Lifestyle

จัดการความคิดอย่างไรไม่ให้ฟุ้งซ่าน

  • 28 Oct 22
  • 7,293

หลายคนที่กำลังประสบปัญหาหรือพบเจอกับสถานการณ์ต่างๆ ที่ทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัด ผิดหวัง เสียใจ ไม่ว่าจะอกหัก รักคุด โดนแก้งานไม่หยุด เจ้านายบ่น รถติด หรือคุยธุรกิจไม่ลงตัว จะหันซ้ายแลขวาก็ไม่รู้ว่าจะระบายกับใคร บางคนก็พยายามคิดหาทางออก แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งเลยเถิดจนกลายคนเป็นฟุ้งซ่าน ยิ่งหนักกว่านั้นอาจถึงขั้นเหม่อลอยหรือขาดสติก็มี

คงไม่ดีแน่ หากปล่อยให้ความรู้สึกแย่ๆ แบบนี้เกิดขึ้นกับคุณเป็นเวลานาน และเพื่อช่วยให้คุณได้หลุดพ้นจากสถานการณ์นี้และได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข วันนี้เราขออาสาพาคุณไปรู้จักกับวิธีจัดการความคิดไม่ให้ฟุ้งซ่านกัน ดังนี้

สังเกตความคิดของตัวเอง

เมื่อเจอเรื่องกังวลใจ แน่นอนว่าความคิดเรามักจะหลุดไปกับความฟุ้งซ่าน ยิ่งหลายครั้งพยายามจะหยุดคิดเท่าไหร่ก็กลับกลายเป็นการเพิ่มความฟุ้งซ่านขึ้นไปอีก ทางที่ดีควรตั้งสติและสังเกตความคิดตัวเองว่ากำลังคิดอะไร ทำอะไรอยู่ และรีบดึงตัวเองให้มาโฟกัสกับสิ่งที่ทำได้ในปัจจุบันทันที แต่ถ้าจิตยังยึดติด คิดไม่ตก ลองลุกออกไปเดินเล่น ดื่มกาแฟ ทานขนมที่ชอบ เพื่อปลดปล่อยความคิดที่จมปลักของตัวเองออกไปก่อนก็จะช่วยลดความกังวลใจลงได้บ้าง

เขียนความคิดลงบนกระดาษ

บางเรื่องที่เราไม่สามารถเล่าให้ใครฟังได้ การเขียนความคิดของเราลงบนกระดาษก็เป็นทางเลือกที่ดีที่ช่วยให้เราได้เห็นสิ่งต่างๆ ชัดเจนขึ้น แถมยังช่วยแยกแยะปัญหาได้ดี เพราะกระดาษเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เราสามารถเขียนระบายปลดปล่อยความคิดได้อย่างอิสระ นอกจากนี้การเขียนยังช่วยบำบัดความเครียด และทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้นอีกด้วย

คิดบวก

เมื่อเจอปัญหารุมเร้าจนเกิดความเครียด ลองมองในมุมกลับปรับมุมมองให้เป็นแง่บวกก็อาจจะพบว่าปัญหาต่างๆ เหล่านั้น ทำให้เราได้รู้ข้อบกพร่องของตัวเอง เป็นบทเรียนให้จดจำและแก้ไข หรืออย่างน้อยก็ลองเปลี่ยนความคิดเป็นเชิงสร้างสรรค์ เช่น ปัญหาที่เราเจออาจดูเล็กลงเมื่อเทียบกับคนที่เจอเรื่องลำบากกว่า ให้เราได้กลับมามองและพัฒนาตัวเองมากขึ้น ที่สำคัญอย่าลืมให้กำลังใจตัวเอง

ฝึกสมาธิ

ฝึกทำจิตให้สงบด้วยการสวดมนต์ นั่งสมาธิ กำหนดลมหายใจเข้าออก หรือฝึกสมาธิจากการทำสิ่งที่ชอบก็ได้เช่นกัน เช่น วาดรูป ระบายสี เล่นดนตรี เล่นกีฬา ทำงานฝีมือ เย็บปักถักร้อย หรือประดิษฐ์ของ DIY ต่างๆ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้สมองและจิตใจมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า และช่วยสร้างสมาธิได้เป็นอย่างดี

อ่านมาถึงตรงนี้ อยากให้คุณลองเริ่มทำตามแต่ละข้อที่กล่าวมาข้างต้น แล้วอย่าลืมสำรวจผลลัพธ์ที่ตามมา เราเชื่อว่าความฟุ้งซ่านที่มีอยู่จะค่อยๆ ลดลงจนหายไป และคุณจะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขแบบสุดๆ แน่นอน แต่หากพยายามทุกวิธีแล้วยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้ไปพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อหาทางรักษาที่เหมาะสมต่อไป