะเก้าอี้ทำงานที่เราต้องนั่งหลายชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเก้าอี้ที่รองรับสรีระหลังจะช่วยล็อคท่านั่งให้อยู่ในท่าที่เหมาะสม ไม่เผลองอหลังหรือแอ่นหลังติดกันเป็นเวลานาน และควรมีที่รองเท้าช่วยเสริมการจัดท่าทาง แม้อาจจะดูราคาแพงกว่าเก้าอี้ปกติ แต่การลงทุนในเก้าอี้ดีๆ เป็นการป้องกันหลังบาดเจ็บนั้นคุ้มค่าแน่นอน เพราะราคาการรักษานั้นสูงกว่าเยอะ
4. เสริมกล้ามเนื้อแกนกลาง
อีกหนึ่งตัวช่วยบรรเทาอาการปวดหลังที่หลายคนอาจมองข้ามคือ การออกกำลังกายในท่าที่เสริมกล้ามเนื้อแกนกลางและหลังให้แข็งแรง เนื่องจากเป็นส่วนของร่างกายที่ไม่ค่อยได้ใช้งานในชีวิตประจำวัน จึงต้องใส่ใจกับการออกกำลังกายในท่าที่ ‘โดน’ แกนกลางและหลัง เพื่อให้ร่างกายมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงช่วยพยุงช่วงตัวให้มั่นคง ไม่บาดเจ็บง่ายๆ แถมวิธีเสริมกล้ามเนื้อก็ไม่ยาก ทำได้ทั้งที่ยิมและที่บ้าน แต่ต้องระวังเรื่องทำท่าทางให้ถูกต้องด้วยนะ
5. นวดเพื่อสุขภาพ
นี่คงเป็นวิธีการที่หลายคนชอบที่สุด แต่การนวดนั้นไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความผ่อนคลายเท่านั้น แต่การนวดช่วยเสริมการไหลเวียของเลือดในร่างกาย ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ จึงช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บต่างๆ ได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรเลือกนวดกับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น โดยเฉพาะการนวดเพื่อการรักษาเฉพาะทาง
หากเราเลือกลงทุนและใส่ใจดูแลสุขภาพหลังของเราอย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่าแน่นอน เพราะนอกจากจะรู้สึกคล่องแคล่ว สบายตัวมากขึ้นแล้ว หลังที่สุขภาพดียังช่วยเสริมให้เรามีบุคลิกที่ดีขึ้น และมีความพร้อมลุยเมื่อโอกาสดีๆ มาถึงอยู่เสมอ ไม่ต้องถอยจากกิจกรรมที่อยากทำเพียงเพราะ ‘ปวดหลัง’ อีกต่อไปแล้ว